งานแสดง และประกวดสัตว์เลี้ยงในงานเกษตรแฟร์ 2555

Incoming search terms:
- งานเกษตรแฟร์ 2555 (4)
- kaset fair 2012 พ ค (1)
- งานเกษตรแฟร์ 55 (1)
- งานเกษตรแฟร์ศรีราชา 2555 (1)
- งานโอทอปเดือนมิถุนายน2555 (1)


มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำหนดวันจัดงานเกษตรแฟร์ ประจำปี พ.ศ. 2555
เป็นวันที่ 30 พฤษภาคม – 7 มิถุนายน 2555
เป็นที่ทราบกันดีว่า ในทุก ๆ มีจะมีการจัดงานเกษตรแฟร์ขึ้นเป็นประจำ โดยในปีนี้ ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เจ้าของงาน ได้ประกาศวันจัดงานเกษตรแฟร์ ประจำปี พ.ศ. 2555 แล้ว เป็นวันที่ 30 พฤษภาคม – 7 มิถุนายน 2555 โดยในงานจะมีทั้งสินค้าเกษตร, ผลิตภัณฑ์ชุมชน, สัตว์เลี้ยง และของที่ระลึก ให้เลือกซื้อมากมายหลายประเภท รวมทั้งยังมีการจัดฝึกอบรมวิชาชีพในแขนงต่าง ๆ เช่น การทำอาหาร, การทำขนม และการเพนท์ภาพลงบนเสื้อ หรือบนกระเป๋า สำหรับผู้ที่สนใจฝึกทักษะเพื่อนำไปประกอบธุรกิจอีกด้วย
————————————————————-———————-
โรงงานปุ๋ยมาเอง
พิเศษผู้ร่วมออกงาน
ร้านค้าท่านใดมีหน้าร้าน และรับฝากวางสินค้า
ทางบริษัทมีปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และสารปรับปรุงดิน บรรจุขนาดเล็กฝากวางสินค้า
และแบ่งผลตอบแทนกัน และเป็นตัวแทนในพื้นที่ ๆ เมื่อเลิกงานแล้วด้วย
ติดต่อ คุณธนากร 0811979878
ปล. มีแพ็คขนาด 1 กก. สีสวยสดใส
คุณภาพดีสำหรับร้านต้นไม้ ติดต่อด่วน
————————————————————-———————-
สุดยอดธาตุรองรวมอาหารเสริมในตัว
ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ใช้ร่วมกัน
ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตแน่นอน
สมบูรณ์ที่สุด !!!
โปรโมชั่นก่อนฤดูปลูก
* 1 ตัน(40 กระสอบ) ส่งฟรี
(ใช้ได้ 20-40 ไร่)
ราคาพิเศษกระสอบละ 300 บาทเท่านั้น(ชนิดเม็ด) ปกติ 350 บาท
แทนปุ่ยอินทรีย์ได้ 100% (อินทรีย์วัตถุ 20%)
ลดการใช้ปุ๋ยเคมี 30%-50%
รับประกัน 3-5 วันเห็นผลแน่นอน
ลดเพิ่มอีก 50 บาท ในงานเกษตรแฟร์ 2555 เท่านั้น
* 40 กระสอบ ส่งฟรีจังหวัดนครปฐม กาญจนบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี กรุงเทพ ปทุมธานี นนทบุรี
* ร้านค้า หรือนำไปจำหน่ายติดต่อคุณธนากร 0811979878 (ขั้นต่ำ 15 ตัน)
แบล็คแคล. ธาตุอาหาร และฮอร์โมนรวมผสมพิเศษ
แคลเซียม 15%
แมกนีเซียม 5%
กำมะถัน 10%
อินทรีย์วัตถุ 20%
+ ฮอร์โมนรวม + ~Humic + Fulvic
ถูกต้องตามหลักวิชาการแน่นอน
หาซื้อได้ตามร้านเคมีเกษตรทั่วประเทศ
—————————————————————-———————-
ปุ๋ยเคมี
(มีหลายยี่ห้อให้เลือกทำ จองเขตด่วน ๆ)
13-13-21
20-8-20
16-16-8
29-5-18
15-15-15
16-8-8
30-0-0
35-5-0
20-10-12
17-17-17
16-20-0
ปุ๋ยอินทรีย์เคมี
(มีหลายยี่ห้อให้เลือกทำ จองเขตด่วน ๆ)
7-3-8
8-7-0
8-3-3
—————————————————————-———————-
พิเศษ !!!!!
ชาวสวน ชาวนา ชาวไร่ รวมกันซื้อใช้เอง
ถูก ๆ ของดีราคาถูก พร้อมบริการถึงบ้าน
—————————————————————-———————-
ร้านต้นไม้ทั่วประเทศ เรามีขนาด 1-5 กก. จำหน่าย
อยากมีปุ๋ยคุณภาพดีวางหน้าร้าน
ติดต่อได้เลย
—————————————————————-———————-
หาซื้อสินค้าได้ตามร้านเคมีเกษตรทั่วไป
ถ้าในพื้นที่ หาสินค้าไม่ได้ ติดต่อได้โดยตรงกับทางบริษัท และแนะนำร้านค้าที่ท่านใช้บริการ ติดต่อมาที่เราได้เลย ทางเรายินดีให้บริการในทุก ๆ ด้าน สำหรับท่านที่ต้องการข้อมูลทางวิชาการ หรือปรึกษาเกี่ยวกับการเกษตรสามารถติดต่อได้โดยตรงได้เช่นเดียวกัน ทางเรายินดีให้บริการด้วยความเต็มใจ
ติดต่อโดยตรงที่คุณธนากร 0811979878
นโยบายการรักษาเขตการขาย
ร้านที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ทางบริษัทไม่มีนโยบายที่จะเปิดขายให้กับร้านค้าอื่น ๆ ใกล้เคียงโดยเด็ดขาด ในจังหวัดที่ทางบริษัทยังไม่ได้แต่งตั้งตัวแทน ทางบริษัทยินดีเข้าไปเสนอข้อเสนอพิเศษสุดสำหรับร้านค้า ทุกร้านค้าที่มีสินค้าจำหน่าย จะได้รับการบริการวิชาการ การทำตลาด จัดประชุมหน้าร้าน ทำ Spot โฆษณา ลงหนังสือ และคำปรึกษาในทุก ๆ ด้านและทุก ๆ เรื่องเกี่ยวกับการเกษตร
1) เป็นปุ๋ยรวมธาตุรอง และฮอร์โมนรวมสำเร็จ ถูกต้องตามหลักวิชาการชัดเจน
2) ควบคุมคุณภาพ และการผลิตโดยนักวิชาการปฐพีวิทยาโดยตรง
3) ราคาคุ้มค่า ช่วยเหลือกเกษตรกร
4) นโยบายเขตการขาย เพื่อความสบายใจของร้านค้าชัดเจน
5) บริการวิชาการตลอดชีพ
6) สนับสนุน
- spot วิทยุภาษากลาง เหนือ อีสาน และใต้ให้เลือกใช้
- หรือจะทำใหม่ เรายินดีบริการ
- spot วิทยุ เดือนละ 500 บาท เป็นเวลา 3 เดือน
- banner + โบรชัวร์
- บริการวิชาการจากทีมงานเต็มที่
- จัดประชุมหน้าร้าน หรือกลุ่มเกษตรกรได้
ติดต่อเพื่อรับข้อเสนอพิเศษสุดได้โดยตรง
คุณธนากร 0811979878
ผู้จัดการฝ่ายขาย และวิชาการเกษตร
วท.บ. (เกษตรศาสตร์) ม.เกษตรศาสตร์
วท.ม. (ปฐพีวิทยา) ม.เกษตรศาสตร์
งาน “เกษตรเทรดแฟร์ 2555…มหกรรมสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน”

งาน “เกษตรเทรดแฟร์ 2555…มหกรรมสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน” จัดระหว่างวันที่ 4-12 กุมภาพันธ์ 2555 ณ บริเวณหอประชุมใหญ่ประตูพหลโยธิน ถึงประตูงามวงศ์วาน 1 เชิญพบกับมหกรรมสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนมากมายหลายประเภทให้เลือกซื้อ เลือกชม เลือกชิมได้ภายในงาน อาทิ สินค้า OTOP ประจำท้องถิ่น สินค้าทางการเกษตรทั้งอุปโภคและบริโภค ไม้ดอก ไม้ประดับ นานาพันธุ์ มะขามหวานเลื่องชื่อเมืองเพชรบูรณ์ หอม กระเทียม งานฝีมือท้องถิ่น สัตว์เลี้ยง อาหารคาวหวานพื้นเมือง อุปกรณ์ทางการเกษตร การออกร้านจำหน่ายสินค้าขึ้นชื่อประจำจังหวัดของผู้ประสบภัยน้ำท่วม ชื่นชมกับบรรยากาศตลาดน้ำชื่อดัง และมีการจัดสวนสนุกที่รวบรวมเครื่องเล่นไว้หลายชนิดเพื่อสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้มาเที่ยวชมงาน ซึ่งแบ่งเป็นโซนจำหน่ายสินค้าดังต่อไปนี้
โซน A สัตว์เลี้ยง พบกับสัตว์เลี้ยงหลากหลายชนิดอาทิ ลูกสุนัข แมว กระต่าย หนูแฮมเตอร์ ฯลฯ อุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด อาหารสุนัข แชมพู วิตามิน ยาสำหรับสุนัข-แมว ปอกคอสัตว์เลี้ยง ฯลฯ จากบริษัทผลิตอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงชั้นนำ
โซน B ต้นไม้ จำหน่ายไม้ดอก ไม้ประดับ พันธุ์ไม้ นานาชนิด อาทิ กล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ มอสโอ่ง มอสขอนไม้ บัว บอนสี โป๊ยเซียน โกศล เขียวหมื่นปี ว่านมงคล พันธุ์ต้นมะม่วง ต้นขนุน ต้นมะพร้าว มะละกอ ฯลฯ อุปกรณ์การเกษตร อุปกรณ์ปลูกผักไฮโดร โปนิกส์ และอุปกรณ์ตกแต่งสวนจากบริษัทชั้นนำ ให้เลือกอย่างมากมาย
โซน C สินค้าอุปโภค บริโภค ประกอบด้วย ขนมพื้นเมืองหลากหลายชนิด อาหารประจำภาค เช่น แกงไตปลาคั่วกลิ้ง ปลาร้าสับ ขนมจีนน้ำยา ไก่ต้มน้ำปลา ทอดมัน หอยดอง แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม ไส้กรอกอิสาน ลูกชิ้นเยาวราช ข้าวแต๋นน้ำแตงโม โรตีสายไหมอยุธยา ไส้อั่ว พาสต้า ลาซานญ่า กาละแมกะทิสด เฉาก๊วยชากังราว เกาลัดคั่ว ฯลฯ และอาหารโบราณซึ่งหาทานยากในปัจจุบัน สินค้าประเภทเครื่องนุ่งห่ม เสื้อผ้าจากผ้าไหม และผ้าฝ้าย ผ้าปาเต๊ะเกาะยอ กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สมุนไพรเช่น สบู่ แชมพู ครีมบำรุงผิวฯลฯ
โซน D เกษตรคันทรี่ ประกอบด้วย สินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP สินค้าที่ระลึก ผลิตภัณฑ์ Handmade เครื่องตกแต่งบ้าน ผลิตภัณฑ์กลุ่มธุรกิจ SME ทั้งอุปโภคและบริโภค เช่น ที่นอน หมอนขิดยโสธร รองเท้าหนัง รองเท้าเชือกสาน เสื้อผ้าสำเร็จรูปจากผ้าไหม ผ้าฝ้าย สิ่งประดิษฐ์จากไม้ ของขวัญของแต่งบ้าน สมุนไพรแปรรูป ปลาส้มกำนันจุน ขนมงา เบเกอรี่ดงลำดวน ข้าวซอยตัด น้ำมันงา น้ำมันมะพร้าว ขนมเปี้ยะครูสมทรง หมูอบน้ำผึ้งย่างแม่กลอง มะเขือเทศราชินีสด – แปรรูป น้ำพริกหลากรส ฯลฯ
นอกจากนี้ยังมีการออกร้านของตลาดน้ำชื่อดัง เช่น ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำตลิ่งชัน ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลาดต้าน้ำบ้านต้นตาล ตลาดน้ำมหานคร และตลาดร้อยปีสามชุก พบกับสินค้าขึ้นชื่อของแต่ละตลาดให้เลือกซื้อมากมาย อาทิหมี่กรอบสูตรโบราณตลิ่งชัน ปลาน้ำจืดแปรรูปตลาดร้อยปีสามชุก ผัดหมี่ไท-ญวนตลาดต้าน้ำบ้านต้นตาล ขนมไทย ข้าวแช่อัมพวาฯลฯ
โซน E ศูนย์อาหาร ที่รวบรวมอาหารหลากหลาย อร่อย สะอาดถูกหลักอนามัย โดยมีที่นั่งรับประทานมาบริการในงาน
โซน F สวนสนุก มีเครื่องเล่นมากมาย อาทิเช่น ม้าหมุน สไลด์เดอร์ บ้านลม รถไฟฟ้าเด็ก ปาลูกโป่ง ปืนจุกน้ำปลา และซุ้มเกมส์ต่างๆ
โซน G สินค้าเกษตร มะขามหวานเพชรบูรณ์ หอม-กระเทียม ข้าวสาร พริกแห้ง ผักผลไม้เมืองหนาวเช่น สตอเบอรี่สด องุ่น ผักผลไม้สดตามฤดูกาลจากสวนเกษตรกร ผักผลไม้แปรรูป น้ำสตอเบอรี่ปั่น น้ำสมุนไพร และอาหารทะเลแปรรูป
โซน เกษตรศาสตร์รวมใจ ช่วยภัยน้ำท่วม จำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค สินค้า OTOP และสินค้าเด่นจากจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี นนทบุรี ชัยนาท อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ลพบุรี นครสวรรค์ สุโขทัย ปทุมธานี สิงห์บุรี นครปฐม สุพรรณบุรี และสมุทรสาคร สินค้าที่นำมาจำหน่ายอาทิ น้ำพริกหลากรส ปลาทูเค็มอบโอโซน ขนมเปี้ยะ สมุนไพรแปรรูป ขนมหวาน น้ำตาลสดสเตอร์ริไลส์ ข้าวแต๋น ขนมโมจินครสวรรค์ ขนมหรี่ปั๊บ หมูทุบ หมี่กรอบ แคบหมู ไข่เค็ม ปลาแดดเดียว น้ำสมุนไพรแปรรูป ข้าวกล้องงอก เสื้อผ้าสำเร็จรูป หัตถกรรมผักตบชวา ของที่ระลึก และอื่นๆอีกมากมาย โซน เกษตรซิตี้ พบกับสินค้าโรงงานคุณภาพดี ลดราคา อาทิ กางเกงยีน Max และ Lady max เสื้อยืดแตงโมลดราคา 20% ชุดชั้นใน Sabina ลดราคา 60-70% เสื้อยืดรันฟีกา เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ฯลฯ
>> รายการสินค้าโซน โซน D เกษตรคันทรี ส่วนตลาดน้ำ
>> รายการสินค้าโซน เกษตรศาสตร์รวมใจ ช่วยภัยน้ำท่วม
ที่มา : http://www.ku.ac.th/newdesign/hilight_detail.php?highlightID=193
เงินลงทุน : ประมาณ 135,000 บาท/ 5 ไร่/ ปี (คำนวณเฉลี่ยจากระยะเวลาการปลูก 12 ปี) เป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ดังนี้
(1) ต้นทุนคงที่ ค่า เสา ร้าน(ค้าง) ท่อน้ำจ่ายตามหลัก ต้นพันธุ์ ค่าเตรียมดินและหลุมปลูก (750 หลัก x 300 บาท) = 225,000 บาท ค่าอุปกรณ์ให้น้ำและเครื่องสูบน้ำ30,000 บาท ค่าปรับพื้นที่ (800 บาท x 5 ไร่) = 4,000 บาท ค่าถังพ่นสารกำจัดแมลงและอุปกรณ์ทำสวน 10,000 บาท รวม 269,000 บาท
(2) ค่าใช้จ่ายต่อปี ค่าใช้ที่ดิน 1,000 บาท ค่าปุ๋ยต่าง ๆ และวัสดุคลุม ดิน 20,000 บาทสารกำจัดมดและแมลง 3,000 บาท ดอกเบี้ย (สมมติคิด 6% ตลอด) 269,000 x 6% = 16,140 บาท ฉะนั้นค่าลงทุนในข้อ (1) เฉลี่ยปีละ 269,000 12 = 22,417 บาท ค่าปราบวัชพืช 5,050 บาท ค่าสูบน้ำและไฟฟ้า 3,000 บาท ค่าแรง 54,000 บาท กันไว้เป็นค่าใช้จ่ายที่ยังไม่เกิดขึ้นและเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ 10,000 บาท รวม 134,607 บาท (ยังไม่รวมค่าเสื่อมสภาพและค่าบำรุงรักษาวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ยานพาหนะขนส่ง อุปกรณ์สื่อสารและค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน เป็นต้น
รายได้ : 323,726 บาท/ ปี
ก. เมื่อต้น แก้วมังกรมีอายุครบ 12 ปี คำนวณการเก็บเกี่ยวผลและขายได้ 11 ปี ๆ ละ 4,000 กิโลกรัม/ไร่ จากราคาขายกิโลกรัมละ 25 บาท (4,000 กิโลกรัม x 5 ไร่ x 11 ปี x 25 บาท) = 5,500,000 บาท
ข. ค่าใช้จ่าย ต่อปี 134,607 บาท (134,607 x 12 ปี) = 1,615,284 บาท ผลตอบแทนใน 12 ปี 3,884,716 (ก. – ข.) เฉลี่ย 323,726 บาท/ปี =26,977 บาท/ เดือน
วัสดุ/อุปกรณ์ :
- เสา (ท่อปูนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 นิ้ว ยาว 2 เมตร หรือมากกว่า จำนวน 750 หลัก
- ร้านหรือค้างไม้ (ทำจากไม้แดงเพราะทนทานได้ประมาณ 3-5 ปี)
- เสาไม้เนื้อแข็งขนาด 3 นิ้ว ยาว 1 เมตร
- ตะปูขนาด 2-3 นิ้ว จอบ เสียม กรรไกรตัดผล
- ทราย หิน ปูนซีเมนต์
- ท่อน้ำจ่ายตามหลัก ต้นพันธุ์ (ราคาตั้งแต่ 40 บาท 50 บาท 100 บาทขึ้นไป)
- มีด ถุงมุ้ง เชือกฟาง
อุปกรณ์ให้น้ำและเครื่องสูบน้ำ : ถังพ่นสารกำจัดมด แมลง
อุปกรณ์ทำสวน : ปุ๋ย วัสดุคลุมดิน สารกำจัดมด แมลง
แหล่งจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ : ไม้แดงและเสาท่อ ปูนจากร้านขายวัสดุก่อสร้าง และร้านขายไม้ก่อสร้าง (ถ้าไม่มีขนาดที่ต้องการอาจใช้วิธีสั่งทำ วัสดุอื่นจากร้านขายอุปกรณ์การเกษตร และกิ่งพันธุ์ตลาดนัดสวนจตุจักร งานเกษตรแฟร์ สวนใหญ่ ๆ ที่ทำกิ่งพันธุ์แก้วมังกรขาย ชนิดของแก้วมังกร – พันธุ์เนื้อขาวเปลือกแดง ได้แก่ พันธุ์บ้านโป่งจังหวัดราชบุรี สวนจันทบุรี ฯลฯ
- พันธุ์เนื้อแดงเปลือกแดง ได้แก่ โมน่าแดนซิส เอสคิวอินทเลนซิส คอสต้าลิเซนลิสโปลีไรซีส
- พันธุ์ผิวทอง เนื้อขาว
การเลือกกิ่งพันธุ์ :
1. ควรเป็นกิ่งพันธุ์ที่รู้จักกันแพร่หลาย และได้รับการยอมรับจากตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
2. เจริญเติบโตได้ดี ปัญหาศัตรูพืชน้อย
3. ให้ผลจำนวนมาก รสชาดดีถูกใจผู้บริโภค และมีการทดลองปลูกได้ผลดีในหลายพื้นที่ และสามารถพัฒนาเป็นสินค้าส่งออกได้
4. เลือกใช้กิ่งพันธุ์จากสวนที่ประสบความสำเร็จแบบมืออาชีพและมีมาตรฐานในการผลิตกิ่งพันธุ์
วิธีการปลูก :
1. กำหนดระยะห่างระหว่างต้น 3.5 เมตร และระหว่างแถว 3 เมตร (หรือ 3 ม. X 4 ม.)
2. ขุดหลุมลึกประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อปักเสา โดยขุดให้กว้างกว่าเสาเล็กน้อย
3. นำเสาไม้ขนาดหน้ากว้าง 3 นิ้ว มาเสี้ยมให้ปลายแหลมเป็นลิ่ม ตอกลงกลางหลุมใช้ตะปู 4-5 ตัว ตอกบนเสาให้หัวตะปูโผล่ขึ้นมา ทั้งนี้ต้องตอกเสาให้โผล่พ้นหลุม 10-12 เซนติเมตร
4. นำท่อปูนมาใส่ในหลุมที่มีเสาไม้ปักอยู่ให้ตั้งฉากกับพื้นดิน (เสาจะอยู่ภายในท่อปูน) ใส่ดินลงข้าง ๆ เสาปูนด้านนอกให้เต็มหลุม กลบให้แน่นพอควร
5. ผสมปูนซีเมนต์ หินและทรายลงในท่อปูนให้มิดหัวตะปูทิ้งไว้ 2 วัน ปูนซีเมนต์จะแข็งตัวและยึดติดกับเสา ทำให้เมื่อใส่น้ำในท่อเสาปูนจะไม่ร้อน นำไม้แดงมาต่อบนหัวเสาเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสเพื่อเป็นร้านให้แก้วมังกร เลื้อย
6. ขุดหลุมข้าง ๆ เสาทั้งสี่ด้าน ขนาดกว้าง 30 x 30 x 30 เซนติเมตร ให้จุดศูนย์กลางหลุมห่างจากเสา 30 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ที่ก้นหลุม 1 ช้อนแกง/หลุม และนำแกลบเก่ามาผสมปุ๋ยคอกอย่างละเท่า ๆ กันเทก้นหลุม ๆ ละครึ่งปี๊บ
7. ใช้มีดกรีดถุงพันธุ์ 2 ด้านตรงกัน ดึงพลาสติกแบะออกเป็น 2 ด้าน ประคองวัสดุปลูก ที่ติดกับต้นแก้วมังกรใส่ตรงกลางหลุม (ระวังอย่าให้ต้นช้ำและรากขาด) โดยหัน ด้านแบนของต้นเข้าหาเสา และให้รากอยู่ตำแหน่งผิวดินไม่เกิน 5 เซนติเมตร จัดลำต้นให้เอนเข้าหาเสาเล็กน้อย เอาดินกลบ ใช้เชือกฟางมาผูกลำต้นชิดติดกับเสา
8. รดน้ำให้ชุ่มเสมอสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ถ้าอากาศร้อนจัดให้บังแดดด้วยทางมะพร้าวหรือ กิ่งไม้ที่หาได้ง่าย ใช้สายยางฉีดน้ำลงไปในเสาปูนจนเกือบเต็ม
9. ใส่ปุ๋ยสูตร 15 – 15 – 15 ผสมกับภูไมต์ในอัตรา 4 : 1 มูลไก่ 1 ถ้วยต่อหลัก เดือนละ1 ครั้ง
10. นำจุลินทรีย์อีเอ็มมาผสมกากน้ำตาลและน้ำ รดเป็นระยะ ๆ เมื่อต้นแก้วมังกรแตกกิ่งออกมาเป็นจำนวนมากต้องตัดทิ้งให้หมด และปล่อยให้ต้นเจริญเติบโตจนถึงปลายหลักและขึ้นค้าง จัดกิ่งให้กระจายไปทั่วค้างเพื่อความสมดุล และมัดกิ่งให้อยู่กับร้าน
11. ต้นแก้วมังกรจะเริ่มออกดอกภายในระยะเวลา 8 เดือน ให้เริ่มใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21และเมื่อติดผลอ่อนกลีบดอกที่อยู่ปลายผลแก้วมังกรจะแห้งแต่ไม่ร่วง (เป็นที่อาศัยของมดดำ) ให้ดึงกลีบดอกที่แห้งออกเพื่อให้ผลโตเร็ว
12. เมื่อต้นแก้วมังกรติดผลให้เลือกผลที่สมบูรณ์ไว้ไม่เกินกิ่งละ 2-3 ผล ผลที่เลื้อยถึงดินให้ใช้เชือกโยงขึ้นไม่ให้ผลติดกับดินและสวมถุงมุ้งเพื่อ ป้องกันนกและแมลงวันผลไม้ ส่วนกิ่งก็ตัดแต่งออก
13. ภายหลังจากที่ต้นแก้วมังกรออกดอกแล้ว 45 วัน ผลจะสุก สามารถเก็บขายได้ต้นแก้วมังกรจะออกดอกและติดผลไปเรื่อยๆ (ต้นเดือนพฤษภาคม-ปลายตุลาคม)
14. กิ่งที่ออกดอกแล้วจะไม่ติดผลอีกให้ตัดทิ้งเพื่อให้แตกกิ่งใหม่ กิ่งพันธุ์ส่วนที่ตัดออก สามารถนำไปขยายพันธุ์โดยการปักชำในที่ร่มรำไร ใช้เวลาประมาณ2-3 สัปดาห์ จะเริ่มออกรากและแตกยอด
15. เมื่อปักชำกิ่งพันธุ์ได้ 6-7 สัปดาห์ ลำต้นจะยังอ่อนหักง่ายให้ใช้หลักปักและเชือกผูกกิ่งติดกับหลัก วัสดุที่ใช้ปักชำ ถุงดำ แกลบดำ ทรายหยาบ ขุยมะพร้าว กิ่งพันธุ์ควรเลือกกิ่งพันธุ์ที่มีอายุมากกว่า 1 ปี มีสีใบเข้ม สะอาด ไม่มีตำหนิ อ้วนและสมบูรณ์แข็งแรง ความยาว 25-40 เซนติเมตรหรือมากกว่า
การบำรุงรักษาระหว่างชำ : รดน้ำให้วัสดุชื้นอยู่เสมอ ระวังอย่าให้มีมดคันไฟ หากมีต้องรีบกำจัด เมื่อต้นพันธุ์ อายุได้ 1-2 เดือน ควรใช้ปุ๋ยสูตร15-15-15 หรือ 16-16-16 (อัตรา 1 ช้อนแกง : น้ำ 20 ลิตร) ให้รด 1-2 สัปดาห์ต่อครั้ง ใช้ 4-5 เดือน รากและยอดแก่ที่แข็งแรงสามารถ
ย้ายปลูกได้
ศัตรูของผลแก้วมังกร : มดคันไฟ เพลี้ยอ่อน (ตอมยอด) ด้วงค่อมทอง (แทะกินกลีบผล) หนอน (เจาะเปลือกและเนื้อ) เพลี้ยหอย (เกาะที่ปลายผล) พวกม้วนนักกล้าม (สันนิษฐานว่าทำให้ผิวของผลแก้วมังกรเป็นจุดคล้ายหนาม) หนอนแมลงวัน นกและหนู (เจาะทำลายผล) เพลี้ยไฟ
(ผิวผลจะกร้านและตกกระลายพบน้อยมาก) หนอนบุ้ง เพลี้ยแป้ง ด้วงปีกแข็ง และต้องระวังมิให้สัตว์เลี้ยง เป็ด ไก่และห่านขุดคุ้ยโคนต้นได้ โรคพืชอื่น ๆ
ข้อแนะนำ :
1. พันธุ์ที่นิยมปลูก ได้แก่
- พันธุ์เวียดนาม เนื้อขาวเปลือกแดง ผลผลิต 2 ผล/กิโลกรัม
- พันธุ์ไทย ผลผลิต 3-4 ผล/กิโลกรัม มีรสหวาน เมล็ดกรอบอร่อยเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค
- พันธุ์ลูกผสม (เวียดนามกับไทย) มีรสหวานอมเปรี้ยว ผลมีขนาดกลาง
2. พันธุ์ที่พบเห็นในท้องตลาด คือพันธุ์เบอร์ 100 ของสวนบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรีและพันธุ์เนื้อขาวเปลือกแดงของสวนจังหวัดชลบุรีและจันทบุรี
ตลาด/แหล่งจำหน่าย : ส่งตลาด อตก. ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท ตลาดจตุจักร ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต บริษัทส่งออกผักและผลไม้ต่างประเทศ และตลาดผลไม้ทั่วไป
ข้อเสนอแนะ :
1. ไม่ควรผลิตผลแก้วมังกรออกมามากจนเกินพอ และออกมาตรงกับผลไม้อื่น ๆ
2. แก้วมังกรเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพน่าจะมีภาษีมากกว่าผลไม้หลาย ๆ ชนิด ถ้าผลผลิตออกมาจำนวนมาก เช่น ทุเรียน เงาะและมะม่วง ราคาก็ถูกลงตามส่วน แก้วมังกรในประเทศไทยคาดว่าน่าจะมีแนวโน้มแบบชมพู่ คือมีราคาต่ำจนถึงราคาสูงมาก
3. ไม่ควรนำแก้วมังกรส่งตลาดในตอนบ่ายหรือเย็น ซึ่งผู้ซื้อกลับบ้านแล้ว อาจต้องขายแบบทิ้งทวนหรือเลหลังโดยไม่คำนึงถึงต้นทุนค่าใช้จ่าย ไม่รู้ราคาในท้องตลาด
4. ราคาผลแก้วมังกรขึ้นอยู่กับคุณภาพของสินค้าและช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงสินค้าขาดตลาดจะขายได้ราคาสูง ยังไม่รวมผลผลิตนอกฤดูกาล ช่วงปีใหม่และตรุษจีนราคาจะสูงกว่าที่คำนวณไว้
5. ต้องยอมรับว่าผลผลิตบางส่วนขายไม่ได้หรือต้องเลขาย เพราะคุณภาพไม่ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด
ข้อสังเกต : ผลตอบแทนจะมากขึ้น/ลดลง หรือขาดทุนไม่พอค่าใช้จ่าย ขึ้นอยู่กับ
1. การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของผลผลิตแก้วมังกร และราคาขายผลแก้วมังกรสูงขึ้น/ต่ำลง
2. ค่าใช้จ่ายแต่ละปีประมาณการไว้ลดลงหรือเพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพในการดำเนินการและการบริหารสวน
3. ภัยธรรมชาติ และเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
4. การเอาเปรียบของพ่อค้าคนกลาง
5. รัฐไม่เอาใจใส่เท่าที่ควร