เกษตรออนไลน์

ทุก ๆ เรื่องเกี่ยวกับการเกษตร

ระวังเพลี้ยจักจั่นในมะม่วง

นายทรงศีล  จันทร์อาภาท หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู

บอก ว่า ช่วงนี้มะม่วงกำลังออกดอกและติดผล ขอให้เกษตรกรที่ทำสวนมะม่วง ควรระวังเพลี้ยจักจั่นระบาด  โดยเพลี้ยจักจั่นที่พบระบาดในประเทศไทยมี 2 ชนิด ตัวอ่อนและตัวเต็มวัย จะทำลายยอดอ่อน ใบอ่อน ช่อดอก และก้านดอก แต่ระยะที่ทำความเสียหายมากที่สุดคือ ระยะที่มะม่วงกำลังออกดอก โดยจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากช่อดอก ทำให้ดอกแห้งและดอกร่วง  ติดผลน้อยหรือไม่ติดเลย ใบที่ถูกดูดน้ำเลี้ยงในระยะเพสลาด จะบิดงอโค้งลงด้านใต้ใบ ขอบใบ และปลายใบแห้ง เพลี้ยจักจั่นจะดูดกินน้ำเลี้ยง และถ่ายมูลเป็นน้ำเหนียว ๆ มีลักษณะคล้ายน้ำหวานติดตามใบ ช่อดอก ผล และรอบ ๆ ทรงพุ่ม ทำให้ผิวของมะม่วงเปียกเยิ้ม ต่อมาใบและช่อดอก จะถูกปกคลุมโดยเชื้อราดำ ถ้าปกคลุมมากก็จะกระทบกระเทือนต่อการสังเคราะห์แสง  และขอแนะนำวิธีการป้องกันกำจัด มีดังนี้

1.การตัดแต่งกิ่งภายหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต 2. ใช้ศัตรูธรรมชาติ ได้แก่  ผีเสื้อตัวเบียน แมลงวันตาโต แตนเบียน 3. ใช้สารเคมี พ่นด้วยสารฆ่าแมลง เช่น เซฟวิน 85% อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ในระยะก่อนมะม่วงออกดอก 1 ครั้ง และเมื่อเริ่มแทงช่อดอก 1 ครั้ง ถ้าระบาดรุนแรงควรเปลี่ยนสารเคมีพ่นด้วยสารโมโนโครโตฟอส เช่น อโซดริน 60%  อัตรา 20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร  หรือสารไพรีทรอยด์สังเคราะห์ คือ เพอร์มาทริน เช่น แอมบุช 10% อัตรา 10 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาราเต้ 2.5% อัตรา 7 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร

หากเกษตรกรมีปัญหา สามารถขอคำแนะนำได้ที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต  สำนักงานเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู โทร.0-4231-2045  หรือสำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอใกล้บ้านท่าน.

Tags: , , , ,

โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง

โรคใบไหม้

blast โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง cassava blast โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง
ใบมีอาการจุดเหลี่ยม ฉ่ำน้ำ และแผลขยายตัว

มีสาเหตุจากบักเตรี ความเสียหาย 30% เมื่อใช้ท่อนพันธุ์จากต้นที่เป็นโรคมาปลูก และถ้าอุณหภูมิค่อนข้างสูง ความชื้นอาจทำความเสียหายถึง 80 % การแพร่ระบาดที่สำคัญคือ ติดไปกับท่อนพันธุ์ โดยฝนหรือดิน รวมทั้งเครื่องมือที่ใช้ในการเกษตร

ลักษณะอาการ เริ่มแรกแสดงอาการใบจุดเหลี่ยม ฉ่ำน้ำ ใบไหม้ ใบเหี่ยว ยางไหล จนถึงอาการยอดเหี่ยว และแห้งตายลงมา นอกจากนี้ยังทำให้ระบบท่อน้ำอาหารของลำต้นและรากเน่า

การป้องกันกำจัด

ใช้พันธุ์ต้านทาน หรือพันธุ์ที่ทนทานต่อโรคปานกลาง เช่นระยอง 90 ระยอง 9
ใช้ท่อนพันธุ์ที่ปราศจากเชื้อ หรือหลีกเลี่ยงการใช้ท่อนพันธุ์ส่วนโคนลำต้นหรือโคนกิ่งมันสำปะหลัง
ในพื้นที่ที่มีโรคระบาดรุนแรงให้ปลูกพืชหมุนเวียน อายุสั้น เพื่อลดประชากรเชื้อโรคในดิน
การใช้สารเคมีเป็นทางเลือกสุดท้าย ควรใช้สารเคมีที่มีองค์ประกอบเป็นพวกทองแดง

โรคแอนแทรคโนส

Cassava%20Anthracnose โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง Cassava%20Anthracnose%201 โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง Cassava%20Anthracnose2 โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง

ใบไหม้จากขอบใบขยายตัวเข้าสู่กลางใบ      อาการแผลสีน้ำตาลมีเม็ดสีดำหรือสีส้ม     ก้านใบไหม้แห้งหัก

มีสาเหตุจากเชื้อรา สภาพที่มีความชื้นสูงติดต่อกันมากกว่า 2 สัปดาห์ ในพันธุ์ที่อ่อนแอ เช่นระยอง 72 ระยอง 11 ความเสียหาย 80 % ส่วนพันธุ์ที่ค่อนข้างทนทาน ยอดจะเหี่ยวแห้งตายลงมาทำให้เกิดมีการเจริญเติบโตของกิ่งหรือยอดใหม่ น้ำหนักผลผลิตจะลดลงหรือเก็บเกี่ยวล่าช้า ผลผลิตจะเสียหาย 30 – 40 %

ลักษณะอาการ ใบจะมีขอบใบไหม้สีน้ำตาลขยายตัวเข้าสู่กลางใบ มักปรากฏกับใบที่อยู่ล่าง ในตัวแผลบนใบจะมีเม็ดเล็ก ๆ สีดำขยายตัวไปตามขอบของแผลอาการไหม้ ส่วนก้านใบ อาการจะปรากฏในส่วนโคนก้านใบ จะเป็นแผลสีน้ำตาลขยายตัวไปตามก้านใบ ทำให้ก้านใบมีลักษณะลู่ลงมาจากยอด หรือตัวใบจะหักงอจากก้านใบ เกิดอาการใบเหี่ยวและแห้งได้ ส่วนลำต้นและยอด แผลที่ลำต้นจะเป็นแผลที่ดำตรงบริเวณข้อต่อกับก้านใบและมีสภาพแวดล้อมเหมาะสม แผลจะขยายตัวไปสู่ส่วนยอดทำให้ยอดเหี่ยวแห้งลงมา

การป้องกันกำจัด

ใช้พันธุ์ต้านทาน
การใช้ท่อนพันธุ์ปลอดโรค
ปลูกพืชหมุนเวียน
ไถกลบเศษซากมันสำปะหลังลึก ๆ ช่วยลดประชากรเชื้อโรคในดินได้

โรครากหรือหัวเน่า
root rot โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง root rot1 โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง
เส้นใยของเชื้อราก่อตัวเป็นดอกเห็ดขึ้นอยู่ที่โคนต้น
อาการของรากเน่าแห้งมีเส้นใยของเชื้อรา

พบในแหล่งที่ดินระบายน้ำไม่ดี หรือสภาพดินดานและฝนตกชุกเกินไป

โรคหัวเน่าเละ เกิดจากเชื้อรา ต้นเหี่ยวเฉา ใบล่าง ๆ มีสีเหลือง และเหี่ยวแห้งหลุดร่วงลงมา ส่วนใบยอดมีขนาดเล็ก ต้นแคระแกรน ไม่เจริญเติบโต เมื่อขุดรากดูพบรากเน่าเละสีน้ำตาล มีกลิ่นเหม็น

โรคหัวเน่าแห้ง เกิดจากเชื้อเห็ดรา ที่หัวมันสำปะหลังจะมีเส้นใยของเชื้อราปกคลุม อาจพบบริเวณโคนต้นด้วย เนื้อในหัวจะเน่าแห้งและเส้นใยของเชื้อราจะก่อตัวเป็นดอกเห็ดสีต่าง ๆ ได้ เช่น สีขาว สีเหลือง หรือส้ม นอกจากนี้โคนต้นจะบวม เนื่องจากมีการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาทดแทนส่วนที่ถูกทำลายไปและอาจเกิดรากใหม่ตรงบริเวณเนื้อเยื่อที่บวม ทำให้เกิดหัวมันสำปะหลังใหม่ขึ้นมา แต่มีขนาดเล็ก

โรคหัวเน่าดำ เกิดจากเชื้อรา จะมีลักษณะหัวเน่าสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม เนื่องจากเป็นสีที่เกิดจากเส้นใยของเชื้อรา หรือส่วนขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของเชื้อรา

โรคเน่าคอดิน เกิดจากเชื้อรา มักพบอาการในต้นกล้า ลักษณะต้นมันสำปะหลังจะเหี่ยวเฉาตายและมีเม็ดผักกาดพร้อมกับเส้นใยสีขาวปกคลุมส่วนของโคนต้นที่ติดอยู่กับผิวดิน

การป้องกันกำจัด

การเตรียมแปลงปลูก ควรไถระเบิดดินดานให้มีการระบายน้ำที่ดี
การไถตากดินเป็นเวลานาน ๆ จะช่วยลดประชากรของเชื้อราในดินได้
กำจัดเศษซากมันสำปะหลังเก่า ๆ จากแปลงเพาะปลูกให้หมด
คัดเลือกท่อนพันธุ์สมบูรณ์และปราศจากโรค
ในพื้นที่ที่มีโรคระบาดรุนแรง ปลูกพืชหมุนเวียนอย่างน้อย 6 – 12 เดือน

ไรแดง
mite โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง mite1 โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง
ลักษณะของใบมันสำปะหลังที่ถูกไรแดงทำลาย     ไรแดงและการทำลาย

มี 2 ชนิด คือ ไรแดงหม่อน และไรแดงมันสำปะหลัง ตัวอ่อนมี 6 ขา ตัวกลมใส ตัวเต็มวัยมีสีแดงเข้ม มี 8 ขา กว้าง 0.4 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 0.5 มิลลิเมตร ส่วนขาไม่มีสี อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม

ลักษณะการทำลาย ไรแดงหม่อนดูดกินน้ำเลี้ยงตามใต้ใบจากส่วนใบล่างและขยายปริมาณขึ้นส่วนยอด ไรแดงมันสำปะหลังดูดกินน้ำเลี้ยงบนหลังใบของส่วนยอดและขยายปริมาณลงสู่ใบส่วนล่าง ทำให้ตาลีบ ใบเหลืองขีด ม้วนงอ และร่วง

ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในสภาพอากาศแห้งแล้ง หรือฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน

การป้องกันกำจัด

ด้วงเต่าและด้วงปีกสั้นเป็นศัตรูธรรมชาติ
หลีกเลี่ยงการปลูกมันสำปะหลัง ในช่วงที่ต้นอ่อนจะกระทบแล้งนานการตกของฝนสามารถลดการระบาดได้
หมั่นตรวจแปลงหากพบระบาดรุนแรงในระยะเป็นต้นอ่อน ให้พ่นสารป้องกันกำจัด

แมลงหวี่ขาว
Whitefly โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง Whitefly1 โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง
ลักษณะของการวางไข่ และเส้นไหมของแมลงหวี่ขาว     แมลงหวี่ขาวพบตามใต้ใบ
เป็นแมลงขนาดเล็ก ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร ปีกบางใส 2 คู่คลุมเลยส่วนท้อง มีฝุ่นผงแป้งปกคลุมบนแผ่นปีก ตัวอ่อนรูปร่างคล้ายโล่ห์ เกาะนิ่งใต้ใบ เมื่อโตเต็มที่จะหยุดกินอาหาร และมีลักษณะเด่นเห็นได้ชัดเจน คือ ตาแดง อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม

ลักษณะการทำลาย ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากส่วนใต้ใบพืช และถ่ายมูลหวานลงมาบนใบที่อยู่ด้านล่าง ทำให้เกิดเป็นราดำขึ้นตามใบที่อยู่ด้านล่าง พืชสังเคราะห์แสงได้น้อย ใบม้วนซีด และร่วง

ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในสภาพอากาศแห้งแล้ง หรือฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน

การป้องกันกำจัด

หลีกเลี่ยงการปลูกมันสำปะหลัง ในช่วงที่ต้นอ่อนจะกระทบแล้งนาน
เก็บส่วนของพืชที่ถูกทำลาย เผาทำลายนอกแปลงปลูก
หากพบการระบาดรุนแรงในระยะมันสำปะหลังเป็นต้นอ่อน ให้พ่นสารป้องกันกำจัด

การใช้สารป้องกันกำจัดไร และแมลงศัตรูมันสำปะหลังบางชนิด

ไรและแมลงศัตรูพืช สารป้องกันกำจัด1/ อัตราการใช้/

น้ำ 20 ลิตร

วิธีการใช้/ข้อควรระวัง หยุดการใช้สารก่อนเก็บเกี่ยว(วัน)
ไรแดง อามีทราซ

(20 % อีซี)

40 ซีซี พ่นเฉพาะบริเวณที่มีไรแดงทำลาย เมื่อใบส่วนยอดของต้นอ่อนเริ่มแสดงอาการม้วนงอ และอยู่ในสภาพอากาศแห้งแล้งเป็นเวลานาน 14
ไดโคโฟล

(18.5%อีซี)

50 ซีซี
แมลงหวี่ขาว โอเมโทเอต

(50% เอสแอล)

40 ซีซี พ่นใต้ใบ เฉพาะบริเวณที่พบแมลงหวี่ขาวมีความหนาแน่นทั้งต้น ประมาณ 30 % 21

1/ ในวงเล็บ คือเปอร์เซ็นต์สารออกฤทธิ์และสูตรของสารป้องกันกำจัดไรและแมลงศัตรูพืช

 

ที่มา : http://210.246.186.198/~mealybug/disease.htm

Tags: , , , , , , , , ,

ตารางอบรมผู้ค้าเคมีเกษตร ประจำปี 2554

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
สำนักควบคุมพืชและวัสดุทางการเกษตร
Tel: 02-9406573 Fax: 02-5798535

หรือดูได้ที่
http://m.doa.go.th/docu//new_doa/schedule.pdf

Tags: , , , , , , , ,

เทคนิคการเพาะเมล็ดพันธุ์ไม้

1. พวกเมล็ดใหญ่แข็งมาก เช่น มะค่า กระทิง สะบ้า พวกนี้ให้ทำแผล แล้วแช่น้ำ อย่างน้อย 1 คืน แล้ววางเมล็ดให้ขั้วอยู่กลางถุงชำ ให้เมล็ดจมลงในวัสดุ 2/3 ของเมล็ดโดยเอาด้านแผลลง

2. พวกเมล็ดใหญ่แต่เปลือกไม่แข็ง เช่น สารภี เหมือนหอม จันโอ ยางนา พวกนี้มักจะมีเนื้อผลนิ่ม ให้ล้างออกให้หมดผึ่งลม จากนั้นก็นำไปเพาะในถึงชำ โดยให้ขั้วอยู่ตรงกลาง และให้เมล็ดจมลง 2/3 หรือให้มิดเป็นหลังเต่าไปเลย เพราะส่วนมากแล้วพวกนี้จะแทงรากและยอดออกมาเลยโดยไม่ยก เมล็ดขึ้น การฝักมิดนิดหน่อยหรือ 2/3 จึงไม่มีผลอะไร

3. พวกเมล็ดเล็กแข็ง ได้แก่ พวกคูณ กาหลง พวกนี้ให้ลวกน้ำร้อน 80 องศา แล้วแช่ต่ออย่างน้อย 1 คืน จากนั้นนำไปโรยในกระบะแล้วโรยวัสดุเพาะทับบางๆ หนาระหว่าง 0.3-0.5 ชม.

4. พวกเมล็กเล็กมาก และแข็ง เช่น กันเกรา ให้ลวกน้ำร้อนแล้วแช่ต่ออย่างน้อย 1 คืน จากนั้นนำไปโรยในวัสดุเพาะแล้วโรยวัสดุทับบางๆ พอให้เมล็ดติดกับดิน ไม่กระดอนเวลารดน้ำ

5.พวกเมล็ดเล็กและมีปีก พวกนี้ส่วนมากจะเป็นวงศ์แคป่า ได้แก่แคนา ตะเบ เพกา ปีบ พวกนี้โรยในวัสดุเลยแล้วก็โรยทับบางๆพอให้ติดดินได้ไม่กระดอนเวลารดน้ำ

6. พวกเล็กบางและไม่มีปีก เช่น น้ำเต้าต้น โมกมัน โมกหลวง พวกนี้ทำเช่นกันกับข้อ 5 ครับ

7. พวกที่เป็นคอร์กและผลขนาดใหญ่ ได้แก่ มะกอกป่า พระเจ้า 5 พระองค์ มะพอก พวกนี้ให้เอามีดเฉือนให้ใกล้กับเมล็ดมากที่สุด จากนั้นให้แช่น้ำ อย่างน้อย 1 คืน จึงนำไปเพาะในถุง โดยให้มิดวัสดุเลยที่ระดับมาตฐานคือ 0.3-0.5 ชม

8. พวกที่เมล็ดแข็งแต่มีรอยแบ่ง เช่น หมัน มะเกิ้ม หูกระจง กระบก สมอไทย พวกนี้จะแช่น้ำร้อนก็ไม่ได้ จะเฉือนก็ไม่ได้ ให้แช่น้ำเย็น อย่างน้อย 1 คืน แล้วจึงนำไปเพาะ โดยให้มิดวัสดุเลยที่ระดับมาตฐานคือ 0.3-0.5 ชม พวกนี้มักใช้เวลานานในการเพาะ บางชนิดอาจจะข้ามปีไปเลย

9. ชนิดที่มีเปลือกหุ้มตาแข็งและหนามาก เช่น หวาย และปาล์มบางชนิด ให้หาขั้วให้เจอ จากนั้นให้เอามีดคมๆเฉือนออกเล็กน้อย แช่น้ำอย่างน้อย 1 คืน

ปล. 1.พวกที่อ่อน บาง และมีปีก มักเก็บได้ไม่นาน หากได้มาใหม่ๆจะงอกดีที่สุดครับ

2. วัสดุมาตรฐาน คือ ทรายก่อสร้าง แกลบดำ ขุยมะพร้าว 1/1/1 และต้องปลอดเชื้อทั้ง 3 อย่าง อาจจะตากแดด หรือขั่ว ล้างน้ำแล้วแต่กรณี

3. ความหนาของวัสดุในการท่วมเมล็ดไม้ที่ฝังมิดไม่ควรอยู่ระหว่าง 0.3-0.5 ชม. ห้ามเกินนี้ทุกชนิด

4. น้ำร้อนควรต้มเดือดครั้งแรก จะมีอุณหภูมิราวๆ 80 องศา

5. การแช่น้ำไม่ควรเกิน 24 ชม.

6. ยากันราจะช่วยให้การงอกดีขึ้น ถ้ายอมรับสารเคมีได้

Tags: , ,

การปลูกมันสำปะหลัง

การปลูกมันสำปะหลัง

การสังเกตุพันธุ์มันสำปะหลังในเบื้องต้น

ให้สังเกตุในส่วนของก้านใบ พันธุ์ระยองนั้นก้านใบจะมีสีแดง ในส่วนของเกษตรศาสตร์จะมีก้านใบสีเขียวอ่อนหรือสีขาว และห้วยบงจะมีก้านสองสี เนื่องจากห้วยบงเป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์ระยอง กับพันธุ์เกษตรศาสตร์

การเจริญเติบโตของมันสำปะหลังระยะต่าง ๆ สำคัญมาก ประโยชน์เพื่อให้เราได้ดูแลมันสำปะหลังตรงกับความต้องการ และได้ผลผลิตสูงที่สุด การเจริญเติบโตของมันสำปะหลัง แบ่งเป็น 5 ระยะดังนี้

ระยะที่ 1. ระยะท่อนพันธุ์งอกและตั้งตัว อยู่ในช่วงระยะเวลา 2-3 สัปดาห์หลังปลูก

ระยะที่ 2. ระยะพัฒนาทรงพุ่ม เป็นระยะที่เริ่มแตกกิ่งก้านและสร้างใบ เริ่มต้นตั้งแต่เดือนที่ 2

ระยะที่ 3. ระยะพัฒนารากและสะสมอาหาร ระยะนี้มันสำปะหลังจะลำเลียงแป้งไปสะสมไว้ที่หัว ตั้งแต่เดือนที่ 3 เป็นต้นไป

ระยะที่ 4. ระยะพักตัว เป็นช่วงที่มันสำปะหลังชะงักการเจริญเติมโต และมีการทิ้งใบ หลังจากเดือนที่ 14

ระยะที่ 5. ระยะฟื้นตัว มันสำปะหลังจะนำเอาอาหารจากหัวขึ้นมาสร้างใบใหม่

การปลูกมันสำปะหลังเราจะไม่ปล่อยให้เลยไปจนถึงระยะที่ 4 ควรขุดขึ้นมาในช่วงอายุ 10 – 14 เดือน

วิธีการปลูกมันสำปะหลัง และเพิ่มผลผลิตต่อไร่สูงสุด

1. การเตรียมดิน

ต้องทำดินให้ร่วนซุยที่สุดเนื่องจากมันสะปะหลังเป็นพืชที่ปลูกเพื่อเอาหัวที่อยู่ใต้ดิน หากดินแน่นมันสำปะหลังจะเติบโตได้ไม่ดี ทำโดยการไถผาน 3 และผาน 7 หลังจากนั้นยกร่องห่างกันหัวร่อง 1 เมตร
แนะนำให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ร่วมกับยิปซัม อัตรา 50-100 กก.ต่อไร่ เพื่อการรองพื้นในขั้นตอนการไถยกร่อง เนื่องจากปุ๋ยอินทรีย์ อุดมไปด้วยธาตุอาหารที่ครบถ้วน ประกอบด้วยจุลินทรีย์ประสิทธิภาพสูงที่ช่วยปรับปรุงดินให้ดีขึ้น ประกอบด้วยกรดอะมิโนซึ่งเป็นอาหารที่ให้พืชนำไปใช้ได้ทันที และยิปซัมทำให้ดินไม่แน่น และยังทำให้ธาตุอาหารปลดปล่อยออกมาอย่างช้า ๆ เพื่อค่อย ๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารหล่อเลื้ยงให้พืชเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีธาตุอาหารรองอีกมากมายที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช เมื่อเตรียมดินแล้วให้ฉีดยาคุมวัชพืช(อะลาคลอร์) เพื่อคุมวัชพืชในช่วงแรก

-         ปุ๋ยอินทรีย์ + + อะลาคลอร์

 

2. ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง

ควรใช้ท่อนพันธุ์ที่มีอายุ 8-12 เดือน ขนาดความยาวประมาณ 30-45 เซนติเมตร การตัดท่อนพันธุ์ยาวและปักลงดินครึ่งต่อครึ่ง จะช่วยให้มันสำปะหลังเกิดหัวมากขึ้น และมีการเจริญเติบโตพัฒนาทรงพุ่มได้ดีขึ้น และสามารถเกิดใบคลุมหญ้าได้เร็ว ขจัดปัญหาเรื่องหญ้าโดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าหญ้า เนื่องจากยาฆ่าหญ้าจะทำให้มันสำปะหลังชะงักการเติบโตเป็นเวลานาน เมื่อถึงเวลาจะได้มันสำปะหลังหัวไม่โต แต่ถ้ามีหญ้าขึ้น สามารถใช้ยาฆ่าหญ้าแบบสัมผัส(พาราควอต) โดยการฉีดโคนต้น ระวังไม่ให้โดนใบได้

ก่อนปลูกแนะนำให้ใช้น้ำยาจุ่มท่อนพันธุ์มันสำปะหลังประสิทธิภาพสูง เช่น ฮิวมิคชนิดน้ำ ช่วยเร่งรากเพิ่มอาหารในท่อนพันธุ์ ช่วยในการเจริญเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

และสำหรับพื้นที่ ๆ มีโรครา และแมลงระบาดป้องกันโดยผสมสาร​ไธอะมี​โท​แซม(แมลงโดยเฉพาะเพลี้ยแป้ง) 4 กรัม ​แคป​แทน(ราชั้นต่ำ) 120 กรัม ​และคาร์​เบนดาซิม(ราชั้นสูง) 120 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ​เป็น​เวลานาน 5 นาที

-         ฮิวมิค + ไธอะมี​โท​แซม + แคป​แทน + คาร์​เบนดาซิม

 

3. การปลูก

ให้ปลูกแบบยกร่องระยะห่างระหว่างต้น 1 เมตร ห่างระหว่างร่อง 1 เมตร หากในขั้นตอนการทำรุ่นหญ้าใช้รถไถเล็กเข้าไประหว่างร่อง ให้ขยับความห่างระหว่างร่องเพิ่มขึ้นเป็น 1.20 เมตร การปักท่อนพันธุ์ควรปักลึกลงไปประมาณ 15-20 เซนติเมตร การปลูกมันสำปะหลังนั้น หากเราเว้นระยะระหว่างต้นถี่เกินไป จะส่งผลให้มันสำปะหลังหัวไม่โต เนื่องจากหัวของมันสำปะหลังจะชนกันและหยุดการเจริญเติบโต

4. เมื่อมันสำปะหลังอายุ 1-2 เดือน ให้ไถทำรุ่นหญ้าพร้อมกับใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2

ใช้รถไถเล็กเข้าไประหว่างร่องเพื่อจัดการกับหญ้า เป็นการประหยัดเวลาและแรงงาน รวมถึงประยัดต้นทุนการผลิต

ช่วงเดือนที่ 1 ของมันสำปะหลังเป็นระยะพัฒนาทรงพุ่ม แตกกิ่งก้าน ช่วงนี้มันสำปะหลังต้องการธาตุอาหารที่เป็นไนโตรเจนสูง ในขณะเดียวกันธาตุอาหารรองต่างๆก็ขาดไม่ได้เช่นกัน แนะนำให้ใช้ปุ๋ยยูเรีย หรือปุ๋ยอินทรีย์เคมีผสมที่มีไนโตรเจนสูง เพื่อให้ใบพัฒนาต่อไป
- ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตัวหน้าสูง หรือปุ๋ยยูเรีย

การฉีดพ่นทางใบช่วงระหว่างเดือนที่ 1 ถึงเดือนที่ 3

การฉีดพ่อทางใบหรือการใช้น้ำทางใบ จะมีส่วนช่วยอย่างมากในการส่งเสริมให้ต้นมันสำปะหลังแข็งแรง ปลอดโรคและแมลง และยังส่งเสริมใช้มันสำปะปลังมีใบคลุมหญ้าได้เร็วโดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าหญ้า ช่วงนี้ แนะนำให้ฉ ฮิวมิคน้ำ เพื่อให้ลำต้นแข็งแรงมากขึ้นร่วมกับยาฆ่าแมลง หรือยารักษารา ในกรณีพี่พบอาการ แต่ถ้าเป็นช่วงฝนตก อาจใช้ฮิวมิคชนิดเม็ด หรือผลก็เพียงพอ เพื่อลดต้นทุนการผลิต

-         ฮิวมิคน้ำ , ฮิวมิคเม็ด หรือผง , Zn

-         ยาฆ่าแมลง ,ยารักษารา

5. ช่วง 3-6 เดือนระยะสะสมแป้งของมันสำปะหลัง

ระยะนี้มันสำปะหลังจะเริ่มดึงธาตุอาหารจากใบ ลำเลียงผ่านทางลำต้นเพื่อนำไปสะสมเป็นหัวมันสำปะหลัง เราควรให้ธาตุอาหารที่มีโปแตสเซียมสูง เนื่องจากโปแตสเซียมมีส่วนช่วยในการขยายท่อลำเลียงอาหาร และทำให้ขบวนการลำเลียงอาหารมาสะสมที่หัวมันสำปะหลังเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ ช่วงนี้แนะนำให้ใส่ปุ๋ยเร่งลงหัว เช่น 18-4-20 หรือ สูตรที่มีครบทุกตัวโดยตัวท้ายสูงที่สุด จะส่งผลให้มันสำปะหลังมีขนาดหัวใหญ่ขึ้น และยังช่วยปรับปรุงดินให้ดีขึ้นสำหรับการปลูกในฤดูการถัดไป

การฉีดพ่นทางใบในช่วงนี้ ถ้ามี หรือโรค ให้ฉีดรักษาตามอาการ ร่วมกับฮอร์โมนลงหัว จะช่วยให้หัวใหญ่ยิ่งขึ้นมาก

-         ปุ๋ยเร่งหัว , ฮอร์โมนเร่งหัว

-         ยาฆ่าแมลง ,ยารักษารา

 

6. ช่วงเดือนที่ 10-12 ให้ทำการเก็บเกี่ยว

Tags: , , , , , , , , , , ,

โรงเรียนหนองหลวงศึกษา จ.สกลนคร รักษาแชมป์ สุดยอดเด็กไทยหัวใจเกษตร … – ThaiPR.net (ข่าวประชาสัมพันธ์)

โรงเรียนหนองหลวงศึกษา จ.สกลนคร รักษาแชมป์ สุดยอดเด็กไทยหัวใจ … ThaiPR.net (ข่าวประชาสัมพันธ์) สกลนคร รักษาแชมป์ สุดยอดเด็กไทยหัวใจ เป็นปีที่ 2 ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพ ฯในโครงการ My Little Farm # 2 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ร่วมกับ สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ , คณะ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ …

Read more:
โรงเรียนหนองหลวงศึกษา จ.สกลนคร รักษาแชมป์ สุดยอดเด็กไทยหัวใจเกษตร … – ThaiPR.net (ข่าวประชาสัมพันธ์)

Tags: , , ,

จากไพร่ฟ้าสู่ความเป็นพลเมือง (From Subjects to Citizenship) – ประชาชาติธุรกิจ

ประชาชาติธุรกิจ จากไพร่ฟ้าสู่ความเป็นพลเมือง (From Subjects to Citizenship) ประชาชาติธุรกิจ ดึงมาลงเขตเลือกตั้งของตัวในช่วงระหว่างการเลือกตั้ง และเงินสดๆ ในช่วงการหาเสียง สิบปีหลังจากกำเนิดของ “สองนัครา” อัมมาร สยามวาลาได้ทบทวนอดีตและมองอนาคตของภาค แล้วสรุปว่า ชนบทไทย “จะมีฐานะความเป็นอยู่ที่ค่อยๆ ดีขึ้น … และอื่นๆ

Tags: , , , ,



เว็บไซต์เพื่อนบ้าน ทั้งหมด



ยินดีต้อนรับเพื่อนบ้าน

<a href="http://kasetonline.com/" target="_blank" ><img alt="All About Agriculture" src="http://kasetonline.com/images/banner88x31-kasetonline.gif" border="0" width="88" height="31"></a>

นำ code ของเราไปวาง
และส่ง code มาให้เราที่
webmaster@kasetonline.com

ถ้าสะดวกแลก banner ที่หน้าแรก
เรายินดีติดที่หน้าแรกเช่นกันครับ
ฟรี !!! ไม่เสียเงินครับ


• Thai Airline
    • Phuket Airline
    • Rc Hlicopter for sale
    • How to Control Helicopter
    • Cheapest Rc Hlicopter
    • Thailand Trends
    • Airline Jobs/career
    • Thai Movies
    • Study Abroad
    • Thailand Amulets
    • Thai Food
    • Thailand Photo
    • Thailand Travel
    • Agricultural in Thailand
    • All Seminar in Thialand
    • Hotels/Resorts News
    • Thailand Situation Updated
    • Thailand Real Estate
    • Thailand Network
    • Thailand Trees
Thailand Information
    • 7 Romantic Places In Bangkok
    • Accomodation
    • Activities
    • Candle Festival parade
    • Communication
    • DINNING
    • Entertainment
    • King of Thailand
    • MAP OF THAILAND
    • POLITIC
    • Real Time flight Schedules
    • Regions of Thailand
    • Retirement Visa in Thailand | Finance
    • Shopping
    • Special Interest
    • Sports
    • Thai Culture
    • THAI SOCIAL STRUCTURE
    • Thailand In Brief
    • Thailand’s Rainy Season
    • Transportation
    • Useful Information
    • Visas & Regulations
    • WEATHER
Markets & Money

    • credit card
    • Exchange Rate
Event & Festival
    • Buffalo Village in Thailand
    • Candle Festival parade
    • Dok Krachiao Blooming Festival
    • Flowers monks Festival.
    • Hua Hin Jazz Festival
    • Hua Hin Thailand | Thailand Travel Guide
    • Krabi Rock&Fire International Contest
    • LA F�TE 2010
    • Lee Pe Island Ship Buoying Festival
    • Mercedes Trophy Junior Golf Master Final
    • Phuket Music Festival
    • The Candle Festival
    • The Royal Ploughing Ceremony
    • Vesak 2010 (Visakha Bucha Day)
    • Yasothon Bun Bangfai Rocket Festival
Business In Thailand
    • Economic
    • Export
    • Important Contact
    • Regulations
    • Start Business in Thailand
    • Taxation
Thailand History
    • Ancient Civilizations
    • Ayutthaya
    • Classical Era
    • Democracy
    • End of Absolute Monarchy&Military rule
    • Initial states of Thailand
    • King of Thailand
    • Sukhothai and Lanna
    • Thonburi and Bangkok period
Other
    • Advertise
    • Events
    • Flight Reservation
    • Job
    • Link Exchange
    • Shopping
    • Weather
    • World Time
Travel Review
    • Ancient City
    • Buffalo Village in Thailand
    • Flowers monks Festival.
    • One Day Trip
    • The Erawan Museum

Facebook