<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="0.92">
<channel>
	<title>เกษตรออนไลน์</title>
	<link>http://kasetonline.com</link>
	<description>ทุก ๆ เรื่องเกี่ยวกับการเกษตร</description>
	<lastBuildDate>Mon, 30 Aug 2010 07:13:14 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	<!-- generator="WordPress/3.0.1" -->

	<item>
		<title>เลี้ยงไส้เดือนสีน้ำเงิน ตากแห้งส่งขายต่างประเทศ อาชีพทำเงิน</title>
		<description><![CDATA[เลี้ยงไส้เดือนสีน้ำเงิน ตากแห้งส่งขายต่างประเทศ การบ่งชี้ความอุดมสมบูรณ์ของดิน…คนโบราณจะดูปริมาณ “ไส้เดือนดิน” แล้วนำมาคำนวณให้เป็นมาตรที่สามารถบ่งบอกได้อย่างแม่นยำดีเยี่ยม ไส้เดือน…ดัชนีวัดค่าของดินนี้ทั่ว โลกมีอยู่หลาก หลายสายพันธุ์ หลายขนาด ซึ่งแล้วแต่ถิ่นที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อม และสายพันธุ์ที่มีการส่งเสริม ให้เพาะเลี้ยงมากที่สุดได้แก่ ไส้เดือนสี น้ำเงิน หรือ ไส้เดือนเอเชีย (Blue wom in dian Blue และ Malasian Blue) เป็นไส้เดือนเขตร้อน ในบ้านเราจะพบตามธรรมชาติกระจัด กระจายตามพื้นที่อันกว้างใหญ่ อาศัยอยู่หน้าดิน มีลำตัวผอมแต่ยาว เมื่อโตเต็มที่ประมาณ 6 นิ้ว ลำตัวมีสีม่วงเข้มมองเห็นเป็นประกายสีน้ำเงิน มีการเคลื่อนไหวว่องไวมาก ไส้เดือน จัดอยู่ในสัตว์จำพวกกินทั้งพืชและสัตว์ ซึ่งอาหารที่โปรดปรานชอนไชมากที่สุด ก็คือ เศษใบไม้ และพืชผัก นอกจากนี้มันยังกินซากของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่เน่าเปื่อย รวมทั้งสัตว์เล็กๆ อย่างแมลงและตัวอ่อนของแมลง เช่น หนอนเจาะลำต้นลองกอง หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนกระทู้หอม …การ “ชอนไช” ที่หลายคนรู้สึกขยะแขยง กลับสร้างประโยชน์ด้วยการทำให้คุณสมบัติทางกายภาพของดินให้ดีขึ้น คือทำให้ดินโปร่งร่วนซุย ไม่แน่นทึบและแข็ง เกิดการถ่ายเทอากาศภายในดินดีขึ้น เพิ่มช่องว่างในดิน… [...]]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เปิดโมเดล”เจริญ”รุกเกษตร งัดสต๊อกที่ดินแสนไร่ปลูก”ยาง-อ้อย-ข้าว-ปาล์มน้ำมัน”</title>
		<description><![CDATA[เปิดโมเดล”เจริญ”รุกเกษตร งัดสต๊อกที่ดินแสนไร่ปลูก”ยาง-อ้อย-ข้าว-ปาล์มน้ำมัน” เปิด ตัวธุรกิจ Plantation สวนเกษตรกรรมขนาดใหญ่ของเจ้าสัวเจริญในนาม บริษัท เทอราโกร จากการต่อยอดพัฒนาที่ดินในเครือทีซีซีแลนด์ทั่วประเทศ ลงมือเนรมิตทั้งสวนยางพารา 100,000 ไร่ อ้อย 20,000 ไร่ ทำแปลงเมล็ดพันธุ์ข้าว สวนส้ม ข้ามเข้าไปใน สปป.ลาว-เขมร ปลูกกาแฟอาราบิก้า ปาล์มน้ำมัน เตรียมลงทุนครั้งใหญ่สร้างโรงงานแปรรูปรองรับผลผลิต นาย วินิจ วสุนธราธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอราโกร จำกัด ในเครือกลุ่มบริษัทพรรณธิอรซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตรของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงการดำเนินการของบริษัทในปัจจุบันว่า บริษัทวางเป้าหมายที่จะสร้างผลผลิตทางการเกษตรในกลุ่มให้ได้ประโยชน์สูงสุด โดยเชื่อมโยงกับบริษัทในเครือพรรณธิอร ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตปุ๋ย โรงงานน้ำตาล และอุตสาหกรรมการเกษตรของกลุ่มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต “เท อราโกรเป็นบริษัทที่ลงทุนทางด้านการเกษตรจากที่ดินในเครือทีซีซีแลนด์ทั้งใน และนอกประเทศ เราพัฒนาที่ดินขึ้นมาเพื่อทำการเกษตร โดยขณะนี้ได้ปลูกพืชไปแล้วหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นยางพารา อ้อย ข้าว กาแฟ ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้ได้ผลผลิตสูงสุด มีการบริหารจัดการที่ดี ทั้งในด้านของสวน แหล่งน้ำ และการตลาด อีกทั้งยังเข้าไปส่งเสริมเกษตรกรในเครือข่ายของเรา ทำอย่างไรจะได้ผลผลิตสูงสุด [...]]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e2%80%9d%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e2%80%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เราจะเปลี่ยนประเทศให้คนมีกิน ถ้วนหน้ากันได้อย่างไร?</title>
		<description><![CDATA[ท่านผู้อ่านแก้จนดอทคอม จะเคยดูโฆษณา “คนไทยเท่านั้นที่ทำให้ประเทศน่าอยู่” กันมาแล้วหรือไม่ครับ โฆษณาชิ้นนี้ ถูกเผยแพร่ ในพักหลังจากที่ผู้คนทะเลาะกัน จนบ้านเมืองย่ำแย่ไงล่ะครับ ผมได้มีโอกาสชมโฆษณาชิ้นนี้ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาของปราชญ์ชาวบ้าน คือ พ่อผาย สร้อยสระกลาง ซึ่งท่านเป็นเกษตรกร ผู้ริเริ่มศูนย์การเรียนรู้ชุมชน กลุ่มอีโต้น้อย บ้านสระคูณ ต.โคกล่าม อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ผู้พลิกแผ่นดินแห้งแล้ง ในภาคอีสานใต้ ให้อุดมสมบูรณ์ตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ดูแล้ว รู้สึกขนลุก เกิดความประทับใจ อย่างบอกไม่ถูกครับ เลยนำมาเผยแพร่แบ่งปัน แนวความคิดในการแก้ปัญหาปากท้อง ปัญหาความยากจน ไปถึงคนไทยทุกๆท่านทุกๆคน www.youtube.com/watch?v=ZXdqnezK6fI เราจะเปลี่ยนประเทศได้อย่างไร? โดย พ่อผาย สร้อยสะกลาง “ใช้ขี้วัว เอามาใส่ดินเลวๆ ให้มีปุ๋ย หมู่บ้านนี้แห้งแล้ง ไม่รอใครทั้งสิ้น รอไป รอมามันจะอดตาย ก็ขุดสระให้มีน้ำ พอดินมันดีก็ทำได้ทุกอย่าง มะนาว มะม่วง มังคุด ลำไย มะเฟือง มะไฟ มะกรูด มะนาว มะพร้าว [...]]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%84/</link>
			</item>
	<item>
		<title>กรมอุทยานฯ ผุดไอเดีย หนุนเลี้ยงตุ๊กแกไทยส่งขายตลาดไต้หวัน-จีน</title>
		<description><![CDATA[กรม อุทยานฯ ผุดไอเดียเจ๋งหนุนชาวบ้านเลี้ยง “ตุ๊กแก” ส่งออกนอกหวังเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะไต้หวันเป็นตลาดใหญ่ เน้นวิจัย-เพาะพันธุ์ตุ๊กแกพันธุ์ไทยดั้งเดิม ซึ่งเป็นที่ต้องการของชาวไต้หวัน ส่วนใหญ่นำไปทำกระเป๋า เข็มขัด แทนหนังจระเข้ โดยจะใช้สมุทรสงครามเป็นพื้นที่นำร่องเพราะมีร่องสวนจำนวนมาก และยังเป็นปัญหาของชาวบ้าน ขณะที่ยังมีผู้ส่งออกรายเล็กเพียงรายเดียวที่จ.สกลนคร วันที่ 14 พ.ค. นายวัฒนา เวทยประสิทธิ์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญาไซเตส กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ปัจจุบันเนื้อตุ๊กแกตากแห้งนับว่าเป็นสินค้าที่มีความต้องการในตลาดสูงมาก โดยเฉพาะตลาดในต่างประเทศ ที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ดำเนินกิจการนี้อยู่เพียงไม่กี่ราย อยู่ในแถบจ.สกลนคร และยังทำเป็นกิจการขนาดเล็กอยู่ ซึ่งที่ผ่านมากรมอุทยานฯ อนุญาตให้ส่งตุ๊กแกตากแห้งออกไปขายที่ไต้หวันเฉลี่ยปีละ 1 แสนตัว และต้องรับรองว่าเป็นตุ๊กแกจากประเทศไทย แม้ว่าจะยังไม่อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตามอนุสัญญาไซเตสก็ตาม นอกจากนี้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ยังได้พยายามที่จะศึกษาวิจัยเพื่อการเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนตุ๊กแกพันธุ์ดั้ง เดิมของไทย ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ชาวไต้หวันต้องการมาก เพื่อที่จะไปสอนให้ชาวบ้านประกอบเป็นอาชีพเสริม เพาะขายส่งออก เพราะขณะนี้แม้จะมีความต้องการสูง แต่ก็ยังไม่มีการส่งเสริมในการเพาะเลี้ยงมากนัก นาย วัฒนากล่าวต่อว่า นอกจากตุ๊กแกที่กรมอุทยานฯ กำลังพยายามศึกษาเพื่อเพิ่มจำนวน ในการสร้างโอกาสให้ชาวบ้านนำไปเพาะเพื่อส่งขายเป็นอาชีพเสริมแล้ว ยังมีสัตว์เลื้อยคลานประเภทตัวเงินตัวทอง ที่พบเห็นได้ทั่วไปตามท้องร่องในประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ต้องการของท้องตลาดต่างประเทศเช่นกัน โดยส่วนใหญ่ต้องการ นำหนังไปใช้ประโยชน์ในการผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง กระเป๋า เข็มขัด ทดแทนหนังจระเข้ [...]]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%af-%e0%b8%9c%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8/</link>
			</item>
	<item>
		<title>กระถางที่ได้จากขุย มะพร้าว</title>
		<description><![CDATA[เป็นที่ทราบกันดีว่าวัสดุที่ทำมาจาก พลาสติก นั้น เป็นวัสดุที่ย่อยสลายยาก และต้องใช้เวลาหลายสิบปีทีเดียวกว่าพลาสติกเหล่านี้จะย่อยสลาย ที่สำคัญ พลาสติก ยังเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของโลกอยู่ในขณะนี้หลายฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างหันมาช่วยกันรณรงค์ในเรื่องของการลดสภาวะโลกร้อนด้วยกันหลายวิธี และวิธีลดการใช้พลาสติกก็เป็นอีกแนวทางในการรณรงค์ในเรื่องดังกล่าว คณะ คุรุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี โดยนายพงศธร หนูเล็ก นายจิราณุวัฒน์ แสงมุกด์ และนายชินพันธุ์ แซ่ซิ้ม ได้ร่วมกันคิดค้นวิธีการผลิตกระถางเพาะชำจากวัสดุทางการเกษตรขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการลดการใช้กระถางพลาสติกลง โดยมี ผศ.สุจิน สุนีย์ และ ผศ.ธีรเวท ฐิติกุล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา กระถางที่นำมาใช้งาน ระยะหนึ่งแล้ว นายพงศธร กล่าวว่า เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี ส่วนหนึ่งประกอบอาชีพเพาะชำกล้าไม้และพันธุ์พืชหลากหลายชนิด เช่น ไม้ดอก ไม้ประดับ และไม้ผล ซึ่งในการเพาะพันธุ์พืชเหล่านี้ ชาวสวนส่วนใหญ่จะเพาะชำกล้าไม้ลงในถุงเพาะชำ หรือกระถางเพาะชำที่ทำมาจากพลาสติกเป็นจำนวนมาก ซึ่งพลาสติกเหล่านี้เป็นวัสดุที่ย่อยสลายยากและเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิด สภาวะโลกร้อน จากสาเหตุดังกล่าวจึงได้คิดหาวิธีนำวัสดุทางการเกษตรมาผลิตกระถางเพาะชำ เพื่อทดแทนและลดการใช้กระถางถุงและถุงเพาะชำที่ทำมาจากพลาสติก “ใน การศึกษาครั้งนี้ คณะผู้จัดทำได้ทำการศึกษาและจัดสร้างกระถางจากเศษวัสดุทางการเกษตรจำนวน 5 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ [...]]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%a2-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เทคโนโลยีการผลิตไหลสตรอเบอรี่คุณภาพดี รายได้เสริมที่อำเภอนาแห้ว จ.เลย</title>
		<description><![CDATA[สตรอเบอรี่เป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสำหรับเกษตรกรที่สูง เพราะให้ผลตอบแทนสูง ประมาณ 43,000 บาทต่อไร่ และเกษตรกรที่เกี่ยวข้องกับการปลูกสตรอเบอรี่มีงานทำตลอดทั้งปี โดยช่วง เดือนมกราคมถึงสิงหาคม เป็นช่วงการเตรียมไหล (ต้นพันธุ์) สำหรับปลูกและจำหน่ายให้กับเกษตรกรด้วยกัน และช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนมีนาคมของปีถัดไป เป็นช่วงการปลูกเพื่อเก็บผลสตรอเบอรี่จำหน่าย ปัญหา สำคัญของการปลูกสตรอเบอรี่คือการขาดแคลนต้นไหลคุณภาพดี ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น การระบาดของโรคและแมลง การใช้สารเคมี การปลูกซ่อมแซม รวมทั้งให้ผลผลิตต่อไร่ต่ำและไม่มีคุณภาพ มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สนับสนุน ดร.ปราสาทพร สมิตะมาน จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศึกษาและรวบรวมพันธุ์สตรอเบอรี่เพื่อ ปรับปรุงพันธุ์ใหม่ทดแทนพันธุ์เดิม และพัฒนาการผลิตต้นพันธุ์สตรอเบอรี่ปลอดโรคในเชิงการค้า โดยการ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อต้นพันธุ์สตรอเบอรี่ปลอดโรคในระดับห้องปฏิบัติการ เพื่อย่นระยะเวลาการขยายพันธุ์ใน แปลงปลูก และพัฒนาระบบผลิตไหลคุณภาพดีในแปลงขยายพันธุ์ เพื่อใช้ในระดับการค้า งานวิจัยนี้ประสบ ความสำเร็จในการคัดเลือกสตรอเบอรี่พันธุ์ใหม่คือ พันธุ์พระราชทานเบอร์ 50 ซึ่งได้รับการส่งเสริมให้เป็น พันธุ์บริโภคสดของมูลนิธิโครงการหลวง และยังได้พันธุ์ลูกผสมที่มีลักษณะเหมาะต่อการบริโภคสด การแปร รูปในอุตสาหกรรมอาหาร และผลิตต้นไหลได้มากกว่าพันธุ์ที่เกษตรกรปลูกทั่วไป มูลนิธิโครงการหลวง และไบโอเทค สนับสนุน ดร. ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์ [...]]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3/</link>
			</item>
	<item>
		<title>โรคแมลงศัตรูและการป้องกันกำจัด</title>
		<description><![CDATA[โรคแมลงศัตรูและการป้องกันกำจัด กล้า มะม่วงที่ใช้สำหรับเพาะทำต้นตอ อาจมีเชื้อราและเพลี้ยทำลายยอดอ่อน รวมทั้งแมลงกัดกินใบอ่อนที่โผล่ขึ้นมา จึงจำเป็นต้องพ่นสารเคมีฆ่าเชื้อราและเพลี้ยกันไว้ สารเคมีที่ใช้กันแพ่รหลาย ได้แก่ คูปราวิท ป้องกันเชื้อรา และเซฟวิน ป้องกันแมลงกัดกินใบ รวมทั้งพาราไธออน หรือมาลาไธออน กันเพลี้ยหรือแมลงดูดน้ำเลื้ยง สำหรับมะม่วงต้นใหญ่ ศัตรูที่สำคัญ ได้แก่ 1. แมลง 1.1 เพลี้ยจั๊กจั่นมะม่วง (Mango hopper: Idiocerus spp) จะเข้าทำลายมะม่วงตั้งแต่เริ่มออกดอก โดยจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากดอกและช่อดอก ทำให้ดอกร่วงหล่น ถ้าดูดน้ำเลี้ยงที่ผลอ่อนก็จะทำให้ผลอ่อนร่วงหล่น มะม่วงไม่ค่อยติดผล เพลี้ยจั๊กจั่นมะม่วงยังถ่ายมูลที่มีลักษณะเป็นน้ำหวานออกมาติดอยู่ตามใบ เป็นอาหารของราดำ ทำให้ราดำระบาดจับอยู่ตามใบมะม่วง ทำให้ใบมะม่วงสังเคราะห์อาหารได้น้อยลง การป้องกันและกำจัด ให้พ่นสารเคมี เช่น เซฟวินทุก 7 วัน โดยเริ่มต้นเมื่อมะม่วงเริ่มแตกช่อดอก แต่งดเว้นการพ่นสารเคมีเมื่อดอกมะม่วงกำลังบาน และเมื่อเห็นว่ามะม่วงติดผลดีแล้ว นอกจากวิธีที่กล่าวแล้ว ยังอาจไล่ให้เพลี้ยจั๊กจั่นหนีไปได้ โดยการสุมควันที่โคนต้นมะม่วงให้มีควันมากๆ ส่วนการกำจัดโดยใช้ยาฆ่าแมลงนั้น ให้ทำก่อนที่จะระบาดมาก หรือทำในระยะที่ยังเป็นตัวอ่อน จะสามารถกำจัดได้ง่าย ถ้าปล่อยไว้จนเป็นตัวแก่จะมีปีกบินหนีไปยังต้นอื่น เมื่อคนเดินเข้าไปใกล้ หรือเมื่อพ่นยาฆ่าแมลง ซึ่งจะทำให้การกำจัดไม่ค่อยได้ผล [...]]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/07/20/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การกำจัดวัชพืชในไร่มันสำปะหลัง</title>
		<description><![CDATA[การกำจัดวัชพืชในไร่มันสำปะหลัง ค่าใช้จ่ายในการกำจัด วัชพืชในไร่มันสำปะหลัง อาจสูงกว่าร้อยละ 20 ของต้นทุนการผลิตทั้งหมดแต่ถ้าไม่มีการกำจัดวัชพืชเลยตลอดฤดูปลูก มันสำปะหลังจะให้ผลผลิตต่ำกว่าที่ควรได้รับมาก ดังนั้นจะเห็นได้ว่า วัชพืชเป็นปัญหาที่สำคัญในการปลูกมันสำปะหลัง การจัดการวัชพืชมีดังนี้ 1. การป้องกันและกำจัดวัชพืชในช่วงการเตรียมดินก่อนปลูกมันสำปะหลัง สำหรับพื้นที่ปลูกบางแห่งที่มีวัชพืชประเภทข้ามปี เช่น หญ้าคา หญ้าแห้วหมู และหญ้าขจรจบดอกเหลือง บางพื้นที่อาจมีแต่วัชพืชประเภทล้มลุก เช่น พวกหญ้านกสีชมพู ผักเบี้ย หญ้าปากควาย และหญ้าตีนกา หรือบางพื้นที่มีวัชพืชทั้ง 2 ประเภท ส่วนของวัชพืชดังกล่าวที่เป็น ข้อ ปล้อง หัว เหง้า และไหลสามารถแตกตา และเจริญเติบโตเป็นต้นได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งกว่าเกิดรากเมล็ด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องไถพลิกดิน พรวนให้ส่วนของวัชพืชหลุดจากดิน ตากแดดให้เศษวัชพืชแห้งตาย แล้วไถกลบลงในดินให้ลึกพอที่จะไม่สามารถขึ้นมาได้ แต่การปฏิบัติที่กล่าวมาต้องใช้เวลา 7-14 วัน ประกอบกับปัญหาที่ฝนเริ่มตกชุกในช่วงต้นฤดูฝนจึงทำให้ต้องเร่งปลูก ดังนั้นการใช้สารกำจัดวัชพืชพวกพาราขวัท (อัตรา 0.8 กิโลกรัมต่อไร่) หรือไกลโฟเสท (อัตรา 0.36 กิโลกรัมต่อไร่) ฉีดพ่นให้วัชพืชแห้งตายก่อน แล้วจึงไถพรวนดิน นอกจากช่วยให้สามารถไถพรวนได้เร็ว ประหยัดเวลาแล้ว ยังลดอุปสรรคของการไถเนื่องจากไหลลื่น หรือลำต้นยาวของวัชพืชพันผาล [...]]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/07/20/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
			</item>
	<item>
		<title>สารเคมีที่ห้ามใช้ทางการเกษตรในประเทศไทย และต่างประเทศ</title>
		<description><![CDATA[สารเคมีที่ห้ามใช้ทางการเกษตรในประเทศไทย และต่างประเทศ (Pesticide Ban in Thailand and other countries) การ เกิดกรณีปฏิเสธสินค้า ณ ประเทศปลายทาง เกิดได้จากขณะนี้เกษตรไม่ทราบชนิดของสารเคมีที่ประเทศคู่ค้าไม่อนุญาติให้ ใช้ ซึ่งแตกต่างกับที่ประเทศไทยอนุญาติให้ใช้อยู่ ดังนั้นผู้ผลิตหรือเกษตรกรผู้ปลูกจำเป็นต้องทราบถึงกฏหมายข้อบังคับ ในการใช้สารเคมีที่ประเทศนั้นๆ กำหนด เพื่อที่จะสามารถส่งออกผลผลิตโดยที่ไม่ถูกกักกันสินค้าจากประเทศนำเข้า ราย ชื่อวัตถุอันตรายที่ห้ามใช้ทางการเกษตรในประเทศไทย 1. ออลดริน (aldrin) 2. อะมิโนคาร์บ (aminocarb) 3. 4-อะมิโนไตฟีนิล (4-aminodiphenyl) 4. อะมิโทรล (amitrole) 5. อะราไมท์ (aramite) 6. แอสเบสทอล อะโมไซท์ asbestos &#8211; amosite) 7. อะซินฟอส เอทธิล (azinphos &#8211; ethyl) 8. อะซินฟอส เมทธิล (azinphos &#8211; methyl) [...]]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/07/20/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>สารปั้นเม็ดสำหรับโรงงานปุ๋ย,โรงงานอาหารสัตว์</title>
		<description><![CDATA[Ligno (Calcium Ligno Sulphonate) สารปั้นเม็ดสำหรับโรงงานปุ๋ย,โรงงานอาหารสัตว์ คือ Binder ชั้นหนึ่งสำหรับขึ้นรูปเม็ด ผลิตจากยางสน จากประเทศนอร์เวย์ แหล่งไม้สนเมืองหนาวชั้นดี คุณภาพของ Calcium Ligno Sulphonate แตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับแหล่งผลิต และวัตถุดิบ ซึ่งหมายถึงความปลอดภัย และสารปนเปื้อนด้วย ละลายน้ำดีมาก หัวฉีดไม่อุดตัน ละลายน้ำ 99.2% ขึ้นรูปเร็วปั้นเม็ดเร็วขึ้น 15-30% (ขึ้นกับวัตถุดิบ) Food Grade สามารถปั้นเม็ดอาหารสัตว์ได้ เป็นสารอินทรีย์ 100% ไม่มีอันตราย ย่อยง่าย มี Calcium มากกว่า 5% ลดความชื้นในเม็ด ลดความร้อน และระบายความร้อน (ในการปั้นเม็ด) บรรจุกระสอบละ 25 กิโลกรัม เก็บรักษาได้เกินกว่า 24 เดือน ประโยชน์อื่น ๆ มีคุณสมบัติเป็น Surfactant ชั้นดี เพิ่มประสิทธิภาพสารเคมี เช่น [...]]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/07/16/ligno/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การปลูกมันสำปะหลัง</title>
		<description><![CDATA[การปลูกมันสำปะหลัง http://www.rakbankerd.com/agriculture /in_agricultural/sub_agricultural_1.html?sub_id=938&#38;head=การปลูกมัน สำปะหลัง&#38;click_center=1 ข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกมันสำปะหลัง ชนิดของมันสำปะหลัง ฤดูปลูก  การเตรียมดิน การเตรียมท่อนพันธุ์ การกำจัดวัชพืช โรคและแมลงศัตรูที่สำคัญ การป้องกันกำจัด  วิธีการเก็บเกี่ยว  การเก็บรักษา การเก็บรักษา มันสำปะหลัง http://www.doa.go.th/pl_data/CASS/1STAT/st01.html ข้อมูลความสำคัญ การผลิต การตลาด สถานภาพการวิจัย พันธุ์ เทคโนโลยีการผลิต อารักขาพืช การแปรรูป เครื่องจักรกล มาตรฐานพื้ช ต้นทุนการผลิต โครงการรับจำนำ มันสำปะหลัง ปี 2548/49 http://www.dit.go.th/contentmain.asp?typeid=8&#38;catid=113 ข้อมูลรายชื่อลานมันที่เปิดจุดรับจำนำ ปี 2548_49 ผลการรับจำนำหัวมันสำปะหลังสด ปี 2548/49 หลักเกณฑ์ และวิธีการรับจำนำมันสำปะหลัง ปี 2548/49 โครงสร้างการผลิตทางการเกษตร ของมันสำปะหลัง http://khonkaen.doae.go.th/data/yuttasat.html#mun มีเป้าหมายเพิ่มผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ภายในแผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 9 ให้ได้ผลผลิตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3,000 ก.ก / ไร่ [...]]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/06/29/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87/</link>
			</item>
	<item>
		<title>บ้าน/ที่ดิน อ.มวกเหล็ก ทำเลรีสอร์ทรอบด้าน</title>
		<description><![CDATA[มาใหม่ 4 ไร่ ไร่ 1.3 ล้าน แบ่งขาย &#8220;200 ตรว. 8 แสนบาท&#8221; เป็นส่วนตัว น้ำไฟพร้อม พร้อมโอนทันที แถบข้างเคียงอย่างต่ำไร่ละ 2.5 ล้าน &#8211; 4 ล้าน รับรองทำเลดีกว่า ใกล้กว่า ส่วนตัวกว่า โทรเลย 0811979878 เอ๊กซ์ครับ คุยดี ไม่ต้องเกรงใจครับ หรือ mail : thanakorn@koomtritong.com update : 15/07/2010 - ถนนใหญ่ขยายเลนส์เพิ่มอีก เป็น 8 เลนส์ - ฟาร์มไทยเดนมาร์คปรับปรุงใหม่ - ถนนหน้าบ้านขยายไหล่ทาง - อบต.ลอกอ่างเก็บน้ำใหม่ - ศูนย์กีฬาเปิดให้ใช้ได้แล้ว - มวกเหล็กมีถนนคนเดินแล้วนะครับ ทุกคืนวันเสาร์ (ถนนคาวบอย) - ในตัวเมืองกำลังสร้าง บขส. [...]]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/06/04/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%ad-%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b8%b3/</link>
			</item>
	<item>
		<title>จัดร้านเคมีเกษตร</title>
		<description><![CDATA[สินค้าในร้านเคมีเกษตร ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีอันตราย หรือมีสารตกค้าง การจัดร้านอย่างถูกต้องควรมีอย่างน้อย 1.ระยะห่างชั้น ที่เก็บ ที่วาง ต้องเดินเข้าออกสะดวก หยิบจับง่าย ทำความสะอาดง่าย 2.ทำตามด้านบนเพื่อประโยชน์ในการเช็คของ เช็คสต๊อก 3.เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ตรวจดูและรักษาได้ง่าย 4.แยกประเภทสินค้าให้ชัดเจน ยาแบ่งเป็นหลายกลุ่ม ยาฆ่าแมลง ยารา ยาฆ่าหญ้า ปุ๋ย ฮอร์โมน อื่น ๆ อีกมากมาย ยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่ต้องใส่ใจอีกมาก การจดบัญชี ทำบัญชีให้เข้าระบบเพื่อป้องกันการสูญหาย สะดวกต่อการเช็คสต๊อก ของเข้าของออก]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/05/26/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การปลูกมันสำปะหลังต้นฤดูฝน</title>
		<description><![CDATA[แนะวิธีปลูกมันสำปะหลังช่วงต้นฤดูฝน เกษตรกรต้องเตรียมท่อนพันธุ์ให้ดีก่อนที่จะลงมือปลูก ที่สำคัญควรเลือกท่อนพันธุ์ที่ สมบูรณ์ แข็งแรง มีความเหมาะสมทั้งอายุและขนาด คัดเลือกจากแหล่งที่ปราศจากเพลี้ยแป้ง… นายเฉลิมศักดิ์ ประสิทธิ์สุวรรณ เกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวถึงการปลูกมันสำปะหลังต้นฤดูฝนนี้ว่า เกษตรกรต้องเตรียมท่อนพันธุ์ให้ดีก่อนที่จะลงมือปลูก ที่สำคัญควรเลือกท่อนพันธุ์ที่ สมบูรณ์ แข็งแรง มีความเหมาะสมทั้งอายุและขนาด คัดเลือกจากแหล่งที่ปราศจากเพลี้ยแป้ง และที่สำคัญยิ่งกว่าอื่นใดเกษตรกรต้องแช่ท่อนพันธุ์ก่อนปลูก ทั้งนี้เพื่อป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้งไม่ให้ระบาดในไร่มันสำปะหลังได้ สำหรับการแช่ท่อนมันพันธุ์นั้นแนะนำให้ใช้สารเคมีสำหรับแช่ท่อนพันธุ์ ได้แก่ ไทอะมิโทแซม 25% ดับเบิ้ลยูจี 4 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อิมิดาคลอพริก 70 % ดับเบิ้ลยูจี 4 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือไดโนทีฟูแรม 10 % ดับเบิ้ลยู พี 40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร อย่างใดอย่างหนึ่ง]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a4/</link>
			</item>
	<item>
		<title>วันพืชมงคล 2553 ‘พระโค’ กินหญ้า</title>
		<description><![CDATA[วันพืชมงคล 2553 ‘พระโค’ กินหญ้า น้ำบริบูรณ์พอควร ผลาหารอุดมสมบูรณ์ คำพยากรณ์งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญปีนี้ “พระยาแรก” นาเสี่ยงหยิบผ้า 6 คืบ พยากรณ์ น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี “พระโค” กินหญ้า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร พร้อมด้วยธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี… เมื่อวันที่ 13 พ.ค. เวลา 07.30 น. ที่งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน โดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ มายังพลับพลาที่ประทับ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทรงเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2553 โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เฝ้ารับเสด็จ สำหรับพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้ ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา คือนายยุคล ลิ้มแหลมทอง [...]]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5-2553-%e2%80%98%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%84%e2%80%99-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ฟาร์มหอยนางรม</title>
		<description><![CDATA[ฟาร์มสเตย์หอยนางรม: แหล่งทำเงินรักษ์ธรรมชาติ ในการดำเนินกิจการการเกษตรประเภทต่าง ๆ ในปัจจุบันนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการนำวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี รูปแบบเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์และความแปลกใหม่มาสู่กิจการเพื่อความทันสมัย และก้าวล้ำไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าอดีตแต่คงความเป็นเอกลักษณ์ของเกษตรกรไว้ อย่างมีคุณค่า แหล่งเลี้ยงหอยนางรมและหอยแครงที่ตั้งอยู่บริเวณอ่าวบ้านดอน อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี จะห่างจากชายฝั่งประมาณ 3 กิโลเมตร มีเกษตรกรหลายรายดำเนินกิจการหนึ่งในนั้นก็มีนายสมชาย สินมา โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ นายพิสันต์ ประทานชวโน รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายสุทธา สายวาณิชย์ ผอ.สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน นายสมพร อรุณรัตน์ พัฒนาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และคณะ ได้เข้าไปเยี่ยมชมกิจการของฟาร์ม โดยฟาร์มแห่งนี้ เป็นหนึ่งในอีกหลาย ๆ ฟาร์มที่ดำเนินการเลี้ยงหอยนางรม หอยแครง และหอยแมลงภู่ ในบริเวณอ่าวบ้านดอน ที่มีเนื้อที่กว่าแสนไร่ ครอบคลุม 5 อำเภอของ จ.สุราษฎร์ธานี มีเกษตรกรที่เลี้ยงหอยนางรม หอยแครง หอยแมลงภู่ มากกว่า 300 ราย โดยแต่ละรายนั้นจะมีการปลูกสร้างขนำ (กระท่อม) กลางทะเลไว้คอยดูแล เฝ้ารักษาหอยนางรม หอยแครง และหอยแมลงภู่ไม่ให้พวกมิจฉาชีพเข้ามา [...]]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%a1/</link>
			</item>
	<item>
		<title>พันธุ์มะนาวที่นิยมปลูก</title>
		<description><![CDATA[“รวมมิตรมะนาวดี” ปลูกคุ้ม พอเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน หลายคนเสาะหามะนาวพันธุ์ดีๆไปปลูกและขอให้แนะนำสายพันธุ์เจ๋งๆในคอลัมน์บ้าง ซึ่งความจริงแล้วมะนาวสายพันธุ์ดีๆ ที่ผู้ปลูกต้องการนั้นเคยเสนอในคอลัมน์ไปเกือบทุกชนิดแล้ว แต่เมื่อผู้อ่านไทยรัฐเรียกร้อง ประกอบกับพบว่าผู้ขายกิ่งตอนมะนาวพันธุ์เยี่ยมๆ นำสายพันธุ์ออกวางขายมากมายอยู่ในเวลานี้ พร้อมกับมีผลจริงๆของแต่ละสายพันธุ์โชว์ให้ผู้สนใจได้ทดลองชิมรสชาติอีกด้วย จึงรีบ “รวมมิตรมะนาวดี” ปลูกแล้วคุ้มค่าลงในคอลัมน์อีกครั้งทันที ผลมะนาว ที่ผู้ขายกิ่งพันธุ์มะนาวนำไปวางรวมกันโชว์บนจานเท่าที่สังเกต มีด้วยกัน 4 สายพันธุ์ เริ่มจาก มะนาวแป้นพิจิตร มะนาวแป้นจริยา มะนาวแม่ไก่ไข่ดก และ มะนาวน้ำหอมทูลเกล้าไม่มีเมล็ด ทั้ง 4 สายพันธุ์ถือเป็นมะนาวเด่นที่ได้รับความนิยมปลูกอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน เคยแจกแจงรายละเอียดในคอลัมน์ไปทุกพันธุ์แล้ว บางพันธุ์มีผลทะวายหรือตลอดปี ให้น้ำเยอะ รสเปรี้ยวจัด ติดผลดก แต่ละพันธุ์ที่กล่าวข้างต้นปลูกแล้วคุ้มค่ามาก โดยเฉพาะมะนาวแป้นพิจิตร เป็นพันธุ์ใหม่ล่าสุดที่นักวิชาการเกษตรบำรุงพันธุ์ให้ทนทานต่อโรคแมลงทุก ชนิด และยังสามารถติดผลดกในช่วงฤดูแล้งที่ผลมะนาวมีราคาแพงด้วย เกษตรกรในปัจจุบันจึงนิยมปลูกมะนาวสายพันธุ์ แป้นพิจิตรอย่างแพร่หลาย ส่วนมะนาวแป้นจริยา มีความโดดเด่นตรงเวลาติดผลจะเป็นพวงเกินกว่า 5 ผลขึ้น และที่เป็นจุดดีอีกอย่างได้แก่ เปลือกผลของมะนาวแป้นจริยาจะบางมาก จึงทำให้มีน้ำเยอะรสชาติเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มะนาวแม่ไก่ไข่ดก จะติดผลกระจายทั่วทั้งต้นได้ดีและสม่ำเสมอ แม้จะไม่เป็นพวงแต่จะให้ผลดกมาก มีรสเปรี้ยวใกล้เคียงกับน้ำมะนาวแป้นทั่วไป สุดท้าย มะนาวน้ำหอมทูลเกล้าไร้เมล็ด มีลักษณะเด่นคือ ผลขนาดใหญ่ เมื่อโตเต็มที่เกือบเท่าลูกเทนนิส [...]]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81/</link>
			</item>
	<item>
		<title>กำหนดการอบรมผู้ค้าเคมีเกษตร</title>
		<description><![CDATA[ระเบียบกรมฯ21-1-53 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักควบคุมพืชและวัสดุทางการเกษตร Tel: 02-9406573 Fax: 02-5798535 กำหนดการอบรมขึ้นทะเบียน (พฤษภาคม 53) (เพิ่มรอบ) กำหนดการอบรมขึ้นทะเบียน (มิถุนายน 53)]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ยาจับใบ ใช้เพื่ออะไร</title>
		<description><![CDATA[ยาจับใบ โดยทั่วไปสารจับใบ จะต้องมีสารตัวนี้ครับ 1. สารลดแรงตึงผิวของน้ำ มีหน้าที่ทำให้น้ำที่ผสมปุ๋ย หรือยา ลดแรงตึงผิวลง ทำให้สามารถที่จะกระจายตัวไปเปียกบนใบและส่วนต่าย ๆ ของพืชได้ดีขึ้นครับ 2 . สารตัวที่สองคือ สารที่ช่วยในการกระจายตัวของน้ำ ทำหน้าที่ในการแทรกซึมตามซอกมุมของพืชให้ยามีการสัมพัสกับส่วนต่าง ๆ ของพืชได้มากขึ้น อย่างในกรณีของหญ้าหรือ พืช ที่มีขนบางยี่ห้อที่ไม่มีสารตัวนี้ ก็จะทำให้ยาไม่สามารถซึมแทรกเข้าไปสัมผัสกับผิวที่แท้จริงของพืชได้ 3. สารที่ช่วยในการยึดเกาะพื้นผิว ทำหน้าที่เป็นเสมือนกาว ช่วยลดการชะล้างสารเคมีหรือปุ๋ยจากการรดน้ำตามปกติ หรือจากน้ำฝนครับ ถ้าหากว่ายาจับใบที่ท่านใช้อยู่มีสารตัวนี้ ควรจะระมัดระวังอย่าให้เกินกว่าที่ฉลากระบุนะครับ เพราะอาจจะได้ผลเสียมากกว่าผลดี เพราะจะทำให้สารเคมีที่ใช้ไปจับ เป็นคราบขาว อาจทำให้สังเคราะห์แสงได้น้อยลงได้ คุณสมบัติของสารจับใบ คุณสมบัติของสารจับใบ -ลดแรงตึงผิวของละอองน้ำยา ทำให้น้ำยาแบนและแผ่กว้าง -เพิ่มประสิทธิภาพของยาฆ่าแมลง,ยาฆ่าเชื้อรา,ปุ๋ย,และยากำจัดวัชพืช ทำให้จับใบแล้วดูดซึมเข้าใบหรือลำต้นได้ดี และเร็วขึ้น -ทำให้ละอองน้ำยามีขนาดเล็ก กระจายทั่วต้นได้ดี และแห้งเร็วกว่าปกติ -ลดการสูญเสียของสารเคมี เนื่องการการชะล้างของฝนหรือน้ำ ช่วยรักษาอุปกรณ์พ่นยา ป้องกันการอุดตันของหัวฉีด -ลดต้นทุนการใช้สารเคมี เนื่องจากลดจำนวนครั้งในการใช้สาร และความเข้มข้นที่ต่ำ -ทำให้ต้นไม้ดูสวยงามไม่เป็นคราบที่เกิดจากปุ๋ยและยา สรุป &#8230;.. ยาจับใบที่มีประสิทธิภาพ มีประโยชน์ [...]]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/05/17/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a-%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ไคโตซาน &#8211; จริงหรือหลอก???</title>
		<description><![CDATA[]]></description>
		<link>http://kasetonline.com/2010/05/17/%e0%b9%84%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
