<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เกษตรออนไลน์</title>
	<atom:link href="http://kasetonline.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://kasetonline.com</link>
	<description>ทุก ๆ เรื่องเกี่ยวกับการเกษตร</description>
	<lastBuildDate>Mon, 30 Aug 2010 07:13:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>เลี้ยงไส้เดือนสีน้ำเงิน ตากแห้งส่งขายต่างประเทศ อาชีพทำเงิน</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Aug 2010 12:43:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[- ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัยที่น่าสนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[อืืน ๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[รวย]]></category>
		<category><![CDATA[ไส้เดือน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/?p=2573</guid>
		<description><![CDATA[เลี้ยงไส้เดือนสีน้ำเงิน ตากแห้งส่งขายต่างประเทศ การบ่งชี้ความอุดมสมบูรณ์ของดิน…คนโบราณจะดูปริมาณ “ไส้เดือนดิน” แล้วนำมาคำนวณให้เป็นมาตรที่สามารถบ่งบอกได้อย่างแม่นยำดีเยี่ยม ไส้เดือน…ดัชนีวัดค่าของดินนี้ทั่ว โลกมีอยู่หลาก หลายสายพันธุ์ หลายขนาด ซึ่งแล้วแต่ถิ่นที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อม และสายพันธุ์ที่มีการส่งเสริม ให้เพาะเลี้ยงมากที่สุดได้แก่ ไส้เดือนสี น้ำเงิน หรือ ไส้เดือนเอเชีย (Blue wom in dian Blue และ Malasian Blue) เป็นไส้เดือนเขตร้อน ในบ้านเราจะพบตามธรรมชาติกระจัด กระจายตามพื้นที่อันกว้างใหญ่ อาศัยอยู่หน้าดิน มีลำตัวผอมแต่ยาว เมื่อโตเต็มที่ประมาณ 6 นิ้ว ลำตัวมีสีม่วงเข้มมองเห็นเป็นประกายสีน้ำเงิน มีการเคลื่อนไหวว่องไวมาก ไส้เดือน จัดอยู่ในสัตว์จำพวกกินทั้งพืชและสัตว์ ซึ่งอาหารที่โปรดปรานชอนไชมากที่สุด ก็คือ เศษใบไม้ และพืชผัก นอกจากนี้มันยังกินซากของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่เน่าเปื่อย รวมทั้งสัตว์เล็กๆ อย่างแมลงและตัวอ่อนของแมลง เช่น หนอนเจาะลำต้นลองกอง หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนกระทู้หอม …การ “ชอนไช” ที่หลายคนรู้สึกขยะแขยง กลับสร้างประโยชน์ด้วยการทำให้คุณสมบัติทางกายภาพของดินให้ดีขึ้น คือทำให้ดินโปร่งร่วนซุย ไม่แน่นทึบและแข็ง เกิดการถ่ายเทอากาศภายในดินดีขึ้น เพิ่มช่องว่างในดิน… [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เลี้ยงไส้เดือนสีน้ำเงิน  ตากแห้งส่งขายต่างประเทศ</strong></p>
<p><img title="เลี้ยงไส้เดือนสีน้ำเงิน ตากแห้งส่งขายต่างประเทศ อาชีพทำเงิน" src="http://www.thaiworm.com/images/1184079698/farming.jpg" border="0" alt="farming เลี้ยงไส้เดือนสีน้ำเงิน ตากแห้งส่งขายต่างประเทศ อาชีพทำเงิน" hspace="0" align="left" /></p>
<p>การบ่งชี้ความอุดมสมบูรณ์ของดิน…คนโบราณจะดูปริมาณ  “ไส้เดือนดิน” แล้วนำมาคำนวณให้เป็นมาตรที่สามารถบ่งบอกได้อย่างแม่นยำดีเยี่ยม</p>
<p>ไส้เดือน…ดัชนีวัดค่าของดินนี้ทั่ว โลกมีอยู่หลาก  หลายสายพันธุ์ หลายขนาด  ซึ่งแล้วแต่ถิ่นที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อม  และสายพันธุ์ที่มีการส่งเสริม  ให้เพาะเลี้ยงมากที่สุดได้แก่ ไส้เดือนสี น้ำเงิน  หรือ ไส้เดือนเอเชีย  (Blue wom in dian Blue และ Malasian Blue)  เป็นไส้เดือนเขตร้อน</p>
<p>ในบ้านเราจะพบตามธรรมชาติกระจัด กระจายตามพื้นที่อันกว้างใหญ่  อาศัยอยู่หน้าดิน มีลำตัวผอมแต่ยาว  เมื่อโตเต็มที่ประมาณ 6 นิ้ว  ลำตัวมีสีม่วงเข้มมองเห็นเป็นประกายสีน้ำเงิน  มีการเคลื่อนไหวว่องไวมาก</p>
<p>ไส้เดือน  จัดอยู่ในสัตว์จำพวกกินทั้งพืชและสัตว์   ซึ่งอาหารที่โปรดปรานชอนไชมากที่สุด ก็คือ เศษใบไม้ และพืชผัก   นอกจากนี้มันยังกินซากของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่เน่าเปื่อย  รวมทั้งสัตว์เล็กๆ  อย่างแมลงและตัวอ่อนของแมลง เช่น หนอนเจาะลำต้นลองกอง  หนอนเจาะสมอฝ้าย  หนอนกระทู้หอม</p>
<p>…การ “ชอนไช”  ที่หลายคนรู้สึกขยะแขยง   กลับสร้างประโยชน์ด้วยการทำให้คุณสมบัติทางกายภาพของดินให้ดีขึ้น   คือทำให้ดินโปร่งร่วนซุย ไม่แน่นทึบและแข็ง  เกิดการถ่ายเทอากาศภายในดินดีขึ้น  เพิ่มช่องว่างในดิน…</p>
<p>และอีกหนึ่งคุณค่า “ไส้เดือน”  ยังสามารถนำไปใช้ช่วย  “กำจัดขยะ” ว่ากันว่า จำนวนไส้เดือน 1,200 ตัว  จะสามารถย่อยสลายขยะ 1 กก.  โดยใช้เวลาเพียงแค่ 4 วันเท่านั้น และยังพบว่า   ไส้เดือนจะมีสารเคมีบางชนิดช่วยในการรักษาโรคหัวใจ ทำให้หัวใจแข็งแรง</p>
<p>ในถิ่นแดนมังกร  บนผืนแผ่นดินใหญ่จะเน้นอาหารในรูปแบบ “โด๊ป”   เชื่อกันว่าใช้เป็นอาหารที่ใช้ บำรุงกำลัง ยาบำรุงทางเพศ แก้โรคช้ำใน   ประเทศนิวซีแลนด์  ถือว่าเมนูอาหารที่ทำจากไส้เดือนดินเป็นอาหารที่หรูหราและแปลก   แม้แต่ญี่ปุ่นก็เคยนำไส้เดือนดินมาทำพาย</p>
<p>ส่วนในบ้านเราที่เห็นเป็นรูปธรรมมาก ที่สุดก็คือ  การเลี้ยงเพื่อนำมาทำเป็นไส้เดือนตากแห้ง   ป่นใช้เป็นส่วนผสมเพื่อนำมาใช้เลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจจำพวกสัตว์ปีก ปลา กบ  และหมู  เนื่องจากไส้เดือนมีโปรตีนที่สูงมาก</p>
<p>จากคุณประโยชน์ที่มากหลาย…ส่งผลให้   ปัจจุบันหลายประเทศเริ่มทำอุตสาหกรรมเพาะพันธุ์ไส้เดือน  เพื่อส่งออกอย่างจริงจัง   โดยประเทศที่นำเข้าไส้เดือนมากที่สุดคือกลุ่มสหภาพยุโรป   และจีน…ส่วนประเทศที่ส่งออกไส้เดือนมากที่สุดคือประเทศสหรัฐอเมริกา</p>
<p>สำหรับบ้านเราเริ่มหันมาเพาะพันธุ์เพื่อการส่งออกกันบ้างแล้ว…  เพราะราคาส่งแห้งถูกๆก็ปาเข้าไปหลักพันแล้วละคุณขา.</p>
<p>ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 3 กรกฎาคม 2550</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดโมเดล”เจริญ”รุกเกษตร งัดสต๊อกที่ดินแสนไร่ปลูก”ยาง-อ้อย-ข้าว-ปาล์มน้ำมัน”</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e2%80%9d%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e2%80%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e2%80%9d%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e2%80%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Aug 2010 12:42:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[- ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[พืช]]></category>
		<category><![CDATA[อืืน ๆ]]></category>
		<category><![CDATA[à¸­à¹‰à¸­à¸¢]]></category>
		<category><![CDATA[à¸‚à¹‰à¸²à¸§]]></category>
		<category><![CDATA[ปาล์มน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ยาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/?p=2571</guid>
		<description><![CDATA[เปิดโมเดล”เจริญ”รุกเกษตร งัดสต๊อกที่ดินแสนไร่ปลูก”ยาง-อ้อย-ข้าว-ปาล์มน้ำมัน” เปิด ตัวธุรกิจ Plantation สวนเกษตรกรรมขนาดใหญ่ของเจ้าสัวเจริญในนาม บริษัท เทอราโกร จากการต่อยอดพัฒนาที่ดินในเครือทีซีซีแลนด์ทั่วประเทศ ลงมือเนรมิตทั้งสวนยางพารา 100,000 ไร่ อ้อย 20,000 ไร่ ทำแปลงเมล็ดพันธุ์ข้าว สวนส้ม ข้ามเข้าไปใน สปป.ลาว-เขมร ปลูกกาแฟอาราบิก้า ปาล์มน้ำมัน เตรียมลงทุนครั้งใหญ่สร้างโรงงานแปรรูปรองรับผลผลิต นาย วินิจ วสุนธราธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอราโกร จำกัด ในเครือกลุ่มบริษัทพรรณธิอรซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตรของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงการดำเนินการของบริษัทในปัจจุบันว่า บริษัทวางเป้าหมายที่จะสร้างผลผลิตทางการเกษตรในกลุ่มให้ได้ประโยชน์สูงสุด โดยเชื่อมโยงกับบริษัทในเครือพรรณธิอร ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตปุ๋ย โรงงานน้ำตาล และอุตสาหกรรมการเกษตรของกลุ่มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต “เท อราโกรเป็นบริษัทที่ลงทุนทางด้านการเกษตรจากที่ดินในเครือทีซีซีแลนด์ทั้งใน และนอกประเทศ เราพัฒนาที่ดินขึ้นมาเพื่อทำการเกษตร โดยขณะนี้ได้ปลูกพืชไปแล้วหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นยางพารา อ้อย ข้าว กาแฟ ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้ได้ผลผลิตสูงสุด มีการบริหารจัดการที่ดี ทั้งในด้านของสวน แหล่งน้ำ และการตลาด อีกทั้งยังเข้าไปส่งเสริมเกษตรกรในเครือข่ายของเรา ทำอย่างไรจะได้ผลผลิตสูงสุด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เปิดโมเดล”เจริญ”รุกเกษตร  งัดสต๊อกที่ดินแสนไร่ปลูก”ยาง-อ้อย-ข้าว-ปาล์มน้ำมัน” </strong></p>
<p>เปิด ตัวธุรกิจ Plantation  สวนเกษตรกรรมขนาดใหญ่ของเจ้าสัวเจริญในนาม บริษัท  เทอราโกร  จากการต่อยอดพัฒนาที่ดินในเครือทีซีซีแลนด์ทั่วประเทศ  ลงมือเนรมิตทั้งสวนยางพารา  100,000 ไร่ อ้อย 20,000 ไร่  ทำแปลงเมล็ดพันธุ์ข้าว สวนส้ม ข้ามเข้าไปใน  สปป.ลาว-เขมร  ปลูกกาแฟอาราบิก้า ปาล์มน้ำมัน   เตรียมลงทุนครั้งใหญ่สร้างโรงงานแปรรูปรองรับผลผลิต</p>
<p><!--  P { margin: 0px; }  --> <strong><br />
</strong>นาย วินิจ วสุนธราธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอราโกร จำกัด   ในเครือกลุ่มบริษัทพรรณธิอรซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตรของนายเจริญ   สิริวัฒนภักดี กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ”  ถึงการดำเนินการของบริษัทในปัจจุบันว่า   บริษัทวางเป้าหมายที่จะสร้างผลผลิตทางการเกษตรในกลุ่มให้ได้ประโยชน์สูงสุด   โดยเชื่อมโยงกับบริษัทในเครือพรรณธิอร ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตปุ๋ย  โรงงานน้ำตาล  และอุตสาหกรรมการเกษตรของกลุ่มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต</p>
<p>“เท อราโกรเป็นบริษัทที่ลงทุนทางด้านการเกษตรจากที่ดินในเครือทีซีซีแลนด์ทั้งใน และนอกประเทศ  เราพัฒนาที่ดินขึ้นมาเพื่อทำการเกษตร  โดยขณะนี้ได้ปลูกพืชไปแล้วหลายประเภท  ไม่ว่าจะเป็นยางพารา อ้อย ข้าว กาแฟ  ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้ได้ผลผลิตสูงสุด  มีการบริหารจัดการที่ดี  ทั้งในด้านของสวน แหล่งน้ำ และการตลาด   อีกทั้งยังเข้าไปส่งเสริมเกษตรกรในเครือข่ายของเรา  ทำอย่างไรจะได้ผลผลิตสูงสุด  ในต้นทุนที่ต่ำ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้  เพิ่มขึ้น เราก้าวไปพร้อม ๆ กัน  เกษตรกรอยู่ได้ เราก็อยู่ได้”   นายวินิจกล่าว</p>
<p><strong>เริ่มต้นสวนยางพารา-อ้อย</strong></p>
<p>บริษัท เทอราโกรเริ่มต้นธุรกิจพืชสวนขนาดใหญ่  (Plantation) จากการปลูกยางพาราในปี  2547 พร้อม ๆ  กับโครงการส่งเสริมการปลูกยางล้านไร่ของรัฐบาล   ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกยางพารารวมทั้งสิ้น 56,000 ไร่   กระจายอยู่ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี, นครสวรรค์, หนองคาย, พะเยา,  เชียงราย,  อุดรธานี, เพชรบูรณ์, อ.ด่านซ้าย จ.เลย, อ.ปลวกแดง จ.ระยอง,  ชลบุรี และปราจีนบุรี  ใช้เงินลงทุนสร้างสวนยางเฉลี่ยไร่ละ 15,000 บาท  ทั้งโครงการมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 700  ล้านบาท  ในอนาคตบริษัทวางแผนที่จะขยายพื้นที่ปลูกยางพาราให้ครบ 100,000 ไร่</p>
<table border="0" cellspacing="5" cellpadding="1" width="20%" align="right">
<tbody>
<tr bgcolor="#400040">
<td><img title="เปิดโมเดลเจริญรุกเกษตร งัดสต๊อกที่ดินแสนไร่ปลูกยาง อ้อย ข้าว ปาล์มน้ำมัน " src="http://www.prachachat.net/news-photo/prachachat/2010/06/p0101140653p2.jpg" border="1" alt="p0101140653p2 เปิดโมเดลเจริญรุกเกษตร งัดสต๊อกที่ดินแสนไร่ปลูกยาง อ้อย ข้าว ปาล์มน้ำมัน " hspace="0" align="bottom" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>“สวนยาง ของบริษัทเน้นพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่และเรายังได้เข้าไปส่งเสริมการปลูกยางใน ระบบคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่งเพื่อรับซื้อผลผลิตป้อนโรงงานแปรรูปยาง   ทั้งโรงงานผลิตน้ำยางข้น โรงงานผลิตยางแท่ง โรงงานผลิตยางแผ่นรมควัน   ที่บริษัทจะลงทุนตั้งโรงงานขึ้นในอนาคต หลังจากที่ต้นยางโตพอที่จะกรีดได้   ขณะนี้เราได้เข้าร่วมกับสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.)   จัดโครงการอบรมการกรีดยางในพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน   เพื่อเตรียมแรงงานกรีดยางไว้รองรับสวนของเราในอีก 2-3 ปีข้างหน้า”   นายวินิจกล่าว</p>
<p>นอกจากการลงทุนทำสวนยางแล้ว   ในกลุ่มพรรณธิอรยังมีกิจการโรงงานน้ำตาลอีก 3 โรง  และกำลังจะตั้งขึ้นมาใหม่อีก 2  โรง  ทำให้บริษัทต้องเข้าไปส่งเสริมการปลูกอ้อยพื้นที่ 20,000 ไร่ ในระบบ   Contract-farming  บริเวณใกล้เคียงกับสถานที่ตั้งโรงงานน้ำตาลในจังหวัดกำแพงเพชร  สุโขทัย  และอุตรดิตถ์   โดยนำเทคโนโลยีและวิทยาการเกษตรสมัยใหม่มาปรับใช้พัฒนาชลประทานอย่างเหมาะสม  เช่น  ระบบน้ำหยดบนดิน ระบบน้ำหยดใต้ดิน ระบบ Center Pivot และระบบ Furrow</p>
<p>ผลการนำเทคโนโลยีมาช่วยเหล่านี้ทำให้ได้ผลผลิตอ้อยต่อไร่เพิ่มสูง ขึ้น  ยกตัวอย่าง อ้อยที่ปลูกในระบบ Furrow ให้ผลผลิตเฉลี่ย 18 ตัน/ไร่   ส่วนอ้อยที่ปลูกในระบบน้ำหยดให้ผลผลิตเฉลี่ย 21 ตัน/ไร่ ทั้ง ๆ   ที่พันธุ์อ้อยที่นำมาปลูกก็เป็นพันธุ์อ้อยที่ กรมวิชาการเกษตรแนะนำ</p>
<p>“ใน อุตสาหกรรมอ้อยโดยทั่วไปจะมีการส่งเสริมการปลูกโดยแจกจ่ายพันธุ์อ้อยหรือที่ เรียกว่า  เกี๊ยวอ้อย  ด้วยการจ่ายเงินให้ชาวไร่อ้อยไปก่อนเพื่อบำรุงพันธุ์อ้อย หรือ  ที่เรียกว่า  การปล่อยเกี๊ยว แต่บริษัทไม่ได้ปล่อยเกี๊ยวอ้อยอย่างเดียว   เรายังนำระบบการปล่อยเงินกู้เพื่อการชลประทาน หรือที่เรียกว่า เกี๊ยวน้ำ   เข้ามาใช้ด้วย ยกตัวอย่าง ชาวไร่อ้อยที่สนใจสร้างระบบชลประทาน   น้ำหยดต้องใช้เงินลงทุนเฉลี่ยไร่ละ 11,000 บาท ส่วนการติดตั้งระบบ Furrow   ใช้เงินลงทุนเฉลี่ยไร่ละ 5,000 บาท เราก็เข้ามาช่วยปล่อยเงินให้ตรงนี้   แปลงอ้อยก็จะได้รับการจัดการที่ดี ผลผลิตสูงขึ้น   เราก็รับซื้อผลผลิตนั้นส่งเข้าโรงงานน้ำตาลของเราที่โรงงานน้ำตาล อุตรดิตถ์-แม่วัง-สุพรรณบุรี  และยังมีแผนเปิดโรงงานน้ำตาลแห่งใหม่อีก 2  แห่งที่ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย  และกำแพงเพชร”  นายวินิจกล่าว</p>
<p>ทั้ง นี้โมลาสที่ได้จากกระบวนการหีบอ้อยยังถูกส่งไปทำเหล้าให้กับกลุ่มบริษัทใน เครือไทยเบฟเวอเรจ  และผลิตแอลกอฮอล์ของบริษัทไทยแอลกอฮอล์ จำกัด (มหาชน)</p>
<p><strong>จำหน่ายพันธุ์ข้าวด็อกเตอร์</strong></p>
<p>นอก จากการปลูกยางพาราและอ้อยแล้ว   บริษัทเทอราโกรยังได้เริ่มธุรกิจผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ในเนื้อที่ 15,000 ไร่   แบ่งเป็นแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวในพระนคร ศรีอยุธยาประมาณ 10,000 ไร่   จังหวัดหนองคายประมาณ 2,000 ไร่ ที่เหลือกระจายอยู่ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี  พะเยา  โดยธุรกิจพันธุ์ข้าวนี้จะบริหารงานภายใต้ชื่อ บริษัท ลานช้าง  ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด  ทำการซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าว เช่น ข้าวชัยนาท  ข้าวปทุมธานี 1 จากกรมข้าวเพื่อนำมา  ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตในระบบ  Contract-farming  และรับซื้อคืนเพื่อจำหน่ายเป็นเมล็ดพันธุ์ขยาย   ในปีนี้เป็นปีแรกภายใต้เครื่องหมายการค้า “ข้าวด็อกเตอร์”  ให้กับชาวนาที่สนใจ  โดยตั้งเป้ายอดขายในปีนี้ไว้ที่ 3,000  ตัน</p>
<p>ส่วน ธุรกิจที่เหลือบริษัทมีการทำสวนส้มบนเนื้อที่ 3,600ไร่ ตั้งอยู่ใน   อ.แม่จัน จ.เชียงราย ดำเนินภายใต้ชื่อบริษัทเอ็กเวิล์ด จำกัด   ขณะนี้เริ่มมีผลผลิตส้มวางจำหน่ายในท้องตลาดแล้วในชื่อแบรนด์ “ส้มดอยแก้ว”   โดยวางจำหน่ายส้มในห้างสยามพารากอน เดอะมอลล์   ธุรกิจนี้ถือเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง   แต่การลงทุนก็มีความเสี่ยงสูงจากปัญหาโรคระบาดเช่นกัน</p>
<p><strong>ปลูกกาแฟในลาว  ทำสวนปาล์มในเขมร</strong></p>
<p>ทาง ด้านการลงทุนทำสวนเกษตรใน ต่างประเทศนั้น   บริษัทมีการปลูกและผลิตเมล็ดกาแฟอาราบิก้าที่เมืองปากซอง สปป.ลาว ในพื้นที่  15,000  ไร่ ได้รับการ ส่งเสริมการลงทุนจาก สปป.ลาวในนามบริษัทปากซอง  ไฮแลนด์  สามารถถือครองที่ดินเป็นระยะเวลา 90 ปี   ปัจจุบันสวนกาแฟถูกปลูกในเขตภูเขาระดับความสูง 1,300 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ย  18  องศาเซลเซียส  ผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟของโลกได้มาดูสวนกาแฟของเราแล้วบอกว่า   พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งปลูกกาแฟอาราบิก้าที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชีย   ปัจจุบันสวนกาแฟแห่งนี้มีอายุครบ 3 ปีแล้ว   จะเริ่มเก็บผลผลิตกาแฟครั้งแรกได้ในช่วงเดือนธันวาคม 2553  นี้</p>
<p>ส่วน การลงทุนในกัมพูชานั้นบริษัทได้ดำเนินการตั้งบริษัทปาล์มมิลล์ทำสวนปาล์ม น้ำมัน  เนื้อที่ประมาณ 5,200 ไร่  และกำลังก่อสร้างโรงงานกลั่นน้ำมันปาล์มที่ เกาะกง   นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันที่จังหวัดชุมพรอีกประมาณ 1,000  ไร่แล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e2%80%9d%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e2%80%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เราจะเปลี่ยนประเทศให้คนมีกิน ถ้วนหน้ากันได้อย่างไร?</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Aug 2010 12:40:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[- ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัยที่น่าสนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[พืช]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[อืืน ๆ]]></category>
		<category><![CDATA[น่าอยู่]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[มีกิน]]></category>
		<category><![CDATA[รวย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/?p=2569</guid>
		<description><![CDATA[ท่านผู้อ่านแก้จนดอทคอม จะเคยดูโฆษณา “คนไทยเท่านั้นที่ทำให้ประเทศน่าอยู่” กันมาแล้วหรือไม่ครับ โฆษณาชิ้นนี้ ถูกเผยแพร่ ในพักหลังจากที่ผู้คนทะเลาะกัน จนบ้านเมืองย่ำแย่ไงล่ะครับ ผมได้มีโอกาสชมโฆษณาชิ้นนี้ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาของปราชญ์ชาวบ้าน คือ พ่อผาย สร้อยสระกลาง ซึ่งท่านเป็นเกษตรกร ผู้ริเริ่มศูนย์การเรียนรู้ชุมชน กลุ่มอีโต้น้อย บ้านสระคูณ ต.โคกล่าม อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ผู้พลิกแผ่นดินแห้งแล้ง ในภาคอีสานใต้ ให้อุดมสมบูรณ์ตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ดูแล้ว รู้สึกขนลุก เกิดความประทับใจ อย่างบอกไม่ถูกครับ เลยนำมาเผยแพร่แบ่งปัน แนวความคิดในการแก้ปัญหาปากท้อง ปัญหาความยากจน ไปถึงคนไทยทุกๆท่านทุกๆคน www.youtube.com/watch?v=ZXdqnezK6fI เราจะเปลี่ยนประเทศได้อย่างไร? โดย พ่อผาย สร้อยสะกลาง “ใช้ขี้วัว เอามาใส่ดินเลวๆ ให้มีปุ๋ย หมู่บ้านนี้แห้งแล้ง ไม่รอใครทั้งสิ้น รอไป รอมามันจะอดตาย ก็ขุดสระให้มีน้ำ พอดินมันดีก็ทำได้ทุกอย่าง มะนาว มะม่วง มังคุด ลำไย มะเฟือง มะไฟ มะกรูด มะนาว มะพร้าว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ท่านผู้อ่านแก้จนดอทคอม จะเคยดูโฆษณา <strong>“คนไทยเท่านั้นที่ทำให้ประเทศน่าอยู่”</strong> กันมาแล้วหรือไม่ครับ<br />
โฆษณาชิ้นนี้ ถูกเผยแพร่ ในพักหลังจากที่ผู้คนทะเลาะกัน จนบ้านเมืองย่ำแย่ไงล่ะครับ</p>
<p><img title="ปราชญ์ชาวบ้าน" src="http://www.bloggang.com/data/p/prachaya555/picture/1254719527.jpg" alt="พ่อผาย สร้อยสระกลาง" width="208" height="273" /></p>
<p>ผมได้มีโอกาสชมโฆษณาชิ้นนี้ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาของปราชญ์ชาวบ้าน คือ <strong>พ่อผาย สร้อยสระกลาง</strong> ซึ่งท่านเป็นเกษตรกร ผู้ริเริ่มศูนย์การเรียนรู้ชุมชน กลุ่มอีโต้น้อย  บ้านสระคูณ ต.โคกล่าม อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ผู้พลิกแผ่นดินแห้งแล้ง  ในภาคอีสานใต้  ให้อุดมสมบูรณ์ตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว<br />
ดูแล้ว รู้สึกขนลุก เกิดความประทับใจ อย่างบอกไม่ถูกครับ<br />
เลยนำมาเผยแพร่แบ่งปัน แนวความคิดในการแก้ปัญหาปากท้อง ปัญหาความยากจน ไปถึงคนไทยทุกๆท่านทุกๆคน</p>
<p><span class="youtube">
<object width="425" height="344">
<param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/ZXdqnezK6fI&amp;color1=d6d6d6&amp;color2=f0f0f0&amp;border=0&amp;fs=1&amp;hl=en&amp;autoplay=0&amp;showinfo=0&amp;iv_load_policy=3&amp;showsearch=0?rel=1" />
<param name="allowFullScreen" value="true" />
<embed wmode="transparent" src="http://www.youtube.com/v/ZXdqnezK6fI&amp;color1=d6d6d6&amp;color2=f0f0f0&amp;border=0&amp;fs=1&amp;hl=en&amp;autoplay=0&amp;showinfo=0&amp;iv_load_policy=3&amp;showsearch=0?rel=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed>
<param name="wmode" value="transparent" />
</object>
</span><p><a href="http://www.youtube.com/watch?v=ZXdqnezK6fI">www.youtube.com/watch?v=ZXdqnezK6fI</a></p></p>
<p>เราจะเปลี่ยนประเทศได้อย่างไร?</p>
<p>โดย พ่อผาย สร้อยสะกลาง<br />
“ใช้ขี้วัว เอามาใส่ดินเลวๆ ให้มีปุ๋ย<br />
หมู่บ้านนี้แห้งแล้ง ไม่รอใครทั้งสิ้น<br />
รอไป รอมามันจะอดตาย<br />
ก็ขุดสระให้มีน้ำ พอดินมันดีก็ทำได้ทุกอย่าง<br />
มะนาว มะม่วง มังคุด ลำไย มะเฟือง มะไฟ<br />
มะกรูด มะนาว มะพร้าว ส้มโอ”</p>
<p>“ไปทำไม ของเราก็มีซูเปอร์มาร์เก็ต<br />
พอผมมีเยอะๆ ผมก็แบ่ง<br />
แบ่งอาวุธ อาวุธทางปัญญา”</p>
<p>“ผมจะเปลี่ยนประเทศได้อย่างไร<br />
ก็ทำให้ดินที่แห้งแล้งให้อุดมสมบูรณ์<br />
เปลี่ยนคนอดอยากให้มันมีกิน<br />
พอคนมีกิน มันก็มีสติ มีปัญญา”</p>
<p>“อัตตาหิ อัตตโนนาโถ<br />
ตนแล เป็นที่พึ่งของตน”</p>
<p>… นี่แหละ ผมเปลี่ยนประเทศแล้ว</p>
<p>ขอให้ทุกท่าน เกิดดวงตาเห็นธรรม และสามารถฝ่าฟันปัญหาปากท้อง ความลำบากแห้งแล้ง กันถ้วนทั่วนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กรมอุทยานฯ ผุดไอเดีย หนุนเลี้ยงตุ๊กแกไทยส่งขายตลาดไต้หวัน-จีน</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%af-%e0%b8%9c%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%af-%e0%b8%9c%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Aug 2010 12:39:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[- ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[อืืน ๆ]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ตุ๊กแก]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/?p=2567</guid>
		<description><![CDATA[กรม อุทยานฯ ผุดไอเดียเจ๋งหนุนชาวบ้านเลี้ยง “ตุ๊กแก” ส่งออกนอกหวังเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะไต้หวันเป็นตลาดใหญ่ เน้นวิจัย-เพาะพันธุ์ตุ๊กแกพันธุ์ไทยดั้งเดิม ซึ่งเป็นที่ต้องการของชาวไต้หวัน ส่วนใหญ่นำไปทำกระเป๋า เข็มขัด แทนหนังจระเข้ โดยจะใช้สมุทรสงครามเป็นพื้นที่นำร่องเพราะมีร่องสวนจำนวนมาก และยังเป็นปัญหาของชาวบ้าน ขณะที่ยังมีผู้ส่งออกรายเล็กเพียงรายเดียวที่จ.สกลนคร วันที่ 14 พ.ค. นายวัฒนา เวทยประสิทธิ์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญาไซเตส กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ปัจจุบันเนื้อตุ๊กแกตากแห้งนับว่าเป็นสินค้าที่มีความต้องการในตลาดสูงมาก โดยเฉพาะตลาดในต่างประเทศ ที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ดำเนินกิจการนี้อยู่เพียงไม่กี่ราย อยู่ในแถบจ.สกลนคร และยังทำเป็นกิจการขนาดเล็กอยู่ ซึ่งที่ผ่านมากรมอุทยานฯ อนุญาตให้ส่งตุ๊กแกตากแห้งออกไปขายที่ไต้หวันเฉลี่ยปีละ 1 แสนตัว และต้องรับรองว่าเป็นตุ๊กแกจากประเทศไทย แม้ว่าจะยังไม่อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตามอนุสัญญาไซเตสก็ตาม นอกจากนี้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ยังได้พยายามที่จะศึกษาวิจัยเพื่อการเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนตุ๊กแกพันธุ์ดั้ง เดิมของไทย ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ชาวไต้หวันต้องการมาก เพื่อที่จะไปสอนให้ชาวบ้านประกอบเป็นอาชีพเสริม เพาะขายส่งออก เพราะขณะนี้แม้จะมีความต้องการสูง แต่ก็ยังไม่มีการส่งเสริมในการเพาะเลี้ยงมากนัก นาย วัฒนากล่าวต่อว่า นอกจากตุ๊กแกที่กรมอุทยานฯ กำลังพยายามศึกษาเพื่อเพิ่มจำนวน ในการสร้างโอกาสให้ชาวบ้านนำไปเพาะเพื่อส่งขายเป็นอาชีพเสริมแล้ว ยังมีสัตว์เลื้อยคลานประเภทตัวเงินตัวทอง ที่พบเห็นได้ทั่วไปตามท้องร่องในประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ต้องการของท้องตลาดต่างประเทศเช่นกัน โดยส่วนใหญ่ต้องการ นำหนังไปใช้ประโยชน์ในการผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง กระเป๋า เข็มขัด ทดแทนหนังจระเข้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img title="ตุู๊๊กแก" src="http://www.sudhits.com/wp-content/uploads/2010/07/63011.jpg" alt="ขายตุ๊กแก" width="362" height="217" /></p>
<p>กรม อุทยานฯ ผุดไอเดียเจ๋งหนุนชาวบ้านเลี้ยง “ตุ๊กแก” ส่งออกนอกหวังเพิ่มรายได้  โดยเฉพาะไต้หวันเป็นตลาดใหญ่ เน้นวิจัย-เพาะพันธุ์ตุ๊กแกพันธุ์ไทยดั้งเดิม  ซึ่งเป็นที่ต้องการของชาวไต้หวัน ส่วนใหญ่นำไปทำกระเป๋า เข็มขัด  แทนหนังจระเข้ โดยจะใช้สมุทรสงครามเป็นพื้นที่นำร่องเพราะมีร่องสวนจำนวนมาก  และยังเป็นปัญหาของชาวบ้าน  ขณะที่ยังมีผู้ส่งออกรายเล็กเพียงรายเดียวที่จ.สกลนคร</p>
<p>วันที่ 14  พ.ค. นายวัฒนา เวทยประสิทธิ์  ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญาไซเตส  กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า  ปัจจุบันเนื้อตุ๊กแกตากแห้งนับว่าเป็นสินค้าที่มีความต้องการในตลาดสูงมาก  โดยเฉพาะตลาดในต่างประเทศ  ที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ดำเนินกิจการนี้อยู่เพียงไม่กี่ราย อยู่ในแถบจ.สกลนคร  และยังทำเป็นกิจการขนาดเล็กอยู่</p>
<p>ซึ่งที่ผ่านมากรมอุทยานฯ  อนุญาตให้ส่งตุ๊กแกตากแห้งออกไปขายที่ไต้หวันเฉลี่ยปีละ 1 แสนตัว  และต้องรับรองว่าเป็นตุ๊กแกจากประเทศไทย  แม้ว่าจะยังไม่อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตามอนุสัญญาไซเตสก็ตาม  นอกจากนี้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ  ยังได้พยายามที่จะศึกษาวิจัยเพื่อการเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนตุ๊กแกพันธุ์ดั้ง เดิมของไทย ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ชาวไต้หวันต้องการมาก  เพื่อที่จะไปสอนให้ชาวบ้านประกอบเป็น<a title="อาชีพเสริม" href="http://www.keajon.com/newcareer/" target="_self">อาชีพเสริม</a> เพาะขายส่งออก เพราะขณะนี้แม้จะมีความต้องการสูง แต่ก็ยังไม่มีการส่งเสริมในการเพาะเลี้ยงมากนัก</p>
<p>นาย วัฒนากล่าวต่อว่า นอกจากตุ๊กแกที่กรมอุทยานฯ  กำลังพยายามศึกษาเพื่อเพิ่มจำนวน  ในการสร้างโอกาสให้ชาวบ้านนำไปเพาะเพื่อส่งขายเป็นอาชีพเสริมแล้ว  ยังมีสัตว์เลื้อยคลานประเภทตัวเงินตัวทอง  ที่พบเห็นได้ทั่วไปตามท้องร่องในประเทศไทย  ซึ่งเป็นที่ต้องการของท้องตลาดต่างประเทศเช่นกัน</p>
<p>โดยส่วนใหญ่ต้องการ นำหนังไปใช้ประโยชน์ในการผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง กระเป๋า เข็มขัด  ทดแทนหนังจระเข้  ซึ่งสัตว์ชนิดนี้กรมอุทยานฯก็เตรียมเปิดให้เพาะเลี้ยงได้ด้วย  ซึ่งในระยะแรกเริ่มนี้ อยู่ในขั้นตอนการเลือกพื้นที่นำร่องคือ  จ.สมุทรสงคราม เพราะที่ผ่านมาพบว่าตัวเงินตัวทองอาศัยอยู่มาก แ</p>
<p>ละ ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน  ด้วยการเข้าไปทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวสวน จนต้องหาทางกำจัดด้วย  ซึ่งถ้าหากมีการส่งเสริมให้เพาะขายเชิงพาณิชย์  เชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้  และยังทำให้ชาวบ้านมีอาชีพเพิ่มมากขึ้นด้วย</p>
<p>“ที่เราต้องการส่งเสริม พวกนี้เพราะที่ผ่านมามีชาวบ้านมาขอให้ไปช่วยเหลือ เพราะตัวเงินตัวทอง  ตุ๊กแก มีจำนวนมาก และสร้างความเดือดร้อน  ทำให้บางทีก็ต้องกำจัดด้วยการยิงทิ้งบ้าง ก็น่าสงสารสัตว์  เราได้พยายามกลับมาศึกษาเพื่อให้ชาวบ้านได้ประโยชน์จากมัน  ส่วนหนึ่งจะส่งเสริมให้มีการเลี้ยง อาจจะเลี้ยงเป็นลักษณะฟาร์ม สวนสัตว์  เพื่อการท่องเที่ยวหรือเลี้ยงไว้ตามบ้าน อาจจะขายได้” นายวัฒนากล่าว</p>
<p><strong>อาชีพใหม่ ตุ๊กแกอบแห้ง รายได้เดือนละ 10 ล้าน!</strong><br />
อาชีพแปลกทำ”ตุ๊กแกอบแห้ง”ส่งออกทำเงิน ช่วงเศรษฐกิจซบเซา  และภาวะภัยแล้ง  แห่งเดียวนครพนม ไม่กระทบยอดส่งออกตุ๊กแกตากแห้ง ส่งนอก   พบเงินหมุนเวียนเดือนละกว่า 10 ล้านบาท…..</p>
<p>ที่ จ.นครพนม   ถึงแม้หลายพื้นที่จะประสบปัญหาภัยแล้งไม่สามารถทำนาและการเกษตรได้ตามปกติ   รวมถึงสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ประชาชนรายได้ลดลง แต่สำหรับราษฎรบ้านตาล   ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม กลับไม่ได้รับผลกระทบ   เนื่องจากเป็นหมู่บ้านแห่งเดียวของนครพนมที่ยึดอาชีพสุดแปลกมานานกว่า 20   ปีคือทำตุ๊กแก ไส้เดือน และปลิง ตากแห้ง   ส่งออกขายต่างประเทศหมุนเวียนตามฤดูกาลตลอดปี  สร้างงาน <a title="อาชีพสร้างรายได้" href="http://www.keajon.com/th/category/subwork/" target="_self">สร้างรายได้</a> ให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี สวนกระแสในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ</p>
<p>นายคนึง มีพรหม นายอำเภอนาหว้า จ.นครพนม   เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ว่า สำหรับ ต.นาหว้า อ.นาหว้า    ถึงแม้จะมีปัญหาเศรษฐกิจและภัยแล้ง แต่ชาวบ้านมีอาชีพทำตุ๊กแก ไส้เดือน   และปลิง ตากแห้ง ส่งขายต่างประเทศ สร้างเงินหมุนเวียนเดือนละกว่า 10   ล้านบาท อำเภอได้เข้าไปดูแลส่งเสริมสนับสนุนบางส่วน   ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพหลัก</p>
<p>ขณะ ที่นายปราณีต นางทราช อายุ 50 ปี   ราษฎรบ้านตาลที่ยึดอาชีพทำตุ๊กแกตากแห้งส่งออก กล่าวว่า ทำมานานกว่า 20   ปีแล้ว รายได้ดี ไม่ว่าจะสภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ไม่มีผลกระทบ   ช่วงนี้จะเป็นตุ๊กแกตากแห้ง คนที่ออกไปจับมาขายตัวละประมาณ 10 – 25 บาท   ตามขนาด และชำแหละแปรรูปตามแบบมาตรฐานนำไปตากแห้งหรืออบ   ก่อนแพ็กส่งขายให้พ่อค้าส่งออกไป จีน ไต้หวัน นำไปปรุงอาหาร เป็นยาชูกำลัง   ในราคาตัวละประมาณ 30 บาท ตามขนาดเล็กใหญ่ มียอดส่งออกเดือนละหลายแสนตัว   มีรายได้ครอบครัวละ 5,000 – 10,000 บาทต่อเดือน</p>
<p>นายปราณีต กล่าวอีกว่า   ส่วนเรื่องปัญหาการสูญพันธุ์ของตุ๊กแกนั้นไม่มีอย่างแน่นอน เพราะในระยะเวลา   1 ปี จะมีช่วงพักประมาณเดือน ต.ค. – ม.ค. เป็นช่วงตุ๊กแกผสมพันธุ์ออกไข่   ซึ่งธรรมชาติของตุ๊กแกนั้น ขยายพันธุ์ได้เร็วและมีจำนวนมาก    เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนก็จะไปทำปลิงตากแห้งแทน สำหรับตุ๊กแกที่นำมาผลิตนั้น    จับตามบ้านเรือนทั่วไป  ไม่ใช่ตุ๊กแกตามป่า จึงไม่ผิดตาม   พ.ร.บ.สัตว์ป่าหวงห้าม ในอนาคตกำลังหาทางเลี้ยงขยายพันธุ์เป็นสัตว์เศรษฐกิจ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%af-%e0%b8%9c%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระถางที่ได้จากขุย มะพร้าว</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%a2-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%a2-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Aug 2010 12:37:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[- ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัยที่น่าสนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[พืช]]></category>
		<category><![CDATA[อืืน ๆ]]></category>
		<category><![CDATA[กระถาง]]></category>
		<category><![CDATA[ขุยมะพร้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ย่อยสลาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/?p=2565</guid>
		<description><![CDATA[เป็นที่ทราบกันดีว่าวัสดุที่ทำมาจาก พลาสติก นั้น เป็นวัสดุที่ย่อยสลายยาก และต้องใช้เวลาหลายสิบปีทีเดียวกว่าพลาสติกเหล่านี้จะย่อยสลาย ที่สำคัญ พลาสติก ยังเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของโลกอยู่ในขณะนี้หลายฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างหันมาช่วยกันรณรงค์ในเรื่องของการลดสภาวะโลกร้อนด้วยกันหลายวิธี และวิธีลดการใช้พลาสติกก็เป็นอีกแนวทางในการรณรงค์ในเรื่องดังกล่าว คณะ คุรุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี โดยนายพงศธร หนูเล็ก นายจิราณุวัฒน์ แสงมุกด์ และนายชินพันธุ์ แซ่ซิ้ม ได้ร่วมกันคิดค้นวิธีการผลิตกระถางเพาะชำจากวัสดุทางการเกษตรขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการลดการใช้กระถางพลาสติกลง โดยมี ผศ.สุจิน สุนีย์ และ ผศ.ธีรเวท ฐิติกุล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา กระถางที่นำมาใช้งาน ระยะหนึ่งแล้ว นายพงศธร กล่าวว่า เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี ส่วนหนึ่งประกอบอาชีพเพาะชำกล้าไม้และพันธุ์พืชหลากหลายชนิด เช่น ไม้ดอก ไม้ประดับ และไม้ผล ซึ่งในการเพาะพันธุ์พืชเหล่านี้ ชาวสวนส่วนใหญ่จะเพาะชำกล้าไม้ลงในถุงเพาะชำ หรือกระถางเพาะชำที่ทำมาจากพลาสติกเป็นจำนวนมาก ซึ่งพลาสติกเหล่านี้เป็นวัสดุที่ย่อยสลายยากและเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิด สภาวะโลกร้อน จากสาเหตุดังกล่าวจึงได้คิดหาวิธีนำวัสดุทางการเกษตรมาผลิตกระถางเพาะชำ เพื่อทดแทนและลดการใช้กระถางถุงและถุงเพาะชำที่ทำมาจากพลาสติก “ใน การศึกษาครั้งนี้ คณะผู้จัดทำได้ทำการศึกษาและจัดสร้างกระถางจากเศษวัสดุทางการเกษตรจำนวน 5 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td align="left" valign="baseline">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center">
<tbody>
<tr>
<td align="center" valign="top">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="350">
<tbody>
<tr>
<td align="left" valign="baseline"></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="5" align="center" valign="top"></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>เป็นที่ทราบกันดีว่าวัสดุที่ทำมาจาก พลาสติก นั้น เป็นวัสดุที่ย่อยสลายยาก   และต้องใช้เวลาหลายสิบปีทีเดียวกว่าพลาสติกเหล่านี้จะย่อยสลาย ที่สำคัญ   พลาสติก ยังเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดภาวะโลกร้อน   ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของโลกอยู่ในขณะนี้หลายฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน   ต่างหันมาช่วยกันรณรงค์ในเรื่องของการลดสภาวะโลกร้อนด้วยกันหลายวิธี   และวิธีลดการใช้พลาสติกก็เป็นอีกแนวทางในการรณรงค์ในเรื่องดังกล่าว</p>
<p>คณะ คุรุศาสตร์อุตสาหกรรม  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี  โดยนายพงศธร หนูเล็ก  นายจิราณุวัฒน์ แสงมุกด์ และนายชินพันธุ์ แซ่ซิ้ม   ได้ร่วมกันคิดค้นวิธีการผลิตกระถางเพาะชำจากวัสดุทางการเกษตรขึ้น   มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการลดการใช้กระถางพลาสติกลง   โดยมี ผศ.สุจิน สุนีย์ และ ผศ.ธีรเวท ฐิติกุล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา</td>
</tr>
<tr>
<td align="left" valign="baseline">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center">
<tbody>
<tr>
<td align="center" valign="top">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="350">
<tbody>
<tr>
<td width="350" align="center" valign="Top"><img title="กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" src="http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=967593" border="0" alt=" กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" width="350" height="275" /></td>
</tr>
<tr>
<td align="left" valign="baseline">กระถางที่นำมาใช้งาน ระยะหนึ่งแล้ว</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="5" align="center" valign="top"><img title="กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" width="1" height="5" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>นายพงศธร กล่าวว่า เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครนายก  และจังหวัดปราจีนบุรี   ส่วนหนึ่งประกอบอาชีพเพาะชำกล้าไม้และพันธุ์พืชหลากหลายชนิด เช่น ไม้ดอก   ไม้ประดับ และไม้ผล ซึ่งในการเพาะพันธุ์พืชเหล่านี้   ชาวสวนส่วนใหญ่จะเพาะชำกล้าไม้ลงในถุงเพาะชำ   หรือกระถางเพาะชำที่ทำมาจากพลาสติกเป็นจำนวนมาก   ซึ่งพลาสติกเหล่านี้เป็นวัสดุที่ย่อยสลายยากและเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิด  สภาวะโลกร้อน   จากสาเหตุดังกล่าวจึงได้คิดหาวิธีนำวัสดุทางการเกษตรมาผลิตกระถางเพาะชำ   เพื่อทดแทนและลดการใช้กระถางถุงและถุงเพาะชำที่ทำมาจากพลาสติก</p>
<p><em>“ใน การศึกษาครั้งนี้   คณะผู้จัดทำได้ทำการศึกษาและจัดสร้างกระถางจากเศษวัสดุทางการเกษตรจำนวน 5   ชนิดด้วยกัน ได้แก่ กระถางที่ทำจากแกลบ กระถางที่ทำจากขี้เถ้าแกลบ   และกระถางที่ทำจากขุยมะพร้าว กระถางที่ทำจากเศษใบไม้และวัชพืชต่างๆ   ซึ่งผลจากการศึกษาพบว่ากระถางที่ทำจากขุยมะพร้าวมีความแข็งแรงและทนทานที่  สุด” นายพงศธรกล่าว</em></td>
</tr>
<tr>
<td align="left" valign="baseline">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center">
<tbody>
<tr>
<td align="center" valign="top">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="300">
<tbody>
<tr>
<td width="300" align="center" valign="Top"><img title="กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" src="http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=967594" border="0" alt=" กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" width="300" height="356" /></td>
</tr>
<tr>
<td align="left" valign="baseline">นางปราณี สามเตี้ย  เจ้าของสวนที่ได้ใช้กระถาง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="5" align="center" valign="top"><img title="กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" width="1" height="5" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>นอกจากนี้ ผลจากการนำเอากระถางที่ทำ จากขุย มะพร้าวไปใช้งานจริง  พบว่ามีความแข็งแรงและทนทานของกระถางอยู่ในระดับที่ดี  มีความยืดหยุ่นสูง  รากของกิ่งสามารถชอนไชออกจากก้นของกระถางได้ดี  มีความสามารถในการอุ้มน้ำและการระบายความร้อนของกระถางอยู่ในระดับดี   และเมื่อฝังกระถางลงในดินรากของกิ่งชำยังสามารถชอนไชออกทางด้านล่างและด้าน  ข้างของกระถางได้ดี   อีกทั้งกระถางที่ทำจากขุยมะพร้าวนี้ยังสามารถย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติได้  อีกด้วย</p>
<p>สำหรับวิธีการผลิตกระถางจากขุยมะพร้าว ประกอบ  ด้วยส่วนผสมดังนี้ ขุยมะพร้าว 100 กรัม,ใยมะพร้าว 150 กรัม  และกาวแป้งเปียก  50 กรัม ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน  จากนั้นนำไปอัดด้วยเครื่องอัดไฮโดรลิก  ด้วยแรงอัดที่ 10 ตัน  ซึ่งจากแรงอัดดังกล่าวจะทำให้กระถางที่ได้ออกมามีรูปทรงและลักษณะตามที่ต้อง  การ และเมื่อนำไปตากแดดจะไม่เกิดรอยร้าวรวมทั้งไม่แตกที่ปากขอบกระถางด้วย   ทั้งนี้ ส่วนผสมดังกล่าวจะผลิตกระถางขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6   นิ้วได้จำนวน 1 กระถาง และหลังจากนำกระถางที่ได้ไปตากทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที   เมื่อกระถางแห้งดีแล้วก็สามารถนำไปใช้งานได้ทันที โดย พงศธร บอกว่า   กระถางจากขุยมะพร้าวดังกล่าวมีต้นทุนอยู่ที่ 4 บาทกว่า/กระถาง</td>
</tr>
<tr>
<td align="left" valign="baseline">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center">
<tbody>
<tr>
<td align="center" valign="top">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="350">
<tbody>
<tr>
<td width="350" align="center" valign="Top"><img title="กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" src="http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=967641" border="0" alt=" กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" width="350" height="467" /></td>
</tr>
<tr>
<td align="left" valign="baseline">ขั้นตอนการอัดขึ้น รูปกระถาง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="5" align="center" valign="top"><img title="กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" width="1" height="5" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>นายพงศธร กล่าวด้วยว่า  หลังจากที่ได้ทำการศึกษาและทดสอบใช้กระถางที่จัดสร้างขึ้นในขั้นต้นแล้ว ทาง คณะผู้จัดทำได้นำกระถางจากขุยมะพร้าวไปทดสอบใช้จริง  ที่สวนวาสนา เลขที่  41/2 หมู่ 11 คลอง 15 ตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์  จังหวัดนครนายก  และได้ผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการเพาะชำกล้าไม้มา  แล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี จำนวน 10 คน   โดยเป็นเจ้าของสวนเพาะชำกล้าไม้ในพื้นที่จังหวัดนครนายกและจังหวัดปทุมธานี   ทั้งนี้   คณะผู้จัดทำได้ทำการประเมินคุณสมบัติและคุณภาพของกระถางด้วยกันสองส่วน คือ   ทางด้านลักษณะทั่วไปของกระถาง ผลการประเมินพบว่าอยู่ในระดับดี   ส่วนคุณภาพของกระถางเมื่อนำไปใช้งานจริง   ผลการประเมินก็อยู่ในระดับดีเช่นเดียวกัน</p>
<p><strong>ทางด้านนางปวีณา สามเตี้ย อายุ 46 ปี  เจ้าของสวนวาสนา กล่าว</strong>ต่อ กรณีการนำกระถางจากขุยมะพร้าวไป ทดลองใช้งานในการเพาะชำกล้าไม้ ว่า  หากเปรียบเทียบในเรื่องของความคงทน  พลาสติกจะทนกว่าอยู่แล้ว  แต่ในเรื่องของการอุ้มน้ำกระถางจากขุยมะพร้าว  สามารถอุ้มน้ำได้นานกว่า  นอกจากนี้ เวลานำต้นไม้จากกระถางไปปลูก   หากใช้กระถางพลาสติกในการเพาะชำจะทำให้รากต้นไม้ขาดได้   เพราะจะต้องดึงต้นไม้ออกจากระถางก่อนนำไปปลูก แต่ในทางกลับกัน   หากใช้กระถางที่ทำจากขุยมะพร้าวสามารถนำต้นกล้าไปปลูกทั้งกระถางได้เลยโดย  ไม่ต้องเสียเวลาดึงต้นกล้าออกจากกระถาง   รากต้นกล้าจึงไม่มีโอกาสที่จะขาดออกจากต้นทำให้ต้นไม้ที่เพาะในกระถางจากขุย  มะพร้าวเจริญเติบโตได้ดีกว่า</td>
</tr>
<tr>
<td align="left" valign="baseline">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center">
<tbody>
<tr>
<td align="center" valign="top">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="350">
<tbody>
<tr>
<td width="350" align="center" valign="Top"><img title="กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" src="http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=967642" border="0" alt=" กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" width="350" height="249" /></td>
</tr>
<tr>
<td align="left" valign="baseline">นำขุยมะพร้าวใส่แม่ พิมพ์</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="5" align="center" valign="top"><img title="กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" width="1" height="5" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><em>“การใช้กระถางที่ทำจากขุยมะพร้าวสามารถอุ้มน้ำได้ดีกว่าและ นานกว่า  สามารถรดน้ำทิ้งไว้ 2-3 วัน ค่อยกลับมารดอีกทีก็ได้   ทำให้ไม่ตองกังวลเวลาไปไหนนาน 2-3 วัน   นอกจากนี้การที่รากต้นกล้าไม่ขาดทำให้เห็นความแตกต่างในการเจริญเติบโตได้  อย่างชัดเจนทีเดียว   กระถางจากขุยมะพร้าวเหมาะจึงสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลต้นไม้   และยังเหมาะสำหรับผู้ที่รับจัดสวนแบบที่ต้องใช้ต้นไม้เยอะๆ   โดยจัดเป็นกลุ่มเป็นโซนตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งไม่ต้องดูแลรดน้ำบ่อยๆ   หากสามารถลดต้นทุนให้ได้เท่ากับกระถางพลาสติกซึ่งมีราคาอยู่ที่ 3   บาท/กระถาง   เชื่อว่าเกษตรกรเจ้าของสวนเพาะชำกล้าไม้จะหันมาใช้กระถางจากวัสดุการเกษตร  แบบนี้มากขึ้นทีเดียว” นางปวีณากล่าว</em></td>
</tr>
<tr>
<td align="left" valign="baseline">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center">
<tbody>
<tr>
<td align="center" valign="top">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="350">
<tbody>
<tr>
<td width="350" align="center" valign="Top"><img title="กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" src="http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=967643" border="0" alt=" กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" width="350" height="414" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="5" align="center" valign="top"><img title="กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank กระถางต้นไม้จากขุยมะพร้าว ไอเดียลดโลกร้อน" width="1" height="5" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong>สำหรับผู้สนใจกระถางจาก วัสดุการเกษตร ดังกล่าว สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ ผศ.สุจิน  สุนีย์  โทร.089-7653743 หรือ พงศธร หนูเล็ก โทร.089-6599509   คณะคุรุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)</strong></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%a2-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคโนโลยีการผลิตไหลสตรอเบอรี่คุณภาพดี รายได้เสริมที่อำเภอนาแห้ว จ.เลย</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Aug 2010 12:35:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[- ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[พืช]]></category>
		<category><![CDATA[อืืน ๆ]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตไหล]]></category>
		<category><![CDATA[จ.เลย]]></category>
		<category><![CDATA[นาแห้ว]]></category>
		<category><![CDATA[สตรอเบอรี่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/?p=2563</guid>
		<description><![CDATA[สตรอเบอรี่เป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสำหรับเกษตรกรที่สูง เพราะให้ผลตอบแทนสูง ประมาณ 43,000 บาทต่อไร่ และเกษตรกรที่เกี่ยวข้องกับการปลูกสตรอเบอรี่มีงานทำตลอดทั้งปี โดยช่วง เดือนมกราคมถึงสิงหาคม เป็นช่วงการเตรียมไหล (ต้นพันธุ์) สำหรับปลูกและจำหน่ายให้กับเกษตรกรด้วยกัน และช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนมีนาคมของปีถัดไป เป็นช่วงการปลูกเพื่อเก็บผลสตรอเบอรี่จำหน่าย ปัญหา สำคัญของการปลูกสตรอเบอรี่คือการขาดแคลนต้นไหลคุณภาพดี ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น การระบาดของโรคและแมลง การใช้สารเคมี การปลูกซ่อมแซม รวมทั้งให้ผลผลิตต่อไร่ต่ำและไม่มีคุณภาพ มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สนับสนุน ดร.ปราสาทพร สมิตะมาน จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศึกษาและรวบรวมพันธุ์สตรอเบอรี่เพื่อ ปรับปรุงพันธุ์ใหม่ทดแทนพันธุ์เดิม และพัฒนาการผลิตต้นพันธุ์สตรอเบอรี่ปลอดโรคในเชิงการค้า โดยการ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อต้นพันธุ์สตรอเบอรี่ปลอดโรคในระดับห้องปฏิบัติการ เพื่อย่นระยะเวลาการขยายพันธุ์ใน แปลงปลูก และพัฒนาระบบผลิตไหลคุณภาพดีในแปลงขยายพันธุ์ เพื่อใช้ในระดับการค้า งานวิจัยนี้ประสบ ความสำเร็จในการคัดเลือกสตรอเบอรี่พันธุ์ใหม่คือ พันธุ์พระราชทานเบอร์ 50 ซึ่งได้รับการส่งเสริมให้เป็น พันธุ์บริโภคสดของมูลนิธิโครงการหลวง และยังได้พันธุ์ลูกผสมที่มีลักษณะเหมาะต่อการบริโภคสด การแปร รูปในอุตสาหกรรมอาหาร และผลิตต้นไหลได้มากกว่าพันธุ์ที่เกษตรกรปลูกทั่วไป มูลนิธิโครงการหลวง และไบโอเทค สนับสนุน ดร. ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สตรอเบอรี่เป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสำหรับเกษตรกรที่สูง เพราะให้ผลตอบแทนสูง<br />
ประมาณ 43,000 บาทต่อไร่ และเกษตรกรที่เกี่ยวข้องกับการปลูกสตรอเบอรี่มีงานทำตลอดทั้งปี โดยช่วง<br />
เดือนมกราคมถึงสิงหาคม เป็นช่วงการเตรียมไหล (ต้นพันธุ์) สำหรับปลูกและจำหน่ายให้กับเกษตรกรด้วยกัน<br />
และช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนมีนาคมของปีถัดไป เป็นช่วงการปลูกเพื่อเก็บผลสตรอเบอรี่จำหน่าย ปัญหา<br />
สำคัญของการปลูกสตรอเบอรี่คือการขาดแคลนต้นไหลคุณภาพดี ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น<br />
การระบาดของโรคและแมลง การใช้สารเคมี การปลูกซ่อมแซม รวมทั้งให้ผลผลิตต่อไร่ต่ำและไม่มีคุณภาพ<br />
มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)<br />
สนับสนุน ดร.ปราสาทพร สมิตะมาน จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศึกษาและรวบรวมพันธุ์สตรอเบอรี่เพื่อ<br />
ปรับปรุงพันธุ์ใหม่ทดแทนพันธุ์เดิม และพัฒนาการผลิตต้นพันธุ์สตรอเบอรี่ปลอดโรคในเชิงการค้า โดยการ<br />
เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อต้นพันธุ์สตรอเบอรี่ปลอดโรคในระดับห้องปฏิบัติการ เพื่อย่นระยะเวลาการขยายพันธุ์ใน<br />
แปลงปลูก และพัฒนาระบบผลิตไหลคุณภาพดีในแปลงขยายพันธุ์ เพื่อใช้ในระดับการค้า งานวิจัยนี้ประสบ<br />
ความสำเร็จในการคัดเลือกสตรอเบอรี่พันธุ์ใหม่คือ พันธุ์พระราชทานเบอร์ 50 ซึ่งได้รับการส่งเสริมให้เป็น<br />
พันธุ์บริโภคสดของมูลนิธิโครงการหลวง และยังได้พันธุ์ลูกผสมที่มีลักษณะเหมาะต่อการบริโภคสด การแปร<br />
รูปในอุตสาหกรรมอาหาร และผลิตต้นไหลได้มากกว่าพันธุ์ที่เกษตรกรปลูกทั่วไป<br />
มูลนิธิโครงการหลวง และไบโอเทค สนับสนุน<br />
ดร. ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์<br />
ศึกษาการผลิตต้นไหลสตรอเบอรี่ที่มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาระบบ<br />
การผลิตต้นไหลที่ผ่านการรับรองให้เป็นไปตามขั้นตอนที่<br />
ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยขยายต้นพันธุ์ปลอดโรคที่ได้จาก<br />
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และศึกษาการผลิตต้นไหลคุณภาพดี<br />
ที่ผ่านการรับรอง ภายในโรงเรือนกันแมลงแบบไหลลอยฟ้า<br />
(ไม่ใช้ดินเป็นวัสดุปลูก) สำหรับเป็นต้นแบบของการผลิตต้นไหล<br />
ในเชิงการค้า เพื่อลดปัญหาเรื่องโรคและแมลง ตลอดจนช่วย<br />
อนุรักษ์หน้าดินบนพื้นที่ต้นน้ำ เพราะการผลิตต้นไหลของเกษตรกรบนพื้นที่สูง มักใช้ดินบริเวณแปลงเป็น<br />
วัสดุปลูก และขนส่งต้นไหลพร้อมกับหน้าดินลงมาจำหน่ายปีละหลายสิบตัน ทำให้เกิดการสูญเสียหน้าดินบน<br />
พื้นที่ต้นน้ำปริมาณมาก</p>
<p>จากผลการวิจัยทั้ง 2 โครงการ ไบโอเทค โดย หน่วยบริการเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาชนบท<br />
ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตไหลสตรอเบอรี่คุณภาพดี ให้กับเกษตรกรในพื้นที่บ้านบ่อแก้ว อ.สะเมิง<br />
จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 จนถึงปัจจุบัน มีเกษตรกรในโครงการจำนวน 178 คน สามารถผลิตต้นไหล<br />
ที่มีคุณภาพและผ่านการรับรอง สำหรับจำหน่ายและปลูกเพื่อเพิ่มผลผลิต ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น<br />
รวมทั้งลดปริมาณการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช<br />
นอกจากนี้ ไบโอเทค ยังส่งเสริมการปลูกสตรอเบอรี่ที่หมู่บ้านห้วยน้ำผัก และบ่อเหมืองน้อย อ.นาแห้ว<br />
จ.เลย ทำให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายสตรอเบอรี่ให้กับนักท่องเที่ยว ประมาณ 30,000 บาทต่อ<br />
ครอบครัว (ปลูกคนละประมาณ 4 งาน ภายในระยะเวลา 6 เดือน โดยหักค่าใช้จ่ายแล้ว)</p>
<p>ข้อมูลโดย : ฺBioTech<br />
การผลิตไหล สตรอเบอรี่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โรคแมลงศัตรูและการป้องกันกำจัด</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/07/20/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/07/20/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Jul 2010 13:20:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืช]]></category>
		<category><![CDATA[à¸à¸š]]></category>
		<category><![CDATA[ยากําจัดศัตรูพืชในนาข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[แมลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/?p=2554</guid>
		<description><![CDATA[โรคแมลงศัตรูและการป้องกันกำจัด กล้า มะม่วงที่ใช้สำหรับเพาะทำต้นตอ อาจมีเชื้อราและเพลี้ยทำลายยอดอ่อน รวมทั้งแมลงกัดกินใบอ่อนที่โผล่ขึ้นมา จึงจำเป็นต้องพ่นสารเคมีฆ่าเชื้อราและเพลี้ยกันไว้ สารเคมีที่ใช้กันแพ่รหลาย ได้แก่ คูปราวิท ป้องกันเชื้อรา และเซฟวิน ป้องกันแมลงกัดกินใบ รวมทั้งพาราไธออน หรือมาลาไธออน กันเพลี้ยหรือแมลงดูดน้ำเลื้ยง สำหรับมะม่วงต้นใหญ่ ศัตรูที่สำคัญ ได้แก่ 1. แมลง 1.1 เพลี้ยจั๊กจั่นมะม่วง (Mango hopper: Idiocerus spp) จะเข้าทำลายมะม่วงตั้งแต่เริ่มออกดอก โดยจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากดอกและช่อดอก ทำให้ดอกร่วงหล่น ถ้าดูดน้ำเลี้ยงที่ผลอ่อนก็จะทำให้ผลอ่อนร่วงหล่น มะม่วงไม่ค่อยติดผล เพลี้ยจั๊กจั่นมะม่วงยังถ่ายมูลที่มีลักษณะเป็นน้ำหวานออกมาติดอยู่ตามใบ เป็นอาหารของราดำ ทำให้ราดำระบาดจับอยู่ตามใบมะม่วง ทำให้ใบมะม่วงสังเคราะห์อาหารได้น้อยลง การป้องกันและกำจัด ให้พ่นสารเคมี เช่น เซฟวินทุก 7 วัน โดยเริ่มต้นเมื่อมะม่วงเริ่มแตกช่อดอก แต่งดเว้นการพ่นสารเคมีเมื่อดอกมะม่วงกำลังบาน และเมื่อเห็นว่ามะม่วงติดผลดีแล้ว นอกจากวิธีที่กล่าวแล้ว ยังอาจไล่ให้เพลี้ยจั๊กจั่นหนีไปได้ โดยการสุมควันที่โคนต้นมะม่วงให้มีควันมากๆ ส่วนการกำจัดโดยใช้ยาฆ่าแมลงนั้น ให้ทำก่อนที่จะระบาดมาก หรือทำในระยะที่ยังเป็นตัวอ่อน จะสามารถกำจัดได้ง่าย ถ้าปล่อยไว้จนเป็นตัวแก่จะมีปีกบินหนีไปยังต้นอื่น เมื่อคนเดินเข้าไปใกล้ หรือเมื่อพ่นยาฆ่าแมลง ซึ่งจะทำให้การกำจัดไม่ค่อยได้ผล [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โรคแมลงศัตรูและการป้องกันกำจัด</strong></p>
<p>กล้า มะม่วงที่ใช้สำหรับเพาะทำต้นตอ อาจมีเชื้อราและเพลี้ยทำลายยอดอ่อน  รวมทั้งแมลงกัดกินใบอ่อนที่โผล่ขึ้นมา  จึงจำเป็นต้องพ่นสารเคมีฆ่าเชื้อราและเพลี้ยกันไว้  สารเคมีที่ใช้กันแพ่รหลาย ได้แก่ คูปราวิท ป้องกันเชื้อรา และเซฟวิน  ป้องกันแมลงกัดกินใบ รวมทั้งพาราไธออน หรือมาลาไธออน  กันเพลี้ยหรือแมลงดูดน้ำเลื้ยง</p>
<p>สำหรับมะม่วงต้นใหญ่ ศัตรูที่สำคัญ  ได้แก่</p>
<p>1. แมลง<br />
1.1 เพลี้ยจั๊กจั่นมะม่วง (Mango hopper:  Idiocerus spp) จะเข้าทำลายมะม่วงตั้งแต่เริ่มออกดอก  โดยจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากดอกและช่อดอก ทำให้ดอกร่วงหล่น  ถ้าดูดน้ำเลี้ยงที่ผลอ่อนก็จะทำให้ผลอ่อนร่วงหล่น มะม่วงไม่ค่อยติดผล  เพลี้ยจั๊กจั่นมะม่วงยังถ่ายมูลที่มีลักษณะเป็นน้ำหวานออกมาติดอยู่ตามใบ  เป็นอาหารของราดำ ทำให้ราดำระบาดจับอยู่ตามใบมะม่วง  ทำให้ใบมะม่วงสังเคราะห์อาหารได้น้อยลง<br />
การป้องกันและกำจัด  ให้พ่นสารเคมี เช่น เซฟวินทุก 7 วัน โดยเริ่มต้นเมื่อมะม่วงเริ่มแตกช่อดอก  แต่งดเว้นการพ่นสารเคมีเมื่อดอกมะม่วงกำลังบาน  และเมื่อเห็นว่ามะม่วงติดผลดีแล้ว<br />
นอกจากวิธีที่กล่าวแล้ว  ยังอาจไล่ให้เพลี้ยจั๊กจั่นหนีไปได้  โดยการสุมควันที่โคนต้นมะม่วงให้มีควันมากๆ  ส่วนการกำจัดโดยใช้ยาฆ่าแมลงนั้น ให้ทำก่อนที่จะระบาดมาก  หรือทำในระยะที่ยังเป็นตัวอ่อน จะสามารถกำจัดได้ง่าย  ถ้าปล่อยไว้จนเป็นตัวแก่จะมีปีกบินหนีไปยังต้นอื่น เมื่อคนเดินเข้าไปใกล้  หรือเมื่อพ่นยาฆ่าแมลง ซึ่งจะทำให้การกำจัดไม่ค่อยได้ผล</p>
<p>1.2  เพลี้ยไฟ นอกจากเพลี้ยจั๊กจั่นมะม่วงแล้ว ในระยะที่มะม่วงออกดอกนี้  อาจมีเพลี้ยไฟเข้าทำลายช่อดอกด้วย โดยการดูดกินน้ำเลี้ยงที่ดอก  ทำให้ดอกร่วง เช่นกัน เพลี้ยไฟทำลายพืชบริเวณใบอ่อน ยอดอ่อน ช่อดอกมะม่วง  ทำให้เป็นแผลจุดสีดำ ถ้าระบาดรุนแรงผลมะม่วงจะเป็นสีดำเกือบทั้งหมด  ถ้าเป็นระยะดอกจะทำให้ช่อดอกหงิกงอ ดอกร่วง ไม่ติดผลหรือติดผลน้อย  ซึ่งจะระบาดเมื่ออากาศร้อนและแห้งแล้ง  อย่างไรก็ตามมีการพบเห็นเพลี้ยไฟหลังจากฝนตกบ้าง<br />
การป้องกันและกำจัด  ถ้าพบไม่มากให้ตัดทำลาย เผาทิ้ง ถ้าพบมากควรใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงพ่น  Cyhalothrim หรือ โมโนโครโตฟอส หรือคาร์บาริล ฉีดพ่นอย่างน้อย 2  ครั้งเมื่อเริ่มแทงช่อดอก และช่วงมะม่วงติดผลขนาด 0.5-1 ซม.  หรือเท่ามะเขือพวง</p>
<p>1.3 หนอนเจาะลำต้น เป็นหนอนของด้วงปีกแข็ง  หนวดยาว ตัวสีน้ำตาล โดยตัวแม่วางไข่ตามรอยแตกของเปลือกต้นมะม่วง  แล้วตัวหนอนจะกัดกินเนื้อไม้เข้าไปในต้นหรือกิ่ง  และจะสร้างขุยปิดรูที่มันเจาะเข้าไป ถ้าระบาดมากๆ ต้นหรือกิ่งจะตายได้<br />
การ ป้องกันและกำจัด ป้องกันไม่ให้ด้วงชนิดนี้มาวางไข่ที่เปลือกของลำต้น  โดยการทำความสะอาดสวนอยู่เสมอ โดยเฉพาะบริเวณโคนต้นและลำต้น  อย่าให้ลำต้นมีรอยแผล ไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของแมลง  การฉีดยาฆ่าแมลงอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ด้วงไม่มีโอกาสวางไข่  โดยฉีดตามรอยแตกของเปลือกไม้  พ่นสารชนิดที่มีกลิ่นและดูดซึมเคลือบเปลือกลำต้นเป็นครั้งคราว  หากพบว่ามีตัวหนอนกัดกินเข้าไปข้างในแล้ว และสร้างขุยปิดปากรูอยู่  ให้รีบทำลายตัวหนอนทันที โดยหาเหล็กแหลมเขี่ยเอาตัวหนอนออกมา  หรือฆ่าตัวหนอนเสีย แต่ถ้าตัวหนอนเข้าไปลึกแล้ว  ให้ไช้ยาฉีดยุงแบบสเปรย์ฉีดเข้าไปในรู แล้วอุดรูด้วยดินเหนียวหรือดินน้ำมัน  หรือเคมีชนิดฟุ้งกระจาย เช่น ฟูโมแก๊ส  พ่นเข้าไปตามรูเพื่อให้สารเคมีระเหยไปฆ่าตัวหนอน จะทำให้ตัวหนอนตาย</p>
<p>1.4  ด้วงมะม่วง เป็นด้วงปีกแข็ง มีงวงยาว ตัวแก่จะวางไข่ที่ผลอ่อน  แล้วตัวหนอนจะเจริญอยู่ในเมล็ด พอเป็นตัวแก่ก็จะกัดกินเนื้อออกมา<br />
การ ป้องกันและกำจัด เมื่อตัวหนอนเข้าไปอยู่ข้างในแล้ว กำจัดได้ยาก  และผลมะม่วงมักเสียหายไปแล้ว การฉีดยาฆ่าแมลงประเภทดูดซึมจะช่วยได้บ้าง  การดูแล หมั่นทำความสะอาดสวนอยู่เสมอ  ไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของด้วงและแมลงต่างๆ  จะช่วยป้องกันการระบาดของด้วงมะม่วงได้</p>
<p>1.5  แมลงวันผลไม้ทำลายผลมะม่วง แมลงวันผลไม้ตัวเมียจะวางไข่ใต้ผิวของผลมะม่วง  เมื่อไข่เจริญเป็นตัวหนอน หนอนจะไชชอนกินเนื้อมะม่วงเป็นอาหาร  ทำให้ผลมะม่วงเน่าเสียหายร่วงหล่นได้<br />
การป้องกันและกำจัด ทำได้หลายวิธี<br />
1.  ห่อผลมะม่วงด้วยกระดาษหรือใบตองแห้ง<br />
2.  ทำลายดักแด้โดยการไถพรวนดินบริเวณโคนต้น  หรือใช้สารเคมีฆ่าแมลงพ่นลงดินเพื่อฆ่าดักแด้ เช่น ดีลดริน คลอเดน<br />
3.  เก็บผลมะม่วงที่ถูกทำลายโดยแมลงวันผลไม้ที่หล่นโคนต้นทำลายเสีย</p>
<p>2.  โรค<br />
โรคต่างๆ ของมะม่วงไม่ค่อยพบว่าระบาดรุนแรงมากนัก ที่พบเสมอได้แก่  โรคแอนแทรคโนส (anthracnose : Colletotrichum gleosporiodes, Penz)  ซึ่งทำอันตรายกับทุกส่วนของต้น อาการบนใบจะเห็นเป็นจุดๆ สีน้ำตาลดำ  และขยายตัวออกเป็นแผลแห้งๆ ขอบแผลมีสีเข้ม ที่ใบ กิ่ง ช่อดอก และผล  ทำให้ใบเป็นรูพรุนทั่วไป ถ้าเป็นกับใบอ่อนหรือยอดอ่อน  จะทำให้ใบบิดเบี้ยวและยอดแห้ง ถ้าเกิดที่ดอกจะทำให้ดอกร่วง  ถ้าเกิดกับผลอ่อนจะทำให้ผลนั้นแคระแกร็น ไม่เจริญเติบโต  ส่วนผลที่มีขนาดเล็ก ถ้าเป็นโรคนี้อาจร่วงไปเลย</p>
<p>การป้องกันและ กำจัด<br />
1. ตัด ทำลาย และเผาไฟเสีย<br />
2. พ่นสารกันเชื้อรา เช่น ไชเนบ  (Zinep), แมนเซทดี (Manzate-D), หรือ เบนเลท 50 จำนวน 10-12 กรัม ต่อน้ำ 20  ลิตร ทุกๆ 7-10 วัน โดยเฉพาะในระยะที่มีอากาศชุ่มชื้นมาก เช่น ในฤดูฝน<br />
นอก จากโรคแอนแทรคโนสแล้ว อาจมีโรคราแป้ง หรือโรคราขี้เถ้า  ทำลายใบและดอกให้ร่วงหล่น แต่ไม่ค่อยพบว่าระบาดรุนแรงนัก  นอกจากสวนที่ปล่อยปละละเลย ไม่ได้ดูแลทำความสะอาดสวนเลย  การทำความสะอาดสวนอยู่เสมอ และบำรุงต้นมะม่วงให้เจริญเติบโตแข็งแรง  จะเป็นการป้องกันไม่ให้โรคและแมลงศัตรูต่างๆ ระบาดได้เป็นอย่างดี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/07/20/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การกำจัดวัชพืชในไร่มันสำปะหลัง</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/07/20/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/07/20/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Jul 2010 13:18:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืช]]></category>
		<category><![CDATA[à¸à¸š]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกมันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ผักเบี้ยหิน ผักโขม]]></category>
		<category><![CDATA[มันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ยากําจัดวัชพืช]]></category>
		<category><![CDATA[วัชพืช]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีฆ่าหญ้าไร่มัน]]></category>
		<category><![CDATA[สำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับพวกใบกว้าง]]></category>
		<category><![CDATA[หญ้าดอกขาว]]></category>
		<category><![CDATA[หญ้านกสีชมพู]]></category>
		<category><![CDATA[หญ้าปากควาย]]></category>
		<category><![CDATA[หญ้าเขมร]]></category>
		<category><![CDATA[และหญ้าตีนกา]]></category>
		<category><![CDATA[ใบกว้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ใบแคบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/?p=2551</guid>
		<description><![CDATA[การกำจัดวัชพืชในไร่มันสำปะหลัง ค่าใช้จ่ายในการกำจัด วัชพืชในไร่มันสำปะหลัง อาจสูงกว่าร้อยละ 20 ของต้นทุนการผลิตทั้งหมดแต่ถ้าไม่มีการกำจัดวัชพืชเลยตลอดฤดูปลูก มันสำปะหลังจะให้ผลผลิตต่ำกว่าที่ควรได้รับมาก ดังนั้นจะเห็นได้ว่า วัชพืชเป็นปัญหาที่สำคัญในการปลูกมันสำปะหลัง การจัดการวัชพืชมีดังนี้ 1. การป้องกันและกำจัดวัชพืชในช่วงการเตรียมดินก่อนปลูกมันสำปะหลัง สำหรับพื้นที่ปลูกบางแห่งที่มีวัชพืชประเภทข้ามปี เช่น หญ้าคา หญ้าแห้วหมู และหญ้าขจรจบดอกเหลือง บางพื้นที่อาจมีแต่วัชพืชประเภทล้มลุก เช่น พวกหญ้านกสีชมพู ผักเบี้ย หญ้าปากควาย และหญ้าตีนกา หรือบางพื้นที่มีวัชพืชทั้ง 2 ประเภท ส่วนของวัชพืชดังกล่าวที่เป็น ข้อ ปล้อง หัว เหง้า และไหลสามารถแตกตา และเจริญเติบโตเป็นต้นได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งกว่าเกิดรากเมล็ด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องไถพลิกดิน พรวนให้ส่วนของวัชพืชหลุดจากดิน ตากแดดให้เศษวัชพืชแห้งตาย แล้วไถกลบลงในดินให้ลึกพอที่จะไม่สามารถขึ้นมาได้ แต่การปฏิบัติที่กล่าวมาต้องใช้เวลา 7-14 วัน ประกอบกับปัญหาที่ฝนเริ่มตกชุกในช่วงต้นฤดูฝนจึงทำให้ต้องเร่งปลูก ดังนั้นการใช้สารกำจัดวัชพืชพวกพาราขวัท (อัตรา 0.8 กิโลกรัมต่อไร่) หรือไกลโฟเสท (อัตรา 0.36 กิโลกรัมต่อไร่) ฉีดพ่นให้วัชพืชแห้งตายก่อน แล้วจึงไถพรวนดิน นอกจากช่วยให้สามารถไถพรวนได้เร็ว ประหยัดเวลาแล้ว ยังลดอุปสรรคของการไถเนื่องจากไหลลื่น หรือลำต้นยาวของวัชพืชพันผาล [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><strong>การกำจัดวัชพืชในไร่มันสำปะหลัง</strong><br />
ค่าใช้จ่ายในการกำจัด วัชพืชในไร่มันสำปะหลัง อาจสูงกว่าร้อยละ 20  ของต้นทุนการผลิตทั้งหมดแต่ถ้าไม่มีการกำจัดวัชพืชเลยตลอดฤดูปลูก  มันสำปะหลังจะให้ผลผลิตต่ำกว่าที่ควรได้รับมาก ดังนั้นจะเห็นได้ว่า  วัชพืชเป็นปัญหาที่สำคัญในการปลูกมันสำปะหลัง การจัดการวัชพืชมีดังนี้</p>
<p>1.  การป้องกันและกำจัดวัชพืชในช่วงการเตรียมดินก่อนปลูกมันสำปะหลัง  สำหรับพื้นที่ปลูกบางแห่งที่มีวัชพืชประเภทข้ามปี เช่น หญ้าคา หญ้าแห้วหมู  และหญ้าขจรจบดอกเหลือง บางพื้นที่อาจมีแต่วัชพืชประเภทล้มลุก เช่น  พวกหญ้านกสีชมพู ผักเบี้ย หญ้าปากควาย และหญ้าตีนกา  หรือบางพื้นที่มีวัชพืชทั้ง 2 ประเภท ส่วนของวัชพืชดังกล่าวที่เป็น ข้อ  ปล้อง หัว เหง้า และไหลสามารถแตกตา  และเจริญเติบโตเป็นต้นได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งกว่าเกิดรากเมล็ด  ดังนั้นจึงจำเป็นต้องไถพลิกดิน พรวนให้ส่วนของวัชพืชหลุดจากดิน  ตากแดดให้เศษวัชพืชแห้งตาย  แล้วไถกลบลงในดินให้ลึกพอที่จะไม่สามารถขึ้นมาได้  แต่การปฏิบัติที่กล่าวมาต้องใช้เวลา 7-14 วัน  ประกอบกับปัญหาที่ฝนเริ่มตกชุกในช่วงต้นฤดูฝนจึงทำให้ต้องเร่งปลูก  ดังนั้นการใช้สารกำจัดวัชพืชพวกพาราขวัท (อัตรา 0.8 กิโลกรัมต่อไร่)  หรือไกลโฟเสท (อัตรา 0.36 กิโลกรัมต่อไร่) ฉีดพ่นให้วัชพืชแห้งตายก่อน  แล้วจึงไถพรวนดิน นอกจากช่วยให้สามารถไถพรวนได้เร็ว ประหยัดเวลาแล้ว  ยังลดอุปสรรคของการไถเนื่องจากไหลลื่น หรือลำต้นยาวของวัชพืชพันผาล  ที่พรวนดินในขณะปฏิบัติงานอีกด้วย</p>
<p>2. ในช่วง 3-4  เดือนแรกของการเจริญเติบโตของมันสำปะหลังเป็นช่วงที่ควรให้ปลอดจากวัชพืช  และในช่วงนี้วัชพืชจะทยอยงอกขึ้นมา เป็นรุ่น ๆ แบ่งออกได้เป็น 3 รุ่น คือ</p>
<p>วัชพืช รุ่นแรก เป็นวัชพืชประเภทใบแคบและใบกว้างเรียงลำดับตามปริมาณดังนี้  ประเภทใบแคบ ได้แก่ หญ้านกสีชมพู หญ้าดอกขาว หญ้าปากควาย และหญ้าตีนกา  สำหรับพวกใบกว้าง เช่น ผักเบี้ยหิน ผักโขม และหญ้าเขมร  วัชพืชเหล่านี้มีขนาดเมล็ดเล็กอยู่ใกล้พื้นผิวดิน  เมื่อได้รับความชื้นเพียงเล็กน้อยก็สามารถขึ้นมาได้ก่อน  ในบางพื้นที่ที่มีเหง้าวัชพืชสดขึ้นอยู่ก่อน ไถหรือเตรียมดินแล้วไม่ตาย  ส่วนใหญ่เป็นพวกหญ้าดอกขาว หญ้าแห้วหมู หญ้าตีนติด และหญ้านกสีชมพู  ข้อปล้องของวัชพืชเหล่านี้จะแตกตาขึ้นมาเป็นวัชพืชรุ่นแรกเช่นเดียวกับพวก ที่เกิดจากเมล็ดวัชพืชรุ่นที่ 2 จัดเป็นประเภทใบกว้าง พวกหญ้ายาง  บานไม่รู้โรยป่า เถาจิงจ้อ หญ้าขจรจบ หญ้าแห้วหมู  พวกนี้มีขนาดเมล็ดค่อนข้างใหญ่อยู่ลึกลงไปในดิน  เกิดขึ้นหลังจากที่ทำรุ่นครั้งแรกเนื่องจากถูกไถพรวน  หรือทำรุ่นรื้อเอาเมล็ดขึ้นมาอยู่บนชั้นดิน และงอกขึ้นได้</p>
<p>วัชพืช รุ่นที่ 2 ต้องการความชื้นในการงอกมากกว่ารุ่นที่ 1 หากทำรุ่น ครั้งที่ 1  ไปแล้วมีฝนตกชุก  เศษวัชพืชของรุ่นแรกถูกกองไว้ในระหว่างแถวหรือตายกลบดินไว้ฟื้นขึ้นมา  จะมีขนาดโตกว่า และกำจัดยากกว่าที่ได้ทำรุ่นไปครั้งแรก</p>
<p>วัชพืชรุ่น ที่ 3 ระยะนี้มันสำปะหลังมีพุ่มใบแล้ว  แต่พุ่มใบยังไม่ชนกันจึงเป็นโอกาสให้วัชพืชงอกจากเมล็ดขึ้นมาอีกรุ่นหนึ่ง  ซึ่งมีทั้งพวกใบแคบและใบกว้าง คือ หญ้านกสีชมพู หญ้าดอกขาว  และบานไม่รู้โรยป่า  หญ้าที่เกิดขึ้นมาในรุ่นสุดท้ายนี้การเจริญเติบโตจะน้อยกว่าในรุ่นที่หนึ่ง และสอง เพราะถูกบังด้วยพุ่มใบของมันสำปะหลังกล่าวได้ว่าวัชพืชที่สำคัญ คือ  พวกที่เกิดในรุ่นแรกและรุ่นที่ 2  ซึ่งหากจัดการป้องกันและกำจัดไม่มีประสิทธิภาพก็จะกลายเป็นวัชพืชรุ่นถัดไป  และล่วงเลยไปจนเป็นอุปสรรคของการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังในที่สุด</p>
<p>3.  ระบบการจัดการวัชพืชในไร่มันสำปะหลังมี 4 ระบบได้แก่</p>
<p>ระบบที่ 1  วิธีเขตกรรมตามด้วย การฉีดพ่นสารกำจัดวัชพืชประเภทฆ่าวัชพืชคือทำการไถพรวน  โดยใช้จอบหรือใช้รถไถเล็กเดินตามหรือแรงงานสัตว์เข้าไปกำจัดวัชพืชที่ขึ้นมา แล้วหลังจากนั้นรอ  จนกระทั่งวัชพืชขึ้นมาใหม่อีกรุ่นหนึ่งจึงพ่นด้วยสารกำจัดวัชพืชประเภททำลาย โดยวิธีสัมผัส ทั้งนี้ต้องมีครอบกันละออง และมันสำปะหลังควรสูงประมาณ  70-80เซนติเมตร  ระบบนี้เหมาะสำหรับการปลูกเมื่อมีฝนน้อยช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม</p>
<p>ระบบ ที่ 2  วิธีเขตกรรมตามด้วยการฉีดพ่นสารกำจัดวัชพืชประเภทคุมกับประเภทฆ่าวัชพืช  ระบบที่ 2 นี้เหมือนกับระบบที่ 1 ในขั้นตอนที่ทำรุ่น 1-2 ครั้ง  แล้วพ่นสารคุม วัชพืชชนิดเดียวหรือใช้ 2 ชนิดผสมกัน คือ  ประเภทคุมและประเภทฆ่าวัชพืช  ควรพ่นโดยมีครอบกันละอองและมันสำปะหลังควรสูงเกิน 70 เซนติเมตร ระบบที่ 2  นี้เหมาะสำหรับช่วงที่พ่นสารกำจัดวัชพืชมี<br />
ฝนตกชุก</p>
<p>ระบบที่ 3  วิธีฉีดพ่นสารกำจัดวัชพืชประเภทคุมวัชพืช ตามด้วยวิธีเขตกรรม  เป็นระบบที่เหมาะสมสำหรับ ช่วงการปลูกมันสำปะหลังมีฝนตก  โดยพ่นสารคุมวัชพืชทันทีหลังปลูกมันสำปะหลัง  จากนั้นเมื่อวัชพืชขึ้นมาแล้วให้ใช้วิธีกำจัดด้วยจอบเฉพาะจุด  ในระบบนี้ควรปลูกด้วย ระยะต้นห่าง 0.50-0.80 เมตร</p>
<p>ระบบที่ 4  วิธีฉีดพ่นสารคุมวัชพืชหรือสารฆ่าวัชพืชเมื่อปลูกด้วยท่อนพันธุ์ยาว  และใช้ระยะปลูกถี่ ใช้ท่อนพันธุ์มันสำปะหลังยาว 50 เซนติเมตร  หลังจากที่มันสำปะหลังงอกขึ้นมาแล้วสูงเกิน 70 เซนติเมตร  ฉีดพ่นด้วยสารกำจัดวัชพืชประเภทคุม หรือฆ่าวัชพืช อย่างใดอย่างหนึ่ง  โดยต้องมีครอบกันละอองเนื่องจากสารกำจัดวัชพืชประเภทคุมวัชพืช  สามารถควบคุมวัชพืชการงอกของวัชพืชได้ช่วงเวลาหนึ่งเมื่อหมดฤทธิ์แล้วพุ่มใบ ของมันสำปะหลังยังไม่ชนกันและมีวัชพืชขึ้นมาอีก  ทำให้ต้องมีวิธีอื่นตามกำจัดวัชพืชในระยะหลัง  ส่วนสารกำจัดวัชพืชประเภทฆ่าวัชพืช  ไม่ว่าประเภทเลือกทำลายหรือไม่เลือกทำลายเฉพาะชนิดวัชพืช  ไม่มีฤทธิ์ควบคุมการงอกของวัชพืช  แต่มีผลทำลายเฉพาะวัชพืชที่ขึ้นมาแล้วเท่านั้น  และพวกที่ไม่เลือกทำลายย่อมกระทบกระเทือนต่อมันสำปะหลังด้วย  โดยเฉพาะเมื่อจะใช้ต้นไปปลูกขยายพันธุ์ ทุกครั้งที่ใช้  จึงเน้นถึงครอบกันละอองเพื่อลดความเสียหายจากการพ่น</p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/07/20/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สารเคมีที่ห้ามใช้ทางการเกษตรในประเทศไทย และต่างประเทศ</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/07/20/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/07/20/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Jul 2010 13:15:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[- ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ขั้นตอนการเิปิดร้านเคมีเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[พืช]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[อืืน ๆ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/?p=2549</guid>
		<description><![CDATA[สารเคมีที่ห้ามใช้ทางการเกษตรในประเทศไทย และต่างประเทศ (Pesticide Ban in Thailand and other countries) การ เกิดกรณีปฏิเสธสินค้า ณ ประเทศปลายทาง เกิดได้จากขณะนี้เกษตรไม่ทราบชนิดของสารเคมีที่ประเทศคู่ค้าไม่อนุญาติให้ ใช้ ซึ่งแตกต่างกับที่ประเทศไทยอนุญาติให้ใช้อยู่ ดังนั้นผู้ผลิตหรือเกษตรกรผู้ปลูกจำเป็นต้องทราบถึงกฏหมายข้อบังคับ ในการใช้สารเคมีที่ประเทศนั้นๆ กำหนด เพื่อที่จะสามารถส่งออกผลผลิตโดยที่ไม่ถูกกักกันสินค้าจากประเทศนำเข้า ราย ชื่อวัตถุอันตรายที่ห้ามใช้ทางการเกษตรในประเทศไทย 1. ออลดริน (aldrin) 2. อะมิโนคาร์บ (aminocarb) 3. 4-อะมิโนไตฟีนิล (4-aminodiphenyl) 4. อะมิโทรล (amitrole) 5. อะราไมท์ (aramite) 6. แอสเบสทอล อะโมไซท์ asbestos &#8211; amosite) 7. อะซินฟอส เอทธิล (azinphos &#8211; ethyl) 8. อะซินฟอส เมทธิล (azinphos &#8211; methyl) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สารเคมีที่ห้ามใช้ทางการเกษตรในประเทศไทย และต่างประเทศ (Pesticide Ban in Thailand and other countries)<br />
การ เกิดกรณีปฏิเสธสินค้า ณ ประเทศปลายทาง  เกิดได้จากขณะนี้เกษตรไม่ทราบชนิดของสารเคมีที่ประเทศคู่ค้าไม่อนุญาติให้ ใช้ ซึ่งแตกต่างกับที่ประเทศไทยอนุญาติให้ใช้อยู่  ดังนั้นผู้ผลิตหรือเกษตรกรผู้ปลูกจำเป็นต้องทราบถึงกฏหมายข้อบังคับ  ในการใช้สารเคมีที่ประเทศนั้นๆ กำหนด  เพื่อที่จะสามารถส่งออกผลผลิตโดยที่ไม่ถูกกักกันสินค้าจากประเทศนำเข้า</p>
<p>ราย ชื่อวัตถุอันตรายที่ห้ามใช้ทางการเกษตรในประเทศไทย<br />
1. ออลดริน (aldrin)<br />
2.  อะมิโนคาร์บ (aminocarb)<br />
3. 4-อะมิโนไตฟีนิล (4-aminodiphenyl)<br />
4.  อะมิโทรล (amitrole)<br />
5. อะราไมท์ (aramite)<br />
6. แอสเบสทอล อะโมไซท์  asbestos &#8211; amosite)<br />
7. อะซินฟอส เอทธิล (azinphos &#8211; ethyl)<br />
8.  อะซินฟอส เมทธิล (azinphos &#8211; methyl)<br />
9. เบนซิดิน (benzidine)<br />
10.  เบต้า เอชชีเอช (beta &#8211; HCH) 1,3,5/2,4,6 – hexachloro- cyclohexane)<br />
11.บี เอชชี หรือ เอชชีเอช (BHC หรือ HCH) (1,2,3,4,5,6 &#8211;  hexachloro-cyclohexane)<br />
12.ไบนาพาคริล (binapacryl)<br />
13.บีส  คลอร์โรเมทธิลอีเธอร์ (bis (chloromethyl)ether)<br />
14.โบรโมฟอส  (bromophos)<br />
15.โบรโมฟอส เอทธิล (bromophos-ethyl)<br />
16.แดดเมียม  และสารประกอบแคดเมียม (cadmium and cadmium compounds)<br />
17.แคลเซียมอา ร์ซีเนท (calcium arsenate)<br />
18.แคปตาโฟล (captafol)<br />
19.คาร์บอนเตตระ คลอไรด์ (carbon tetrachloride)<br />
20.คลอร์เดน chlordane)<br />
21.คลอร์ดี โซน (chlordecone)<br />
22.คลอร์ไดมีฟอร์ม (chlordimeform)<br />
23.คลอร์โรเบน ซิเลท (chlorobenzilate)<br />
24.คลอร์โรฟีนอล (chlorophenols)<br />
25.  คลอร์ไธโอฟอส (chlorthiophos)<br />
26. คอปเปอร์ อาร์ซีเนทไฮดร็อกไซด์  (copper arsenate hydroxide)<br />
27. ไซโคลเฮกซิไมด์ (cycloheximide)<br />
28.  ไซเฮกซาติน (cyhexatin)<br />
29. ดามิโนไซด์ (daminozide)<br />
30. ดีบีซีพี  (DBCP) (1,2-dibromo-3-chloropropane)<br />
31. ดีดีที (DDT)  (1,1,1-trichloro-2,2-bis (4-chlorophenyl ethane)<br />
32. ดีมีฟีออน  (demephion)<br />
33. ดีมีตอน (demeton)<br />
34. ไดคลอร์โรเบนซิน  (o-dichlorobenzene)<br />
35. ดีลดริน (dieldrin)<br />
36. ไดมีฟอกซ์ (dimefox)<br />
37.ได โนเส็บ (dinoseb)<br />
38.ไดโนเทิร์บ (dinoterb)<br />
39.ไดซัลโฟตอน  (disulfoton)<br />
40. ดีเอ็นโอซี (DNOC) (4,6-dinitro-o-cresol)<br />
41.  อีดีบี (EDB) (1,2-dibromoethane)<br />
42. เอ็นดริน (endrin)<br />
43. เอทธิล  เฮกซิลีนไกลคอล (ethyl hexyleneglycol (ethyl hexane diool))<br />
44.  เอทธีลีนไดคลอร์ไรด์ (ethylene dichloride)<br />
45. เอทธีลีนออกไซด์  (ethylene oxide (1,2-epoxyethane))<br />
46. เฟนซัลโฟไธออน (fensulfothion)<br />
47.  เฟนทิน (fentin)<br />
48. ฟลูออโรอะเซทตาไมด์ (fluoroacetamide)<br />
49.ฟลูออ โรอะซีเตทโซเดียม (fluoroacetate sodium)<br />
50.โฟโนฟอส (fonofos)<br />
51.เฮ ปตาคลอร์ (heptachlor)<br />
52.เฮกซะคลอร์โรเบนซีน (hexachlorobenzene)<br />
53.ตะกั่ว อาร์ซีเนท (lead arsenate)<br />
54.เลปโตฟอส (leptophos)<br />
55.ลินเดน  (lindane (&gt;99% gamma-HCH หรือ gamma- BHC)<br />
56.เอ็มซีพีบี (MCPB)  [4-(4-chhloro-o-tolyloxy) butyric acid]<br />
57.มิโคครอป (mecoprop)<br />
58.มี ฟอสโฟลาน (mephosfolan)<br />
59.สารประกอบของปรอท (mercury compounds)<br />
60.  เมวินฟอส (mevinphos)<br />
61 .เอ็มจีเครีเพลเลนท์ 11 (MGK repellent &#8211; 11)<br />
62.  ไมเร็กซ์ (mirex)<br />
63. โมโนโครโตฟอส (monocrotophos)<br />
64. แนฟธิลอะมีน  (napthylamine)<br />
65.4-ไนโตรไดเฟนิล (4-nitrodiphenyl)<br />
66. ไนโทรเฟน  (nitrofen)<br />
67. พาราไทออน (parathion)<br />
68. ปารีสกรีน (Paris green)<br />
69.  โซเดียมเพนตะคลอร์โรฟีเนต หรือ โซเดียมเพนตะคลอร์โรฟีนอกไซด์  (pentachlorophenate sodium หรือ pentachlorophenoxide sodium)<br />
70.  เพนตะคลอร์โรฟีนอล (pentachlorophenol)<br />
71.ฟีโนไทออน (phenothiol)<br />
72.โฟ เรท (phorate)<br />
73.ฟอสฟามิดอน (phosphamidon)<br />
74.ฟอสฟอรัส  (phosphorus)<br />
75.โพลีบรอมมิเนต ไบเฟนิล (polybrominated biphenyls,  PBBs)<br />
76. โพลีคลอร์ริเนต ไตรเฟนิล (polychlorinated triphenyls, PCTs)<br />
77.  โปรโทเอท (prothoate)<br />
78. ไพรินูรอน (ไพริมินอล) (pyrinuron  (piriminil))<br />
79. แซพโรล (safrole)<br />
80.สะคราแดน (schradan)<br />
81.โซเดียม อาร์ซีไนต์ (sodium arsenite)<br />
82.โซเดียมคลอเรต (sodium chlorate)  ยกเว้นในรูปผลิตภัณฑ์ที่ผสมสาร หน่วงปฏิกิริยาตามที่กระทรวงเกษตร  และสหกรณ์ประกาศกำหนด<br />
83.สโตรเบน (โพลีคลอร์โรเทอร์พีน) (strobane  (polychloroterpenes))<br />
84. ซัลโฟเทป (sulfotep)<br />
85. 2,4,5-ที  (2,4,5-T) ([2,4,5-trichlorophenoxyl] acetic acid)<br />
86. 2,4,5-ทีซีพี  (2,4,5-TCP) (2,4,5-trichlorophenol)<br />
87. ทีดีอี หรือ ดีดีดี (TDE หรือ  DDD) [1,1-dichloro- 2,2-bis (4-chlorophenyl) ethanel)<br />
88. ทีอีพีพี  (TEPP) (tetraethyl pyrophosphate)<br />
89. 2,4,5,-ทีพี (2,4,5-TP)  ((+)-2-[2,4,5-trichlorophenoxy] propionic acid)<br />
90. แทลเลียมซัลเฟต  (thallium sulfate)<br />
91. ทอกซาฟีน หรือ แคมฟีคลอร์ (toxaphene หรือ  camphechlor)<br />
92. ไตร 2,3-ไดโบรโมโปรพิล ฟอสเฟต (tri (2,3-  dibromopropyl) phosphate)<br />
93. ไวนิลคลอร์ไรด์โมโนเมอร์  (โมโนคลอร์โรอีธีน)(vinyl chloridemonomer (monochloroethene))<br />
94.  เมธามิโดฟอส (methamidophos)<br />
95. เอ็นโดซัลแฟน (endosulfan)<br />
96.  พาราไธออน เมทิล (parathion methyl)<br />
รายชื่อวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการ เกษตรเฝ้าระวัง<br />
1. อัลดิคาร์บ (aldicarb)<br />
2. บลาสติซิดิน เอส  (blasticidin-SX<br />
3. คาร์โบฟูราน (carbofuran)<br />
4. ไดโครโตฟอส  (dicrotophos)<br />
5. อีพีเอ็น (EPN)<br />
6. อีโธโปรฟอส (ethoprofos)<br />
7.  โฟรมีทาเนต (fromethanate)<br />
8. เมทิดาไธออน (methidathion)<br />
9. เมโทมิล  (methomyl)<br />
10. อ๊อกซามิล (oxamyl)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/07/20/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สารปั้นเม็ดสำหรับโรงงานปุ๋ย,โรงงานอาหารสัตว์</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/07/16/ligno/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/07/16/ligno/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Jul 2010 13:40:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[- ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[- ผลงาน]]></category>
		<category><![CDATA[- สินค้าเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ซื้อ-ขาย]]></category>
		<category><![CDATA[พืช]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[อืืน ๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ปุ๋ยอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[แมลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/?p=2503</guid>
		<description><![CDATA[Ligno (Calcium Ligno Sulphonate) สารปั้นเม็ดสำหรับโรงงานปุ๋ย,โรงงานอาหารสัตว์ คือ Binder ชั้นหนึ่งสำหรับขึ้นรูปเม็ด ผลิตจากยางสน จากประเทศนอร์เวย์ แหล่งไม้สนเมืองหนาวชั้นดี คุณภาพของ Calcium Ligno Sulphonate แตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับแหล่งผลิต และวัตถุดิบ ซึ่งหมายถึงความปลอดภัย และสารปนเปื้อนด้วย ละลายน้ำดีมาก หัวฉีดไม่อุดตัน ละลายน้ำ 99.2% ขึ้นรูปเร็วปั้นเม็ดเร็วขึ้น 15-30% (ขึ้นกับวัตถุดิบ) Food Grade สามารถปั้นเม็ดอาหารสัตว์ได้ เป็นสารอินทรีย์ 100% ไม่มีอันตราย ย่อยง่าย มี Calcium มากกว่า 5% ลดความชื้นในเม็ด ลดความร้อน และระบายความร้อน (ในการปั้นเม็ด) บรรจุกระสอบละ 25 กิโลกรัม เก็บรักษาได้เกินกว่า 24 เดือน ประโยชน์อื่น ๆ มีคุณสมบัติเป็น Surfactant ชั้นดี เพิ่มประสิทธิภาพสารเคมี เช่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="font-size: xx-large;">Ligno</span></span></strong></p>
<p><strong> </strong>(Calcium Ligno Sulphonate)</p>
<p><span style="font-size: medium;"><strong>สารปั้นเม็ดสำหรับโรงงานปุ๋ย,โรงงานอาหารสัตว์</strong></span><strong> </strong><br />
<strong><span style="color: #ff0000;"><span style="font-size: xx-large;"> </span></span><br />
</strong><strong><img src="../ligno/1.gif" border="1" alt="" /></strong></p>
<p><strong>คือ <span style="font-size: large;"><span style="color: #ff0000;">Binder</span> </span>ชั้นหนึ่งสำหรับขึ้นรูปเม็ด<br />
ผลิตจากยางสน จากประเทศนอร์เวย์ แหล่งไม้สนเมืองหนาวชั้นดี</strong></p>
<p><strong> </strong><strong>คุณภาพของ </strong>Calcium Ligno Sulphonate แตกต่างกันอย่างมาก<br />
ขึ้นอยู่กับแหล่งผลิต และวัตถุดิบ ซึ่งหมายถึงความปลอดภัย  และสารปนเปื้อนด้วย</p>
<p><strong> </strong><strong><img src="../ligno/5.gif" border="1" alt="" width="152" height="127" /></strong><strong> <img src="../ligno/6.gif" border="1" alt="" /></strong></p>
<p><img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="13" height="13" /><strong> </strong>ละลายน้ำดีมาก หัวฉีดไม่อุดตัน ละลายน้ำ 99.2%<br />
<img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="13" height="13" /><strong> </strong>ขึ้นรูปเร็วปั้นเม็ดเร็วขึ้น 15-30% (ขึ้นกับวัตถุดิบ)<br />
<img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="13" height="13" /><strong> </strong>Food Grade สามารถปั้นเม็ดอาหารสัตว์ได้<br />
<img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="13" height="13" /><strong> </strong>เป็นสารอินทรีย์ 100% ไม่มีอันตราย ย่อยง่าย<br />
<img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="13" height="13" /><strong> </strong>มี Calcium มากกว่า 5%<br />
<img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="13" height="13" /><strong> </strong>ลดความชื้นในเม็ด<br />
<img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="13" height="13" /><strong> </strong>ลดความร้อน และระบายความร้อน (ในการปั้นเม็ด)<br />
<img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="13" height="13" /><strong> </strong>บรรจุกระสอบละ 25 กิโลกรัม<br />
<img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="13" height="13" /><strong> </strong>เก็บรักษาได้เกินกว่า 24 เดือน</p>
<p><strong>ประโยชน์อื่น ๆ</strong><br />
<img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="13" height="13" /><strong> </strong>มีคุณสมบัติเป็น Surfactant ชั้นดี เพิ่มประสิทธิภาพสารเคมี เช่น  ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง<br />
<img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="13" height="13" /><strong> </strong>Food Adhesive<br />
<img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="13" height="13" /><strong> </strong>ลดความร้อนในการก่อตัวของคอนกรีต<br />
<strong><br />
</strong><strong><img src="../ligno/2.gif" border="1" alt="" width="340" height="247" /></strong><br />
<strong><br />
</strong><strong><img src="../ligno/4.gif" border="1" alt="" /></strong> <strong><img src="../ligno/3.gif" border="1" alt="" width="205" height="141" /></strong></p>
<p><span style="font-size: large;"><strong>สำหรับโรงงานที่มีปัญหา</strong></span></p>
<p><img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="13" height="13" /><strong> </strong>เม็ดปุ๋ยอินทรีย์ไม่ขึ้นรูป ปั้นเม็ดยาก<br />
<img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="13" height="13" /><strong> </strong>เม็ดเปื่อยยุ่ย<br />
<img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="13" height="13" /><strong> </strong>ปั้นเม็ดไม่ขึ้น<br />
<img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="13" height="13" /><strong> </strong>ดูดความชื้น<br />
<img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="13" height="13" /><strong> </strong>เม็ดแตกง่าย<br />
<img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="13" height="13" /><strong> </strong>กองทับกันแล้วเกาะตัว (Caking)<br />
<img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="13" height="13" /><strong> </strong>ขึ้นเม็ดช้า</p>
<p><span style="font-size: xx-large;"><em><span style="color: #ff0000;"><strong>ปัญหาจะหมดไป</strong></span></em></span></p>
<p><strong>อัตราใช้เพียง 1-10 กิโลกรัม/ตัน<br />
- ปุ๋ย = 3-10 กก./ตัน (ขึ้นกับสูตรปุ๋ย)<br />
- อาหารสัตว์ = 0.5-5 กก./ตัน (ขึ้นกับสูตรอาหารสัตว์)<br />
</strong></p>
<p><strong>เลิกใช้สารปั้นอื่นที่ราคาแพงกว่าได้เลย</strong></p>
<p><em><span style="font-size: xx-large;"><span style="color: #ff0000;"><strong>ประหยัดกว่า</strong></span></span></em></p>
<p><em><strong>คุณภาพมากกว่า</strong></em></p>
<p><span style="font-size: large;"><strong>ยินดีเข้าไปทำงานทดสอบถึงโรงงาน<br />
ทดลองจริง ใช้งานจริง</strong></span></p>
<p><span style="font-size: xx-large;"><span style="color: #ff0000;"><strong>มีผลงานวิจัยรับรอง</strong></span></span></p>
<p><strong> </strong><a href="http://kasetonline.com/ligno/" target="_blank"><img src="http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:TPvbo4519vPu3M" alt="http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:TPvbo4519vPu3M" /></a> <span style="font-size: xx-large;"><span style="color: #ff0000;"><strong><a href="http://kasetonline.com/ligno/" target="_blank"><span style="font-size: large;"><span style="color: #000000;"><br />
Download ผลงานวิจัยที่นี่</span></span></a></strong></span></span></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><span style="font-size: large;"><strong>ติดต่อ ธนากร 0811979878</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/07/16/ligno/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การปลูกมันสำปะหลัง</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/06/29/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/06/29/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Jun 2010 04:39:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืช]]></category>
		<category><![CDATA[การดูแลรักษาพืชทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกพืช ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกพืชทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกมัน]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกมันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกมัน]]></category>
		<category><![CDATA[มันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[เวลาลงมือปลูกมันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[แมลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/2010/06/29/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87/</guid>
		<description><![CDATA[การปลูกมันสำปะหลัง http://www.rakbankerd.com/agriculture /in_agricultural/sub_agricultural_1.html?sub_id=938&#38;head=การปลูกมัน สำปะหลัง&#38;click_center=1 ข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกมันสำปะหลัง ชนิดของมันสำปะหลัง ฤดูปลูก  การเตรียมดิน การเตรียมท่อนพันธุ์ การกำจัดวัชพืช โรคและแมลงศัตรูที่สำคัญ การป้องกันกำจัด  วิธีการเก็บเกี่ยว  การเก็บรักษา การเก็บรักษา มันสำปะหลัง http://www.doa.go.th/pl_data/CASS/1STAT/st01.html ข้อมูลความสำคัญ การผลิต การตลาด สถานภาพการวิจัย พันธุ์ เทคโนโลยีการผลิต อารักขาพืช การแปรรูป เครื่องจักรกล มาตรฐานพื้ช ต้นทุนการผลิต โครงการรับจำนำ มันสำปะหลัง ปี 2548/49 http://www.dit.go.th/contentmain.asp?typeid=8&#38;catid=113 ข้อมูลรายชื่อลานมันที่เปิดจุดรับจำนำ ปี 2548_49 ผลการรับจำนำหัวมันสำปะหลังสด ปี 2548/49 หลักเกณฑ์ และวิธีการรับจำนำมันสำปะหลัง ปี 2548/49 โครงสร้างการผลิตทางการเกษตร ของมันสำปะหลัง http://khonkaen.doae.go.th/data/yuttasat.html#mun มีเป้าหมายเพิ่มผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ภายในแผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 9 ให้ได้ผลผลิตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3,000 ก.ก / ไร่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การปลูกมันสำปะหลัง</strong></p>
<p><a href="http://www.rakbankerd.com/agriculture/in_agricultural/sub_agricultural_1.html?sub_id=938&amp;head=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87&amp;click_center=1" target="_blank"><strong>http://www.rakbankerd.com/agriculture /in_agricultural/sub_agricultural_1.html?sub_id=938&amp;head=การปลูกมัน สำปะหลัง&amp;click_center=1</strong></a></p>
<p>ข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกมันสำปะหลัง  ชนิดของมันสำปะหลัง ฤดูปลูก  การเตรียมดิน การเตรียมท่อนพันธุ์  การกำจัดวัชพืช โรคและแมลงศัตรูที่สำคัญ การป้องกันกำจัด   วิธีการเก็บเกี่ยว  การเก็บรักษา การเก็บรักษา</p>
<p><img src="http://www.kasetonline.net/newsite/clear.gif" border="0" alt="" width="1" height="10" /><br />
<a name="1295"></a></p>
<p><strong>มันสำปะหลัง </strong></p>
<p><a href="http://www.doa.go.th/pl_data/CASS/1STAT/st01.html" target="_blank"><strong>http://www.doa.go.th/pl_data/CASS/1STAT/st01.html</strong></a></p>
<p>ข้อมูลความสำคัญ การผลิต การตลาด สถานภาพการวิจัย  พันธุ์ เทคโนโลยีการผลิต อารักขาพืช การแปรรูป เครื่องจักรกล มาตรฐานพื้ช  ต้นทุนการผลิต</p>
<p><img src="http://www.kasetonline.net/newsite/clear.gif" border="0" alt="" width="1" height="10" /><br />
<a name="1324"></a></p>
<p><strong>โครงการรับจำนำ มันสำปะหลัง  ปี 2548/49 </strong></p>
<p><a href="http://www.dit.go.th/contentmain.asp?typeid=8&amp;catid=113" target="_blank"><strong>http://www.dit.go.th/contentmain.asp?typeid=8&amp;catid=113</strong></a></p>
<p>ข้อมูลรายชื่อลานมันที่เปิดจุดรับจำนำ ปี 2548_49</p>
<p>ผลการรับจำนำหัวมันสำปะหลังสด ปี 2548/49</p>
<p>หลักเกณฑ์ และวิธีการรับจำนำมันสำปะหลัง ปี  2548/49</p>
<p><img src="http://www.kasetonline.net/newsite/clear.gif" border="0" alt="" width="1" height="10" /><br />
<a name="1337"></a></p>
<p><strong>โครงสร้างการผลิตทางการเกษตร ของมันสำปะหลัง </strong></p>
<p><a href="http://khonkaen.doae.go.th/data/yuttasat.html#mun" target="_blank"><strong>http://khonkaen.doae.go.th/data/yuttasat.html#mun</strong></a></p>
<p>มีเป้าหมายเพิ่มผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ภายในแผนพัฒนา ฯ  ฉบับที่ 9 ให้ได้ผลผลิตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3,000 ก.ก / ไร่</p>
<p><img src="http://www.kasetonline.net/newsite/clear.gif" border="0" alt="" width="1" height="10" /><br />
<a name="1332"></a></p>
<p><strong>เปลี่ยนจากมันสำปะหลังเป็นหน่อไม้</strong></p>
<p><a href="http://www.thaiagro.com/aticle/plant/45100102.html" target="_blank"><strong>http://www.thaiagro.com/aticle/plant/45100102.html</strong></a></p>
<p>ข้อมูลเรื่องการเปลี่ยนจากมันสำปะหลังเป็น</p>
<p><img src="http://www.kasetonline.net/newsite/clear.gif" border="0" alt="" width="1" height="10" /><br />
<a name="1333"></a></p>
<p><strong>สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย </strong></p>
<p><a href="http://www.ttta-tapioca.org/" target="_blank"><strong>http://www.ttta-tapioca.org</strong></a><strong> </strong></p>
<p>สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทยข้อมูลเกี่ยวกับสมาคม ข้อมูลการส่งออก ข้อมูลเกี่ยวกับมันสำปะหลัง  ประกาศข่าวสารสำหรับสมาชิกสมาคม และผู้ประกอบการ</p>
<p><img src="http://www.kasetonline.net/newsite/clear.gif" border="0" alt="" width="1" height="10" /><br />
<a name="1334"></a></p>
<p><strong>การปลูกมันสำปะหลัง</strong></p>
<p><a href="http://www.doae.go.th/library/html/detail/cassava/cass1.htm" target="_blank"><strong>http://www.doae.go.th/library/html/detail/cassava/cass1.htm</strong></a></p>
<p>ชนิดของมันสำปะหลัง วิธีการปลูกมันสำปะหลัง  ลักษณะของมันสำปะหลังพันธุ์ระยอง 1</p>
<p><img src="http://www.kasetonline.net/newsite/clear.gif" border="0" alt="" width="1" height="10" /><br />
<a name="1335"></a></p>
<p><strong>วิธีการลดสารพิษในมันสำปะหลัง </strong></p>
<p><a href="http://www.doae.go.th/library/html/detail/afood/afood21.htm" target="_blank"><strong>http://www.doae.go.th/library/html/detail/afood/afood21.htm</strong></a></p>
<p>วิธีการลดสารพิษในมันสำปะหลังก่อนนำมาทำเป็นอาหาร สัตว์ และข้อแนะนำการใช้</p>
<p><img src="http://www.kasetonline.net/newsite/clear.gif" border="0" alt="" width="1" height="10" /><br />
<a name="1336"></a></p>
<p><strong>การวิเคราะห์ระบบการจัดสรรโควต้า มันสำปะหลัง</strong></p>
<p><a href="http://www.info.tdri.or.th/op3_abs.htm" target="_blank"><strong>http://www.info.tdri.or.th/op3_abs.htm</strong></a></p>
<p>บทความการวิเคราะห์ระบบการจัดสรรโควต้า  มันสำปะหลัง โดย อัมมาร์ สยามวาลา</p>
<p><img src="http://www.kasetonline.net/newsite/clear.gif" border="0" alt="" width="1" height="10" /><br />
<a name="1338"></a></p>
<p><strong>มันสำปะหลัง (มันเส้น)</strong></p>
<p><a href="http://www.dld.go.th/inform/kcasava.html" target="_blank"><strong>http://www.dld.go.th/inform/kcasava.html</strong></a></p>
<p>มันสำปะหลัง ข้อมูลคุณสมบัตของมันสำปะหลัง  ข้อจำกัดการใช้งาน ข้อแนะนำการใช้งาน ส่วนประกอบทางเคมีของมันสำปะหลัง</p>
<p><img src="http://www.kasetonline.net/newsite/clear.gif" border="0" alt="" width="1" height="10" /><br />
<a name="1339"></a></p>
<p><strong>ข้อมูลทั่วไปของมันสำปะหลัง </strong></p>
<p><a href="http://www.moc.go.th/opscenter/cb/price01.html" target="_blank"><strong>http://www.moc.go.th/opscenter/cb/price01.html</strong></a><strong> </strong></p>
<p>ข้อมูลการผลิต แหล่งเพาะปลูก พันธุ์ที่ใช้เพาะปลูก  ระยะเวลาเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การตลาด</p>
<p><img src="http://www.kasetonline.net/newsite/clear.gif" border="0" alt="" width="1" height="10" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/06/29/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บ้าน/ที่ดิน อ.มวกเหล็ก ทำเลรีสอร์ทรอบด้าน</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/06/04/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%ad-%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b8%b3/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/06/04/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%ad-%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b8%b3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Jun 2010 04:16:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ซื้อ-ขาย]]></category>
		<category><![CDATA[- บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[20]]></category>
		<category><![CDATA[album]]></category>
		<category><![CDATA[à¸à¸š]]></category>
		<category><![CDATA[à¸à¸²à¸£à¹€à¸à¸©à¸•à¸£]]></category>
		<category><![CDATA[à¸­à¸²à¸«à¸²à¸£]]></category>
		<category><![CDATA[à¸‚à¹‰à¸²à¸§]]></category>
		<category><![CDATA[à¸‡à¸²à¸™]]></category>
		<category><![CDATA[background]]></category>
		<category><![CDATA[farm]]></category>
		<category><![CDATA[files]]></category>
		<category><![CDATA[int]]></category>
		<category><![CDATA[internet]]></category>
		<category><![CDATA[jpg]]></category>
		<category><![CDATA[royal]]></category>
		<category><![CDATA[src]]></category>
		<category><![CDATA[style]]></category>
		<category><![CDATA[thai]]></category>
		<category><![CDATA[update]]></category>
		<category><![CDATA[การอบรมผู้ควบคุมการขายวัตถุอันตรายทางการเกษตร สุพรรณบุรี มิถุนายน 2553]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ดิน อ.มวกเหล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ทุ่งทานตะวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านพร้อมที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านรีสอร์ท]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านรีสอร์ท เขาใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านรีสอร์ทหลังเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านรีสอร์ทไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาทองโตซากิ้น]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพ แบบ บ้าน รีสอร์ท]]></category>
		<category><![CDATA[มวกเหล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ยา]]></category>
		<category><![CDATA[รับสร้างบ้านมวกเหล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[รับสร้างรีสอร์ท มวกเหล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[สนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[สมบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[สวน]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[อบรมผู้ควบคุมการขายวัตถุอันตรายทางการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[อบรมวัตถุอันตรายทางการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดอบรมผู้ครบคุมการขายวัตถุอันตรายทางการเกษตร เขตที่ 2]]></category>
		<category><![CDATA[แบบบ้านบ้านรีสอร์ทเขาใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[แบบบ้านราคาไม่เกินแสน]]></category>
		<category><![CDATA[แบบบ้านรีสอร์ท]]></category>
		<category><![CDATA[แบบบ้านรีสอร์ทหลังเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[แบบบ้านรีสอร์ทเขาใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[แบบบ้านรีสอร์ทไม้]]></category>
		<category><![CDATA[แบบบ้านเขาใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[แบบบ้านไม่เกิน400000]]></category>
		<category><![CDATA[แบบบ้านไม้]]></category>
		<category><![CDATA[โคนม]]></category>
		<category><![CDATA[ใบอณุญาติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/2010/06/04/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%ad-%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b8%b3/</guid>
		<description><![CDATA[มาใหม่ 4 ไร่ ไร่ 1.3 ล้าน แบ่งขาย &#8220;200 ตรว. 8 แสนบาท&#8221; เป็นส่วนตัว น้ำไฟพร้อม พร้อมโอนทันที แถบข้างเคียงอย่างต่ำไร่ละ 2.5 ล้าน &#8211; 4 ล้าน รับรองทำเลดีกว่า ใกล้กว่า ส่วนตัวกว่า โทรเลย 0811979878 เอ๊กซ์ครับ คุยดี ไม่ต้องเกรงใจครับ หรือ mail : thanakorn@koomtritong.com update : 15/07/2010 - ถนนใหญ่ขยายเลนส์เพิ่มอีก เป็น 8 เลนส์ - ฟาร์มไทยเดนมาร์คปรับปรุงใหม่ - ถนนหน้าบ้านขยายไหล่ทาง - อบต.ลอกอ่างเก็บน้ำใหม่ - ศูนย์กีฬาเปิดให้ใช้ได้แล้ว - มวกเหล็กมีถนนคนเดินแล้วนะครับ ทุกคืนวันเสาร์ (ถนนคาวบอย) - ในตัวเมืองกำลังสร้าง บขส. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff0000;"><strong><span style="font-size: xx-large;"><br />
</span></strong></span></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><span style="font-size: large;"> </span><span style="font-size: xx-large;"><strong><span style="color: #ff0000;">มาใหม่ 4 ไร่<br />
</span></strong></span></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><span style="font-size: xx-large;"><strong>ไร่ 1.3 ล้าน แบ่งขาย<br />
</strong></span></span></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><span style="font-size: xx-large;"><strong><span style="color: #ff0000;">&#8220;200 ตรว. 8 แสนบาท&#8221;<br />
</span></strong></span></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><span style="font-size: xx-large;"><strong><span style="color: #ff0000;">เป็นส่วนตัว น้ำไฟพร้อม</span></strong></span></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><span style="font-size: xx-large;"><strong>พร้อมโอนทันที<br />
</strong></span></p>
<p><strong>แถบข้างเคียงอย่างต่ำไร่ละ 2.5 ล้าน &#8211; 4 ล้าน</strong></p>
<p><strong>รับรองทำเลดีกว่า ใกล้กว่า ส่วนตัวกว่า<br />
</strong></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><span style="font-size: large;"><strong>โทรเลย 0811979878<br />
เอ๊กซ์ครับ คุยดี ไม่ต้องเกรงใจครับ<br />
หรือ mail : thanakorn@koomtritong.com<br />
</strong></span></span></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="17" height="16" /> <strong>update : 15/07/2010</strong></p>
<p>- ถนนใหญ่ขยายเลนส์เพิ่มอีก เป็น 8 เลนส์<br />
- ฟาร์มไทยเดนมาร์คปรับปรุงใหม่<br />
- ถนนหน้าบ้านขยายไหล่ทาง<br />
- อบต.ลอกอ่างเก็บน้ำใหม่<br />
- ศูนย์กีฬาเปิดให้ใช้ได้แล้ว<br />
- มวกเหล็กมีถนนคนเดินแล้วนะครับ ทุกคืนวันเสาร์ (ถนนคาวบอย)<br />
- ในตัวเมืองกำลังสร้าง บขส. ใหม่<br />
- ช่วงนี้อากาศดีสุด ๆ ครับ<br />
- ต้นไม่ใหญ่ในพื้นที่ ไม่มีการตัดครับ</p>
<p><img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="17" height="16" /> <strong>update : 4/04/2010</strong></p>
<p>- ถนน  4 เลนส์ใกล้เสร็จแล้วครับ<br />
- ร้านอาหาร บิ๊กโจ๊ย ปรับปรุงใหม่ ห่างจากบ้านไม่เกิน 300 เมตร<br />
- ปั๊มแก๊สเปิดใหม่ริมถนนมิตรภาพห่างประมาณ 500 เมตร<br />
-  ราคา่ขยับขึ้นแล้ว มีรีสอร์ทขึ้นอีกหลายแห่ง<br />
- วันนี้ 26/03/2010 เวลา 11.00 น. อุณหภูมิประมาณ 18 องศา<br />
ฝนตก แดดไม่ออก ลมหนาวครับ<strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="17" height="16" /> <strong>update : 26/03/2010</strong></p>
<p>- ร้านอาหาร บิ๊กโจ๊ย ปรับปรุงใหม่ ห่างจากบ้านไม่เกิน 300 เมตร<br />
- ปั๊มแก๊สเปิดใหม่ริมถนนมิตรภาพห่างประมาณ 500 เมตร<br />
-  ราคา่ขยับขึ้นแล้ว มีรีสอร์ทขึ้นอีกหลายแห่ง<br />
- วันนี้ 26/03/2010 เวลา 11.00 น. อุณหภูมิประมาณ 18 องศา<br />
ฝนตก แดดไม่ออก ลมหนาวครับ</p>
<p><img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="17" height="16" /> <strong>update : 6/03/2010</strong></p>
<p><strong> </strong>-  ราคาขึ้นแน่นอนครับ นับวันยิ่งหายาก<br />
- วันนี้ 6/03/2010 เวลา 20.00 น. อุณหภูมิประมาณ 25-27 องศา<br />
เปิดพัดลมจ่อก็หนาวครับ กรุงเทพ …… ไม่ทราบครับ แต่เมื่อวานร้อนที่สุด</p>
<p>- มองเห็นอ่างเก็บน้ำ +  มองเห็นถนนมิตรภาพ + มองเห็นภูเขาหลายลูกครับ</p>
<p>- ทุกแปลงติดถนน รถถึงทุกตำแหน่ง</p>
<p>- ท่านที่สงสัยเรื่องที่ดินราชพัสดุ <a href="http://www.treasury.go.th/webprovince/surin/teerat2.htm" target="_blank">อ่านได้ที่นี่นะครับ</a> เพื่อความสบายใจ  และทำความเข้าใจว่าท่านจะมีเอกสารที่ดินบนภูเขาอย่างถูกต้องได้อย่างไร  (น้อยมากที่จะมี)</p>
<p>- สอบถามได้ที่  thanakorn@koomtritong.com โทร 0811979878 (เอ๊กซ์)</p>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td></td>
<td></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>บ้านพร้อมที่ดิน 50-100 ตารางวา อ.มวกเหล็ก ทำเลรีสอร์ท เริ่มต้นที่  400,000</p>
<p>เจ้าของขายเอง  เป็นเจ้าของบ้านพร้อมที่ดิน <strong>โอโซนระดับ 7 ของโลก</strong> ลัดไป</p>
<p>เขาใหญ่แค่ 30 กม.  [ปรับที่ดินแล้ว  70%]  ถนนสะดวก เดินจากท่ารถโดยสารได้</p>
<p>เลือกแบบบ้านได้หลายแบบ  หรือจะเป็นบ้านดินก็ทำได้ เปิดขายแค่ 8 หลัง จองก่อน</p>
<p>เลือกทำเลก่อน น้ำ-ไฟ พร้อมเงินน้อย  มีเงินมาก คุยง่าย ๆ สบาย ๆ ที่ดินพร้อมโอน</p>
<p>หรือมีอะไรมาแลก ก็ยินดีพิจารณาครับ  โดยเฉพาะท่านที่อยากมีบ้านตากอากาศให้</p>
<p>คุณพ่อคุณแม่ ผมสนับสนุนครับผม</p>
<p>- รถยนต์ ที่ราคาใกล้เคียงกัน น้อย-มาก  ลดเพิ่มได้ครับ</p>
<p>- ที่ดินอื่น ๆ ที่ราคาใกล้เคียงกัน  น้อย-มาก ลดเพิ่มได้ครับ</p>
<p>- <strong>* </strong>ผ่อนกันเองก็ได้ ครับ ถ้าไม่อยากกู้ bank</p>
<p>- กิจการ เครื่องจักร เรือกสวน ไร่นา  สินค้าเกษตร</p>
<p>- ไม้แปรรูป  หรือยังไม่แปรรูปก็รับแลกครับ</p>
<p>- <strong>มีหุ้นก็รับเช่นกันครับ  โดยเฉพาะ กลุ่มแบงก์-ไฟแนนซ์ กลุ่มพลังงาน-ปิโตรเลียม</strong></p>
<p><strong>กลุ่มการเกษตร  และกลุ่มสื่อสาร-บันเทิง</strong></p>
<p><strong>แหล่ง ท่องเที่ยวใกล้เคียง</strong></p>
<p>สวนองุ่น – ฟาร์มโคนม – ทุ่งทานตะวัน –  น้ำตกมากมาย – ขับ ATV , รีดนมวัว</p>
<p>ขี่ม้าเที่ยว – เขื่อนป่าสัก –  อุโมงค์ต้นไม้ – แหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายครับ</p>
<p><img src="http://wallpaper.narak.com/albums/userpics/10001/normal_sunflower.jpg" alt="http://wallpaper.narak.com/albums/userpics/10001/normal_sunflower.jpg" width="391" height="273" /></p>
<p><img src="http://i49.photobucket.com/albums/f271/PickupeXtreme/Travel%20By%20YingeXtreme/pasak/2.jpg" alt="http://i49.photobucket.com/albums/f271/PickupeXtreme/Travel%20By%20YingeXtreme/pasak/2.jpg" width="252" height="166" /> <img src="http://www.cosmosmagazine.com/files/imagecache/news/files/20070528_cow.jpg" alt="http://www.cosmosmagazine.com/files/imagecache/news/files/20070528_cow.jpg" width="129" height="167" /></p>
<p>ราคาเริ่มต้นเพียง 400,000  บาทขึ้นอยู่กับแบบบ้านครับ อยู่ได้ชั่วลูก</p>
<p>ชั่วหลาน หรือจะฝากโครงการดูแล  มีรายได้ถ้ามีคนมาพักในบ้านของท่าน</p>
<p>ผ่อนได้ครับ คุยกันได้ง่าย ๆ สบาย ๆ  ไม่ผ่านนายหน้าที่ไหนครับ ใครอยากมีบ้าน</p>
<p>พักผ่อน หรือให้พ่อแม่พักผ่อน  ยินดีสนับสนุนครับ เพราะพ่อแม่ผมอายุมากก็มา</p>
<p>พักผ่อนอยู่ที่นี่ อากาศดี  สุขภาพกาย-สุขภาพใจดีครับ พ่อแม่ผมใจดีมาก ๆ ครับ</p>
<p>แม่ทำกับข้าวอร่อยมากครับ  อยู่กันแบบครอบครัวอบอุ่น</p>
<p><img src="http://photos4.hi5.com/0056/824/459/AMhGjn824459-02.jpg" alt="http://photos4.hi5.com/0056/824/459/AMhGjn824459-02.jpg" width="409" height="284" /></p>
<p><img src="http://photos4.hi5.com/0057/447/251/VVUHra447251-02.jpg" alt="http://photos4.hi5.com/0057/447/251/VVUHra447251-02.jpg" width="171" height="128" /> <img src="http://photos4.hi5.com/0062/830/959/fgvJRv830959-02.jpg" alt="http://photos4.hi5.com/0062/830/959/fgvJRv830959-02.jpg" width="234" height="128" /></p>
<p>เพื่อนบ้านแปลงติดกันดีครับไม่ต้องห่วง  เป็นผู้บริหารการไฟฟ้า , เจ้าของร้าน</p>
<p>คอมพิวเตอร์ที่พันธ์ทิพย์ , ข้าราชการ  มหาวิทยาลัย , ทหาร[พ่อของผม] ,</p>
<p>ฝ่าย IT บริษัทประกันภัย ,  และก็ผมเองครับ ฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องแปลกถิ่นครับ</p>
<p>ลักษณะเป็นภูเขา ชั้นประมาณ 30 องศา 2  ลูกชนหากัน บนยอดเขาเป็นที่ราบ</p>
<p>กางเต๊นท์ ดูดาวสะบาย ๆ  ที่ดินในนี้หาใกล้ขนาดนี้ไม่ได้แล้ว</p>
<p>เอกสารราชพัสดุไม่มีเอาคืนแน่นอน  เสียค่าเช่า ไร่ละ 1000/ปี  ไม่เสี่ยงแน่นอน</p>
<p>บางช่วงมีสัตว์น่ารัก ๆ  ออกมาให้่เห็นบ่อย ๆ มี กระรอกเผือก นาน ๆ ทีมีเต่าภูเขา</p>
<p>ตัวนิ่ม หมูป่า และนกมากมายครับ  ออกมาให้เห็นเรื่อย ๆ ครับ</p>
<p>สงบเงียบ เป็นส่วนตัวที่สุด  พักผ่อนสบาย อากาศเย็นมากตลอดปีครับ ไปเขาใหญ่</p>
<p>สะดวกทั้งถนนมิตรภาพ และทางลัด  ด้านในมีคนทำร้านอาหาร รีสอร์ทเยอะมาก</p>
<p>ดูจากป้ายปากทางเข้าก็ได้ครับ  สวรรค์บนดิน เห็นแล้วชอบ ถนนซีเมนต์ถึงหน้าบ้าน</p>
<p>ข้างในแถว ๆ เซอร์เจมส์ ไร่ละ  1,000,000 – 2,000,000 บาท[ปี 51] ครับอยู่ที่</p>
<p>เอกสาร และทำเล ไปดูข้างในไร่ละ  2,000,000 แล้วกลับมา ดูที่นี่นะครับ รับรอง</p>
<p>ที่นี่สวยแน่นอน  ที่นี่จะเปลี่ยนใจคุณได้เลย [ปี 52 - บางที่ไร่ละ 3-3.5 ล้านแล้ว]</p>
<p>ยิ่งถ้าท่านเคยหาที่ดินไร่ละ 100,000  แล้ว ยิ่งแตกต่างครับ</p>
<p>ใกล้ถนนมิตรภาพสายใหญ่ขนาดเดินถึงได้  มีทางลัดออกถนนซอยติดกับครูต้อครับ</p>
<p>จากที่ดินมองเห็นถนนมิตรภาพ ห่างสนาม  ATV 500 เมตร</p>
<p><strong>สุดยอดฮวงจุ้ยครับด้านหลังเป็น ภูเขา ด้านหน้าเป็นอ่างเก็บน้ำ อากาศร่มรื่น</strong></p>
<p>ไม่ต้องหาที่อื่นอีกแล้วครับแบบนี้  เพราะไม่มีอีกแล้วครับที่ดินแบบนี้</p>
<p><strong>ทำเลทอง แนวเขามรดกโลก  โอโซนสูงสุด น้อยคนนักที่จะได้เป็นเจ้าของครับ</strong></p>
<p><strong> </strong><img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="17" height="16" /><strong> ติดต่อ  ธนากร คุ้มตรีทอง 0811979878</strong></p>
<p><strong> </strong><strong> </strong><img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="17" height="16" /><strong> </strong>ปล. คุยดีมากครับ ไม่ต้องเกรงใจครับ</p>
<p><strong> </strong><img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="17" height="16" /><strong> </strong><strong>update : 28/01/2009</strong><strong> </strong>มีท่านที่สนใจหลายราย รบกวนแจ้งข้อมูลของท่าน เช่น</p>
<p>1. ชื่อ-ที่อยู่ , โทรศัพท์ [แจ้งเวลาที่สะดวกคุยด้วยก็ดีครับ  จะได้ไม่รบกวน] , e-mail</p>
<p>มาที่ thanakorn@koomtritong.com หรือโทรมาก็ได้ครับ เมื่อมีอะไรคืบหน้า  จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะ ๆ ครับ</p>
<p>ไม่่ใช่โครงการใหญ่ ไม่มีงานเปิดตัว ไม่มีเซล ไม่มีตัวแทนขาย  เจ้าของขายเองครับถ้ามีผู้สนใจมาก อาจจะเพิ่ม unit ให้ แต่คงได้ไม่มาก  เพราะที่ดินมีจำกัด อยากมีพื้นที่ส่วนกลางเยอะ ๆ เพื่อทำกิจกรรมครับผม</p>
<p><strong> </strong><img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="17" height="16" /><strong> </strong><strong>update  : 1/02/2009</strong></p>
<p>ท่าที่ต้องการมาดูที่ จะแจ้งให้ทราบพร้อม ๆ  กันและนัดเข้ามาดูพร้อม ๆ กันอีกครั้งนะครับ  เพื่อจะได้เตรียมตัวเรื่องเอกสาร และการจอง</p>
<p>- คงเหลือ 5 หลังครับ</p>
<p><strong> </strong><img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="17" height="16" /><strong> </strong><strong>update : 8/02/2009  [อากาศตอนนี้เย็นครับ 20'C]</strong></p>
<p>ตอน นี้ครบ 8 หลังแล้วครับ แต่มีท่านที่่สนใจมากกว่า 8 หลัง สามารถเพิ่มได้อีก 5  หลัง ตัดสินใจเลือกพื้นที่วันเดียวกัน ผมจะแจ้งล่วงหน้า  นัดกันดูที่ดินพร้อม ๆ กัน ส่วนแบบบ้านผมจะส่งให้ทาง e-mail  และแจ้งเรื่องการจองพร้อมเรื่องเอกสารให้ดูก่อนวันนัดครับ</p>
<p>- บ้านทุกหลัง จะมีเฟอร์นิเจอร์ครบ  ตามแบบ พร้อม แอร์[บางหลัง], น้ำอุ่น, TV, ตู้เย็น  เพื่อให้ทุกหลังเป็นแนวเดียวกัน ลูกค้าท่านใดมีแหล่งถูกที่สุด  เราจะไปซื้อที่นั่นครับ</p>
<p>- ตอนนี้มีแบบบ้าน 2 ชั้น เลียบไหล่เขา  อยู่สูงเกือบยอดเขา แบบเสร็จแล้ว จะแจ้งให้ทราบต่อไปครับ</p>
<p><strong> </strong><img src="http://www.vcharkarn.com/vguide/travel/A319/HPT01_29.jpg" alt="http://www.vcharkarn.com/vguide/travel/A319/HPT01_29.jpg" width="230" height="148" /> <img src="http://www.friendtravelthai.com/images/to_be_surin15.jpg" alt="http://www.friendtravelthai.com/images/to_be_surin15.jpg" width="196" height="147" /></p>
<p><strong> </strong><img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="17" height="16" /><strong> </strong><strong>update : 10/02/2009</strong></p>
<p><strong> </strong>-  เมื่อเสร็จแล้ว บ้านพักจะออกมาแนวนี้ พยายามคงพื้นที่เดิมไว้มากที่สุด  [ภาพซ้าย]</p>
<p>-  บันไดเดินหากันแต่ละบ้านเป็นตามภาพข้างบน [ขวา]</p>
<p>-  ทางโครงการขอโทรศัพท์เรียบร้อยแล้ว มี <strong>Free Internet </strong>ให้ครับ</p>
<p><strong> </strong></p>
<p>-  ล่าสุด <strong>ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา</strong> มวกเหล็ก เฟสแรกเสร็จแล้ว  ห่างจากที่ดิน 1 กม. ขี่จักรยานไปได้สบาย ๆ ครับ [ตอนนี้สวยมาก ๆ ครับ]</p>
<p>-  ความเป็นไปได้ที่<strong> โครงการมอเตอร์เวย์</strong> ไปโคราช  รัฐบาลนี้ดำเนินการต่อ ห่างจากที่ดิน 1 กม. เช่นกันครับ ถ้าเสร็จจริง  สะดวกมากที่สุด เพราะห่างถนนหลักทั้ง 2 ด้าน ไม่เกิน 1 กม.เท่านั้นจริง ๆ  ครับ</p>
<p><strong> </strong><img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="17" height="16" /><strong> </strong><strong>update : 11/02/2009</strong></p>
<p>- มีท่าน mail  มาถามว่าใช้ถนนผ่านศึกหรือไม่? ไม่ใช่นะครับถนนนี้เป็นถนนนิคมสาย 1  แต่จะไปบรรจบกันใน 2 กม. แต่จะเข้าทางไหน ก็เจอกัน  จะเข้าผ่านศึกแล้วมาที่ดินก็ได้ ทางเจอกันทุกเส้นครับ และเป็นระยะสั้น ๆ  พอถนนบรรจบกัน ก็เป็นถนนเดียวกันไปเขาใหญ่ครับ ดูตามแผนที่ :  ถนนเดียวกันหลังจากบรรจบกันครับ</p>
<p><strong> </strong><img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="17" height="16" /><strong> </strong><strong>update : 22/02/2009</strong></p>
<p>- ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนจะแล้งที่สุด  จะเป็นช่วงที่มาดูที่ดิน จะเห็นช่วงแล้งสุดชัดเจนจะได้เห็นภาพครับ  แต่อาจจะไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่ไม่เป็นไร อยากให้เห็นครับ  พอหน้าฝนกับหน้าหนาวจะสวยไม่มีที่ติ ถ้าเห็นช่วงแล้งแล้ว  เผื่อบางท่านมีความคิดดี ๆ มาบอกกัน</p>
<p>- รูปข้างล่างมีบ้าน 5  แบบ[ไม่ใช่ภาพจากสถานที่จริง] ภายในเลือกได้อิสระ 3 แบบครับ  ภาพอาจจะเล็กหน่อย ตอนนี้กำลังทำพิมพ์เขียวอยู่  ถ้าสมบูรณ์เมื่อไหร่จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งครับ ,  ลักษณะพื้นที่จริงคล้ายกลับบ้านหลังกลาง เป็นเนินครับ</p>
<p><strong> </strong><img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="17" height="16" /><strong> </strong><strong>update : 24/02/2009</strong></p>
<p>- มีท่านเมลมาถามเรื่องเอกสาร  ว่าราคาที่ดินราชพัสดุในแถบนี้ เทียบเท่ากับนส.3หรือโฉนดเชียวหรือ? ตอบว่า  เท่าครับ เอกสารราชพัสดุสำหรับที่ดินผืนนี้ ควรเท่ากัน หรือมากกว่าด้วย  เนื่องจากเป็นเอกสารเดียว และเป็นเอกสารที่ถูกต้องที่ออกอย่างถูกกฎหมาย  เนื่องจากที่ดินเป็นที่ลาดชัน เป็นภูเขา ถ้าเป็นเอกสารอื่น ๆ  แสดงว่าเสี่ยงครับที่จะมาได้โดยไม่ชอบ[โดยเฉพาะที่ดินโซนนี้] ฉะนั้น  ที่ดินผืนนี้ ทุกท่านจะได้รับเอกสารถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง  ไม่มีเงื่อนงำใด ๆ ครับ อยู่ได้อย่างสบายใจ และไม่มีการเอาคืนแน่นอน  ไม่มีใครมารบกวนแน่นอน 100% ครับ  [เรียนเชิญให้อ่านเรื่องที่ดินราชพัสดุข้างล่างโดยละเอียดครับผม]</p>
<p><strong> </strong><img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="17" height="16" /><strong> </strong><strong>update : 26/02/2009</strong></p>
<p>- รัฐบาลสนับสนุนการท่องเที่ยว  ,วันนี้ผมมีโอกาสไปงานท่องเที่ยวที่ศูนย์ประชุม คนเยอะมาก ๆ ,  คาดว่าิสิ้นปีนี้รีสอร์ทเสร็จจะยังเป็นฤดุกาลท่องเที่ยวอยู่  และราคาที่ดินน่าจะขยับขื้น ซึ่งที่ผ่านมาขึ้นทุก ๆ ปีอยู่แล้วครับ  แต่ราคาตอนนี้ยังคงเดิมครับ</p>
<p><strong>สำหรับท่านที่เตรียมการกู้ครับ</strong> มีทางเลือกดังนี้ครับ</p>
<div>1.  ทำสัญญาจะซื้อจะขาย(โอนสิทธิ์ครอบครอง)  เมื่อผ่อนครบ  ผมโอนให้ทันทีครับ  จะผ่อนนานเท่าไรคุยกันได้ครับ สบาย ๆ</div>
<div>
<p>2. ให้ผมโอนที่ดินให้เลย  และทำสัญญาเงินกู้กับผม  จะผ่อนนานเท่าไรคุยกันได้ครับ สบาย ๆ เช่นกันครับ   โดยใช้บ้านพร้อมที่ดินเป็นหลักค้ำประกันคล้าย ๆ การจำนองบ้านครับ<strong>หลัก เกณฑ์</strong> 1.  ผมจะคิดดอกเบี้ยน้อยกว่าธนาคารปล่อยกู้นิดหน่อยตามความเหมาะสม2.   ไม่เช็คเครดิตกับบูโรแน่นอน เพียงแต่มีอาชีพการงานแน่นอน หรือมีรายได้ประจำ   ไม่ต้องมากมายครับ แค่พอสามารถผ่อนได้ก็พอครับ3. ระยะเวลาผ่อน คุยกันได้ง่าย ๆ  สบาย ๆ  หรือใช้อะไรผ่อนก็ยังทำได้เช่นกันเช่น บ้าน รถ เครื่องใช้ไฟฟ้า   ที่ดินที่อื่น หุ้น หรืออะไรก็ได้  แม้แต่ส่วนแบ่งรายได้จากคนเช่ารีสอร์ทก็ยังทำได้   ขอเพียงหาลูกค้าให้เข้ารีสอร์ทของเราทดแทนเยอะ ๆ ก็พอครับและค่อยหักกันไป  ผมอยู่ได้  ลูกค้าก็อยู่ได้ พอใจแล้วครับ4. ผ่อนแต่ละเดือน มาก-น้อยแล้วแต่สะดวก  แต่ขอให้สม่ำเสมอ  บางเดือนไม่มีจริง ๆ แจ้งกันล่วงหน้าครับ และมีการติดต่อกันเรื่อย ๆ ครับ</p>
<p>5. ท่านที่มีเงินไม่มาก  แต่มีสิ่งของ  ยินดีรับเปลี่ยนเป็นค่าซื้อที่ดินครับ เช่น รถยนต์ ที่ดิน กิจการ   เครื่องจักร เรือกสวนไร่นา สินค้าเกษตร ไม้แปรรูป หรือไม่แปรรูป ตราสารหุ้น   หุ้นบริษัท หรืออะไรก็ได้ลองคุยกันครับ</p>
<p>6. โดยเฉพาะไม้เนื้อแข็ง จะเป็นไม้แปรรูป  หรือไม้ดิบ ยินดีมาก ๆ  เนื่องจากเป็นวัสดุในการสร้างบ้าน  อย่างน้อยก็ไม่ต้องซื้อคนอื่นครับ</p>
<p>สำหรับท่านที่ต้องการกู้กับธนาคารผมจำเป็นต้องโอนที่ดินให้ก่อน  และต้องดำเนินการขอเอกสารหลายขั้นตอน  เพราะต้องขอใบอณุญาติใช้ที่ดินค้ำประกันเงินกู้เพื่อสร้างบ้านจากกรมธนา รักษ์ก่อน และแนบใบอณุญาติไปขอกู้กับธนาคาร เท่าที่ทราบมีเพียง 2  แห่งคือธนาคารอาคารสงเคราห์ กับธนาคารกรุงเทพ(บางสาขา)  และส่วนใหญ่จะให้ไม่มากเท่าที่ควร พอแนะนำได้เช่นกัน  แต่เงินกู้ที่ได้อาจจะได้เต็มที่เท่าที่ควรนะครับ ส่วนที่ไม่พอ  ก็จะต้องทำสัญญากู้เงินจากผมเช่นกัน</p>
<p>เรียนตามตรงว่าผมมีที่ดิน  และเงินสำหรับลงทุนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ผมจึงจำเป็นต้องรบกวนลูกค้าชำระค่าบ้านประมาณ  200,000-250,000 บาท[แบ่ง 4  งวดครับ] ซึ่งจะเป็นค่าบ้านเท่านั้น ประมาณ 1 ปีเหมือนเงินดาวน์  ส่วนเกินจากนี้ค่อยผ่อนชำระได้ครับ</p>
<p><strong> </strong><img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="17" height="16" /><strong> </strong><strong>update : 14/03/2009</strong></p>
<p>- ฝนตกครับ เริ่มเขียวแล้ว ดอกไม้เริ่มบาน อากาศดี เย็นมากครับ กลางคืน  23c’ ไม่ต้องเปิดพัดลม ห่มผ้านอน สบาย ๆ ครับ จักจั่นเริ่มเยอะ  เพราะกลางคืนเริ่มร้องแล้วครับ</p>
<p>- ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา  ปรับปรุงค่อนข้างรวดเร็ว น่าจะเสร็จไม่นาน ตอนนี้คนทำงานเยอะครับ</p>
<p><strong> </strong><img src="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" alt="http://www.clker.com/cliparts/f/9/8/1/1216181106356570529jean_victor_balin_icon_star.svg.thumb.png" width="17" height="16" /><strong> </strong> <strong>update : 7/03/2009</strong></p>
<p>- ตอนนี้ถนนสำหรับเฟสแรก  ทำเกือบเสร็จเข้าไปถึงส่วนท้ายแล้ว สามารถเข้าชมที่ดินได้สะดวก</p>
<p>- ปรับพื้นที่ และเตรียมพื้นที่  ตัดหญ้า และเกลี่ยพื้นที่เกือบเรียบร้อยแล้ว พร้อมสร้างบ้าน</p>
<p>ภาำพ update ถนนและวิวมองเห็นถนน  อ่างเก็บน้ำ ภูเขา และถนนมิตรภาพ เวลากลางคืนมองเห็นถนนมิตรภาพสวยมากครับ</p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/06/04/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%ad-%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b8%b3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จัดร้านเคมีเกษตร</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/05/26/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/05/26/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 May 2010 07:45:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ขั้นตอนการเิปิดร้านเคมีเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดร้านเคมีเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[จัดร้านขายของเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ยา]]></category>
		<category><![CDATA[ยาฆ่าหญ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยาฆ่าหญ้าแบบดดซึม]]></category>
		<category><![CDATA[ยาฆ่าหญ้าแบบปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ยาฆ่าแมลง]]></category>
		<category><![CDATA[ยาฆ่าแมลงชนิดดูดซึม]]></category>
		<category><![CDATA[ร้าน ยา ฆ่า แมลง]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านเคมีเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์ เกษตร ยาฆ่าแมลง ดูดซึม]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[แมลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/2010/05/26/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3/</guid>
		<description><![CDATA[สินค้าในร้านเคมีเกษตร ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีอันตราย หรือมีสารตกค้าง การจัดร้านอย่างถูกต้องควรมีอย่างน้อย 1.ระยะห่างชั้น ที่เก็บ ที่วาง ต้องเดินเข้าออกสะดวก หยิบจับง่าย ทำความสะอาดง่าย 2.ทำตามด้านบนเพื่อประโยชน์ในการเช็คของ เช็คสต๊อก 3.เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ตรวจดูและรักษาได้ง่าย 4.แยกประเภทสินค้าให้ชัดเจน ยาแบ่งเป็นหลายกลุ่ม ยาฆ่าแมลง ยารา ยาฆ่าหญ้า ปุ๋ย ฮอร์โมน อื่น ๆ อีกมากมาย ยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่ต้องใส่ใจอีกมาก การจดบัญชี ทำบัญชีให้เข้าระบบเพื่อป้องกันการสูญหาย สะดวกต่อการเช็คสต๊อก ของเข้าของออก]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สินค้าในร้านเคมีเกษตร<br />
ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีอันตราย หรือมีสารตกค้าง</p>
<p>การจัดร้านอย่างถูกต้องควรมีอย่างน้อย</p>
<p>1.ระยะห่างชั้น ที่เก็บ ที่วาง ต้องเดินเข้าออกสะดวก หยิบจับง่าย  ทำความสะอาดง่าย<br />
2.ทำตามด้านบนเพื่อประโยชน์ในการเช็คของ เช็คสต๊อก<br />
3.เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ตรวจดูและรักษาได้ง่าย<br />
4.แยกประเภทสินค้าให้ชัดเจน ยาแบ่งเป็นหลายกลุ่ม ยาฆ่าแมลง ยารา ยาฆ่าหญ้า  ปุ๋ย ฮอร์โมน อื่น ๆ อีกมากมาย</p>
<p>ยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่ต้องใส่ใจอีกมาก การจดบัญชี  ทำบัญชีให้เข้าระบบเพื่อป้องกันการสูญหาย สะดวกต่อการเช็คสต๊อก  ของเข้าของออก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/05/26/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การปลูกมันสำปะหลังต้นฤดูฝน</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a4/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a4/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 May 2010 08:40:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[- ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[พืช]]></category>
		<category><![CDATA[อืืน ๆ]]></category>
		<category><![CDATA[20]]></category>
		<category><![CDATA[economist]]></category>
		<category><![CDATA[gmt]]></category>
		<category><![CDATA[กรัมต่อน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกมัน]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกมันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ดับเบิ้ลยูจี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่สำคัญควรเลือกท่อนพันธุ์ที่]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกมันสัมปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[มันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[มีความ เหมาะสมทั้งอายุและขนาด]]></category>
		<category><![CDATA[ลิตร]]></category>
		<category><![CDATA[สมบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เกร็ดควมรู้, มันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[เกร็ดความรู้มันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรต้องเตรียมท่อนพันธุ์ให้ดีก่อนที่จะ ลงมือปลูก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a4/</guid>
		<description><![CDATA[แนะวิธีปลูกมันสำปะหลังช่วงต้นฤดูฝน เกษตรกรต้องเตรียมท่อนพันธุ์ให้ดีก่อนที่จะลงมือปลูก ที่สำคัญควรเลือกท่อนพันธุ์ที่ สมบูรณ์ แข็งแรง มีความเหมาะสมทั้งอายุและขนาด คัดเลือกจากแหล่งที่ปราศจากเพลี้ยแป้ง… นายเฉลิมศักดิ์ ประสิทธิ์สุวรรณ เกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวถึงการปลูกมันสำปะหลังต้นฤดูฝนนี้ว่า เกษตรกรต้องเตรียมท่อนพันธุ์ให้ดีก่อนที่จะลงมือปลูก ที่สำคัญควรเลือกท่อนพันธุ์ที่ สมบูรณ์ แข็งแรง มีความเหมาะสมทั้งอายุและขนาด คัดเลือกจากแหล่งที่ปราศจากเพลี้ยแป้ง และที่สำคัญยิ่งกว่าอื่นใดเกษตรกรต้องแช่ท่อนพันธุ์ก่อนปลูก ทั้งนี้เพื่อป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้งไม่ให้ระบาดในไร่มันสำปะหลังได้ สำหรับการแช่ท่อนมันพันธุ์นั้นแนะนำให้ใช้สารเคมีสำหรับแช่ท่อนพันธุ์ ได้แก่ ไทอะมิโทแซม 25% ดับเบิ้ลยูจี 4 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อิมิดาคลอพริก 70 % ดับเบิ้ลยูจี 4 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือไดโนทีฟูแรม 10 % ดับเบิ้ลยู พี 40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร อย่างใดอย่างหนึ่ง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><em>แนะวิธีปลูกมันสำปะหลังช่วงต้นฤดูฝน</em></p>
<p>เกษตรกรต้องเตรียมท่อนพันธุ์ให้ดีก่อนที่จะลงมือปลูก  ที่สำคัญควรเลือกท่อนพันธุ์ที่ สมบูรณ์ แข็งแรง  มีความเหมาะสมทั้งอายุและขนาด คัดเลือกจากแหล่งที่ปราศจากเพลี้ยแป้ง…</p>
<p>นายเฉลิมศักดิ์ ประสิทธิ์สุวรรณ เกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ  กล่าวถึงการปลูกมันสำปะหลังต้นฤดูฝนนี้ว่า  เกษตรกรต้องเตรียมท่อนพันธุ์ให้ดีก่อนที่จะลงมือปลูก  ที่สำคัญควรเลือกท่อนพันธุ์ที่ สมบูรณ์ แข็งแรง  มีความเหมาะสมทั้งอายุและขนาด คัดเลือกจากแหล่งที่ปราศจากเพลี้ยแป้ง  และที่สำคัญยิ่งกว่าอื่นใดเกษตรกรต้องแช่ท่อนพันธุ์ก่อนปลูก  ทั้งนี้เพื่อป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้งไม่ให้ระบาดในไร่มันสำปะหลังได้  สำหรับการแช่ท่อนมันพันธุ์นั้นแนะนำให้ใช้สารเคมีสำหรับแช่ท่อนพันธุ์  ได้แก่ ไทอะมิโทแซม 25% ดับเบิ้ลยูจี 4 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ  อิมิดาคลอพริก 70 % ดับเบิ้ลยูจี 4 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือไดโนทีฟูแรม 10 %  ดับเบิ้ลยู พี 40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร อย่างใดอย่างหนึ่ง</p>
<p><img title="thairath" src="http://news.enterfarm.com/wp-content/uploads/2008/09/thairath.gif" alt="" width="212" height="76" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วันพืชมงคล 2553 ‘พระโค’ กินหญ้า</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5-2553-%e2%80%98%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%84%e2%80%99-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5-2553-%e2%80%98%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%84%e2%80%99-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 May 2010 08:39:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[- ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[พืช]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[อืืน ๆ]]></category>
		<category><![CDATA[à¸à¸š]]></category>
		<category><![CDATA[งานวันพืชมงคล 2553]]></category>
		<category><![CDATA[ชื่อพระโค 2553]]></category>
		<category><![CDATA[พระยาแรกนาขวัญปี2553]]></category>
		<category><![CDATA[พระโคแรกนาขวัญ2553]]></category>
		<category><![CDATA[พืชมงคล 2553]]></category>
		<category><![CDATA[วันพืชมงคล 2553]]></category>
		<category><![CDATA[วันพืชมงคล 2553 ‘พระโค’ กินหญ้า]]></category>
		<category><![CDATA[แรกนาขวัญ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5-2553-%e2%80%98%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%84%e2%80%99-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab/</guid>
		<description><![CDATA[วันพืชมงคล 2553 ‘พระโค’ กินหญ้า น้ำบริบูรณ์พอควร ผลาหารอุดมสมบูรณ์ คำพยากรณ์งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญปีนี้ “พระยาแรก” นาเสี่ยงหยิบผ้า 6 คืบ พยากรณ์ น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี “พระโค” กินหญ้า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร พร้อมด้วยธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี… เมื่อวันที่ 13 พ.ค. เวลา 07.30 น. ที่งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน โดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ มายังพลับพลาที่ประทับ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทรงเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2553 โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เฝ้ารับเสด็จ สำหรับพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้ ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา คือนายยุคล ลิ้มแหลมทอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/05/13/630/82627.jpg" alt="วันพืชมงคล 2553 'พระโค' กินหญ้า" width="319" height="191" /><br />
<strong>วันพืชมงคล 2553 ‘พระโค’ กินหญ้า น้ำบริบูรณ์พอควร  ผลาหารอุดมสมบูรณ์</strong></p>
<p>คำพยากรณ์งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญปีนี้ “พระยาแรก”  นาเสี่ยงหยิบผ้า 6 คืบ พยากรณ์ น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี   “พระโค” กินหญ้า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร พร้อมด้วยธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร  มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี…</p>
<p>เมื่อวันที่ 13 พ.ค. เวลา 07.30 น.  ที่งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง  สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน  โดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์  พระวรชายา พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ  พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ มายังพลับพลาที่ประทับ  บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง  ทรงเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2553  โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เฝ้ารับเสด็จ</p>
<p>สำหรับพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้  ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา คือนายยุคล ลิ้มแหลมทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวณุทนาถ โคตรพรหม นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ  กองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ และนางสาวสุนีลา รู้สุกิจกุล  นักวิชาการปฏิรูปที่ดินปฏิบัติการ สำนักบริหารกองทุน  สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ส่วนเทพีคู่หาบเงิน ได้แก่  นางสาวสรชนก วงศ์พรม นายช่างโยธาชำนาญงาน ฝ่ายโยธา ส่วนวิศวกรรมประมง  สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการประมง กรมประมง และนางสาวเดือนเพ็ญ ใจคง  เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน กองแผนงานและวิชาการ กรมวิชาการเกษตร คู่เคียง  จำนวน 16 ราย และผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ จำนวน 4 ราย พระโค แรกนา ได้แก่  พระโคฟ้า และพระโคใส พระโคสำรอง ได้แก่ พระโคเทิด และพระโคทูน</p>
<p>จากนั้น เจ้าพนักงานจูงพระโคเทียมแอก พระยาแรกนาเจิมพระโคและไถ  จากนั้นจะมีการไถดะ โดยรี 3 รอบ โดยขวาง 3 รอบ หว่านธัญพืช ลั่นฆ้องชัย  จากนั้นจะไถกลบอีก 3 รอบ เจ้าพนักงานปลดพระโคออกจากแอก  พระยาแรกนาและเทพีกลับไปที่โรงพิธีพราหมณ์ จากนั้นพระโคจะเสี่ยงของกิน 7  สิ่งที่ตั้งเลี้ยง ประกอบด้วย ข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่วเขียว งา เหล้า น้ำ  และหญ้า และจะมีการทำนายถวายคำพยากรณ์</p>
<p>น.ส.สุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ขอพระราชทานพระราชวโรกาส กราบบังคมทูล ผลการเสี่ยงทายของพระยาแรกนา  เนื่องในงาน พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2553  โหรหลวงได้ให้คำพยากรณ์ว่า พระยาแรกนาเสี่ยงทายผ้าสำหรับนุ่ง ได้ผ้าลาย 6  คืบ ไปประกอบพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย  นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี  แต่นาในที่ดอนอาจจะเสียหายบ้างได้ผลไม่เต็มที่ การเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยง  ปีนี้พระโคกินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร พร้อมด้วยธัญญาหาร  ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี.</p>
<p><img title="thairath" src="http://news.enterfarm.com/wp-content/uploads/2008/09/thairath.gif" alt="" width="212" height="76" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5-2553-%e2%80%98%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%84%e2%80%99-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฟาร์มหอยนางรม</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 May 2010 08:37:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาร์มหอยนางรม]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารแนะนําสุราษฎร์ธานี]]></category>
		<category><![CDATA[แมลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%a1/</guid>
		<description><![CDATA[ฟาร์มสเตย์หอยนางรม: แหล่งทำเงินรักษ์ธรรมชาติ ในการดำเนินกิจการการเกษตรประเภทต่าง ๆ ในปัจจุบันนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการนำวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี รูปแบบเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์และความแปลกใหม่มาสู่กิจการเพื่อความทันสมัย และก้าวล้ำไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าอดีตแต่คงความเป็นเอกลักษณ์ของเกษตรกรไว้ อย่างมีคุณค่า แหล่งเลี้ยงหอยนางรมและหอยแครงที่ตั้งอยู่บริเวณอ่าวบ้านดอน อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี จะห่างจากชายฝั่งประมาณ 3 กิโลเมตร มีเกษตรกรหลายรายดำเนินกิจการหนึ่งในนั้นก็มีนายสมชาย สินมา โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ นายพิสันต์ ประทานชวโน รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายสุทธา สายวาณิชย์ ผอ.สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน นายสมพร อรุณรัตน์ พัฒนาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และคณะ ได้เข้าไปเยี่ยมชมกิจการของฟาร์ม โดยฟาร์มแห่งนี้ เป็นหนึ่งในอีกหลาย ๆ ฟาร์มที่ดำเนินการเลี้ยงหอยนางรม หอยแครง และหอยแมลงภู่ ในบริเวณอ่าวบ้านดอน ที่มีเนื้อที่กว่าแสนไร่ ครอบคลุม 5 อำเภอของ จ.สุราษฎร์ธานี มีเกษตรกรที่เลี้ยงหอยนางรม หอยแครง หอยแมลงภู่ มากกว่า 300 ราย โดยแต่ละรายนั้นจะมีการปลูกสร้างขนำ (กระท่อม) กลางทะเลไว้คอยดูแล เฝ้ารักษาหอยนางรม หอยแครง และหอยแมลงภู่ไม่ให้พวกมิจฉาชีพเข้ามา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div>
<p><img src="http://www.dailynews.co.th/content/images/1005/15/12/f1.jpg" alt="ฟาร์ม หอยนางรม" width="315" height="228" /><br />
<strong>ฟาร์มสเตย์หอยนางรม</strong>: <em>แหล่งทำเงินรักษ์ธรรมชาติ</em></p>
<p>ในการดำเนินกิจการการเกษตรประเภทต่าง ๆ ในปัจจุบันนี้  มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการนำวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี  รูปแบบเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์และความแปลกใหม่มาสู่กิจการเพื่อความทันสมัย และก้าวล้ำไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าอดีตแต่คงความเป็นเอกลักษณ์ของเกษตรกรไว้ อย่างมีคุณค่า</p>
<p>แหล่งเลี้ยงหอยนางรมและหอยแครงที่ตั้งอยู่บริเวณอ่าวบ้านดอน  อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี จะห่างจากชายฝั่งประมาณ 3 กิโลเมตร  มีเกษตรกรหลายรายดำเนินกิจการหนึ่งในนั้นก็มีนายสมชาย สินมา โดยเมื่อเร็ว ๆ  นี้ นายพิสันต์ ประทานชวโน รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายสุทธา สายวาณิชย์  ผอ.สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน นายสมพร อรุณรัตน์  พัฒนาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และคณะ ได้เข้าไปเยี่ยมชมกิจการของฟาร์ม</p>
<p>โดยฟาร์มแห่งนี้ เป็นหนึ่งในอีกหลาย ๆ ฟาร์มที่ดำเนินการเลี้ยงหอยนางรม   หอยแครง และหอยแมลงภู่ ในบริเวณอ่าวบ้านดอน ที่มีเนื้อที่กว่าแสนไร่  ครอบคลุม 5 อำเภอของ จ.สุราษฎร์ธานี มีเกษตรกรที่เลี้ยงหอยนางรม หอยแครง  หอยแมลงภู่ มากกว่า 300 ราย โดยแต่ละรายนั้นจะมีการปลูกสร้างขนำ (กระท่อม)  กลางทะเลไว้คอยดูแล เฝ้ารักษาหอยนางรม หอยแครง  และหอยแมลงภู่ไม่ให้พวกมิจฉาชีพเข้ามา ขโมยในยามวิกาล</p>
<p>นายสมชาย เล่าถึงการเลี้ยงหอยนางรมไว้อย่าง  น่าสนใจว่า  หอยนางรมดำรงชีวิตอยู่ได้โดยการดูดน้ำรอบ ๆ  ตัวเข้าไปทางด้านหนึ่งและปล่อยทิ้งออกอีกด้านหนึ่ง  อาหารและก๊าซออกซิเจนจะเข้าไปพร้อมกับน้ำ อาหารของหอยนางรม ได้แก่  แพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ ตอนสัตว์ที่ล่องลอยอยู่ในน้ำ  การเลี้ยงหอยนางรมนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้สภาพน้ำ  อากาศนั้นคงที่และบริสุทธิ์เพื่อที่จะให้หอยนางรมมีความสมบูรณ์มากที่สุดและ เป็นที่ต้องการของตลาด</p>
<p>โดยทั่วไปแล้วการเลี้ยงก็ใช้วิธีการเลี้ยงในกระบะไม้  การเลี้ยงโดยใช้แท่งซีเมนต์ การเลี้ยงโดยใช้หลักไม้  การเลี้ยงโดยใช้หลอดหรือท่อซีเมนต์ และการเลี้ยงแบบพวงอุบะแขวน  ซึ่งในแต่ละฟาร์มนั้นมีวิธีการที่เลี้ยงแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ และความเชี่ยวชาญของเกษตรกรผู้เลี้ยง  โดยฟาร์มของตนนั้นจะมีการเลี้ยงในหลายรูปแบบและมีการอนุรักษ์ธรรมชาติและ ระบบนิเวศในชุมชนควบคู่กันไปด้วยเพื่อผลผลิตจากฟาร์มและสังคมที่เราอาศัย อยู่</p>
<p>นายสมชาย  เล่าต่อว่า ในปี 45  ได้เกิดแนวความคิดที่จะพัฒนาปรับรูปแบบการทำฟาร์มหอยมาเป็นสถานที่เรียนรู้  พักผ่อนหย่อนใจ ภายใต้คำขวัญ “ชิมหอยนางรม ชมขนำกลางทะเล พักฟาร์มสเตย์  มนต์เสน่ห์อ่าวบ้านดอน”  โดยวัตถุประสงค์ในการพัฒนาฟาร์มเลี้ยงหอยธรรมดามาเป็นฟาร์มสเตย์นั้น  เพื่อเป็นที่พักผ่อนแห่งใหม่  พร้อมกับเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของการทำอาชีพต่าง ๆ ของชาวประมง  อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้อาชีพประมงกับสิ่งแวดล้อมป่าชายเลนให้กับนัก เรียน นิสิต นักศึกษา และองค์กรต่าง ๆ ที่สนใจ</p>
<p>สำหรับรูปแบบการจัดกิจกรรมนั้น ได้มีการนำเยาวชนในท้องถิ่นมาเป็นมัคคุ  เทศก์น้อยเพื่อเป็นผู้นำนักท่องเที่ยวชมการสาธิตการเลี้ยงหอยนางรม  หอยแมลงภู่  และหอยแครง ขั้นตอนการเลี้ยงจนถึงการเก็บเกี่ยว,  การแกะหอยเพื่อการบริโภค รวมถึงการนำนักท่องเที่ยวทำกิจกรรมการวาง  อวนเพื่อดักปลา, ปู, กุ้ง, การช้อนปลากระบอก การคราดหอยแครง  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการปลูกป่าชายเลนด้วย.</p>
<p>อรุณี วิทิพย์รอด-นพปฏล  รัตนพันธ์<br />
<img title="dailynews" src="http://news.enterfarm.com/wp-content/uploads/2008/09/dailynews.gif" alt="" width="162" height="52" /></p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พันธุ์มะนาวที่นิยมปลูก</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 May 2010 08:36:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืช]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกมะนาวทูลเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ขายมะนาวทูลเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัยเกียวกับมะนาว]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัยเกี่ยวกับมะนาว]]></category>
		<category><![CDATA[จำหน่าย พันธุ์ มะนาว]]></category>
		<category><![CDATA[จำหน่ายมะนาวน้ำหอมทูลเกล้าไร้เมล็ด]]></category>
		<category><![CDATA[ต้องการซื้อมะนาวพันธ์ทูลเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกมะนาว]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุ์ มะนาว]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุ์ มะนาวที่นิยมปลูก]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุ์ มัน สำปะหลัง ที่ นิยม ปลูก]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุ์มะนาว]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุ์มะนาวที่นิยม]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุ์มะนาวที่นิยมปลูก]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุ์มะนาวทูลเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[พันธ์มะนาว]]></category>
		<category><![CDATA[พันธ์มะนาวที่นิยมปลูก]]></category>
		<category><![CDATA[พันธ์มะนาวทูลเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[มะนาว]]></category>
		<category><![CDATA[มะนาว พันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[มะนาวที่นิยมปลูก]]></category>
		<category><![CDATA[มะนาวทูลเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[มะนาวทูลเก้ลา]]></category>
		<category><![CDATA[มะนาวนำหอม]]></category>
		<category><![CDATA[มะนาวน้ำหอม]]></category>
		<category><![CDATA[มะนาวน้ำหอมทูลเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[มะนาวพันธุ์ทูลเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[มะนาวพันธ์ทูลเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[มะนาวไร้เมล็ด]]></category>
		<category><![CDATA[ลักษณะมะนาวทูลเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีปลูกมะนาวทูลเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[สายพันธุ์มะนาว]]></category>
		<category><![CDATA[แมลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81/</guid>
		<description><![CDATA[“รวมมิตรมะนาวดี” ปลูกคุ้ม พอเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน หลายคนเสาะหามะนาวพันธุ์ดีๆไปปลูกและขอให้แนะนำสายพันธุ์เจ๋งๆในคอลัมน์บ้าง ซึ่งความจริงแล้วมะนาวสายพันธุ์ดีๆ ที่ผู้ปลูกต้องการนั้นเคยเสนอในคอลัมน์ไปเกือบทุกชนิดแล้ว แต่เมื่อผู้อ่านไทยรัฐเรียกร้อง ประกอบกับพบว่าผู้ขายกิ่งตอนมะนาวพันธุ์เยี่ยมๆ นำสายพันธุ์ออกวางขายมากมายอยู่ในเวลานี้ พร้อมกับมีผลจริงๆของแต่ละสายพันธุ์โชว์ให้ผู้สนใจได้ทดลองชิมรสชาติอีกด้วย จึงรีบ “รวมมิตรมะนาวดี” ปลูกแล้วคุ้มค่าลงในคอลัมน์อีกครั้งทันที ผลมะนาว ที่ผู้ขายกิ่งพันธุ์มะนาวนำไปวางรวมกันโชว์บนจานเท่าที่สังเกต มีด้วยกัน 4 สายพันธุ์ เริ่มจาก มะนาวแป้นพิจิตร มะนาวแป้นจริยา มะนาวแม่ไก่ไข่ดก และ มะนาวน้ำหอมทูลเกล้าไม่มีเมล็ด ทั้ง 4 สายพันธุ์ถือเป็นมะนาวเด่นที่ได้รับความนิยมปลูกอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน เคยแจกแจงรายละเอียดในคอลัมน์ไปทุกพันธุ์แล้ว บางพันธุ์มีผลทะวายหรือตลอดปี ให้น้ำเยอะ รสเปรี้ยวจัด ติดผลดก แต่ละพันธุ์ที่กล่าวข้างต้นปลูกแล้วคุ้มค่ามาก โดยเฉพาะมะนาวแป้นพิจิตร เป็นพันธุ์ใหม่ล่าสุดที่นักวิชาการเกษตรบำรุงพันธุ์ให้ทนทานต่อโรคแมลงทุก ชนิด และยังสามารถติดผลดกในช่วงฤดูแล้งที่ผลมะนาวมีราคาแพงด้วย เกษตรกรในปัจจุบันจึงนิยมปลูกมะนาวสายพันธุ์ แป้นพิจิตรอย่างแพร่หลาย ส่วนมะนาวแป้นจริยา มีความโดดเด่นตรงเวลาติดผลจะเป็นพวงเกินกว่า 5 ผลขึ้น และที่เป็นจุดดีอีกอย่างได้แก่ เปลือกผลของมะนาวแป้นจริยาจะบางมาก จึงทำให้มีน้ำเยอะรสชาติเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มะนาวแม่ไก่ไข่ดก จะติดผลกระจายทั่วทั้งต้นได้ดีและสม่ำเสมอ แม้จะไม่เป็นพวงแต่จะให้ผลดกมาก มีรสเปรี้ยวใกล้เคียงกับน้ำมะนาวแป้นทั่วไป สุดท้าย มะนาวน้ำหอมทูลเกล้าไร้เมล็ด มีลักษณะเด่นคือ ผลขนาดใหญ่ เมื่อโตเต็มที่เกือบเท่าลูกเทนนิส [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div>
<p><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2010/05/12/630/82447.jpg" alt="มะนาว" width="317" height="190" /><br />
<em>“รวมมิตรมะนาวดี” ปลูกคุ้ม</em></p>
<p>พอเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน  หลายคนเสาะหามะนาวพันธุ์ดีๆไปปลูกและขอให้แนะนำสายพันธุ์เจ๋งๆในคอลัมน์บ้าง  ซึ่งความจริงแล้วมะนาวสายพันธุ์ดีๆ  ที่ผู้ปลูกต้องการนั้นเคยเสนอในคอลัมน์ไปเกือบทุกชนิดแล้ว  แต่เมื่อผู้อ่านไทยรัฐเรียกร้อง  ประกอบกับพบว่าผู้ขายกิ่งตอนมะนาวพันธุ์เยี่ยมๆ  นำสายพันธุ์ออกวางขายมากมายอยู่ในเวลานี้  พร้อมกับมีผลจริงๆของแต่ละสายพันธุ์โชว์ให้ผู้สนใจได้ทดลองชิมรสชาติอีกด้วย  จึงรีบ “รวมมิตรมะนาวดี” ปลูกแล้วคุ้มค่าลงในคอลัมน์อีกครั้งทันที</p>
<p>ผลมะนาว ที่ผู้ขายกิ่งพันธุ์มะนาวนำไปวางรวมกันโชว์บนจานเท่าที่สังเกต  มีด้วยกัน 4 สายพันธุ์ เริ่มจาก <strong>มะนาวแป้นพิจิตร มะนาวแป้นจริยา  มะนาวแม่ไก่ไข่ดก และ มะนาวน้ำหอมทูลเกล้าไม่มีเมล็ด</strong> ทั้ง 4  สายพันธุ์ถือเป็นมะนาวเด่นที่ได้รับความนิยมปลูกอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน  เคยแจกแจงรายละเอียดในคอลัมน์ไปทุกพันธุ์แล้ว บางพันธุ์มีผลทะวายหรือตลอดปี  ให้น้ำเยอะ รสเปรี้ยวจัด ติดผลดก  แต่ละพันธุ์ที่กล่าวข้างต้นปลูกแล้วคุ้มค่ามาก โดยเฉพาะมะนาวแป้นพิจิตร  เป็นพันธุ์ใหม่ล่าสุดที่นักวิชาการเกษตรบำรุงพันธุ์ให้ทนทานต่อโรคแมลงทุก ชนิด และยังสามารถติดผลดกในช่วงฤดูแล้งที่ผลมะนาวมีราคาแพงด้วย  เกษตรกรในปัจจุบันจึงนิยมปลูกมะนาวสายพันธุ์ แป้นพิจิตรอย่างแพร่หลาย</p>
<p>ส่วนมะนาวแป้นจริยา มีความโดดเด่นตรงเวลาติดผลจะเป็นพวงเกินกว่า 5  ผลขึ้น และที่เป็นจุดดีอีกอย่างได้แก่ เปลือกผลของมะนาวแป้นจริยาจะบางมาก  จึงทำให้มีน้ำเยอะรสชาติเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มะนาวแม่ไก่ไข่ดก  จะติดผลกระจายทั่วทั้งต้นได้ดีและสม่ำเสมอ แม้จะไม่เป็นพวงแต่จะให้ผลดกมาก  มีรสเปรี้ยวใกล้เคียงกับน้ำมะนาวแป้นทั่วไป สุดท้าย  มะนาวน้ำหอมทูลเกล้าไร้เมล็ด มีลักษณะเด่นคือ ผลขนาดใหญ่  เมื่อโตเต็มที่เกือบเท่าลูกเทนนิส  เป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ผู้ปลูกนิยมปลูกกันมาก เนื่องจากให้น้ำเยอะ  เวลาติดผลดกทั้งต้นจะคุ้มค่ายิ่งนัก ซึ่งมะนาวดีทั้ง 4  สายพันธุ์มีกิ่งตอนขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร  ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แผง “คุณภิญโญ” ตรงกันข้ามกับโครงการ 13  มีผลจริงของแต่ละสายพันธุ์ให้ดูและทดลองชิมด้วย ราคาสอบถามกันเอง  ส่วนใหญ่เป็นต้นเสียบยอด จะทำให้ ใช้เวลาปลูกเพียง 8-10 เดือน  สามารถติดผลให้เก็บใช้ประโยชน์ได้</p>
<p>ส่วนอีก 2 สายพันธุ์ ที่อยากแนะนำให้ปลูกได้แก่ มะนาวด่านเกวียน กับ  มะนาวพวง ทั้งสองชนิดมีรูปทรงของผล น้ำจากผล ผิวผลคล้ายกับ “เลมอน”  ของฝรั่งมาก เวลาติดผลจะเป็นกระจุกแน่นเกิน 10 ผล ต่อพวงน่าชมมาก  ที่สำคัญจะติดผลตลอดปีครับ.</p>
<p>ดอกสะแบง<br />
<img title="thairath" src="http://news.enterfarm.com/wp-content/uploads/2008/09/thairath.gif" alt="" width="212" height="76" /></p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กำหนดการอบรมผู้ค้าเคมีเกษตร</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 May 2010 08:13:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ขั้นตอนการเิปิดร้านเคมีเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[20]]></category>
		<category><![CDATA[à¸à¸²à¸£à¹€à¸à¸©à¸•à¸£]]></category>
		<category><![CDATA[files]]></category>
		<category><![CDATA[kaset]]></category>
		<category><![CDATA[กำหนดการอบรม]]></category>
		<category><![CDATA[พืช]]></category>
		<category><![CDATA[อบรมผู้ค้าเคมีเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[อบรมเคมีเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีเกษตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5/</guid>
		<description><![CDATA[ระเบียบกรมฯ21-1-53 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักควบคุมพืชและวัสดุทางการเกษตร Tel: 02-9406573 Fax: 02-5798535 กำหนดการอบรมขึ้นทะเบียน (พฤษภาคม 53) (เพิ่มรอบ) กำหนดการอบรมขึ้นทะเบียน (มิถุนายน 53)]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://kasetonline.com/files/2010/05/ระเบียบกรมฯ21-1-53.pdf">ระเบียบกรมฯ21-1-53</a></p>
<p><strong>สอบถามเพิ่มเติมได้ที่</strong><br />
สำนักควบคุมพืชและวัสดุทางการเกษตร<br />
Tel: 02-9406573 Fax: 02-5798535</p>
<p><a href="http://kasetonline.com/files/2010/05/กำหนดการอบรมขึ้นทะเบียน.pdf">กำหนดการอบรมขึ้นทะเบียน</a> (พฤษภาคม 53)</p>
<p><a href="http://kasetonline.com/files/2010/05/เพิ่มรอบ-กำหนดการอบรมขึ้นทะเบียน.pdf">(เพิ่มรอบ) กำหนดการอบรมขึ้นทะเบียน</a> (มิถุนายน 53)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/05/23/%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยาจับใบ ใช้เพื่ออะไร</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/05/17/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a-%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/05/17/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a-%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 16 May 2010 17:16:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ขั้นตอนการเิปิดร้านเคมีเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[พืช]]></category>
		<category><![CDATA[- ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[adjuvant]]></category>
		<category><![CDATA[à¸à¸š]]></category>
		<category><![CDATA[à¸­à¸²à¸«à¸²à¸£]]></category>
		<category><![CDATA[à¸‡à¸²à¸™]]></category>
		<category><![CDATA[surfactant]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์ของความตึงผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์ของสารจับใบ]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์ของสารละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์ของแรงตึงผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ยาฆ่าหญ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยาฆ่าแมลง]]></category>
		<category><![CDATA[ยาจับใบ]]></category>
		<category><![CDATA[สารจับใบ]]></category>
		<category><![CDATA[สารจับใบ ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สารจับใบคือ]]></category>
		<category><![CDATA[สารลดแรงตึงผิว]]></category>
		<category><![CDATA[อืืน ๆ]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดร้านเคมีเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[เพิ่มประสิทธิภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[แมลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/2010/05/17/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a-%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</guid>
		<description><![CDATA[ยาจับใบ โดยทั่วไปสารจับใบ จะต้องมีสารตัวนี้ครับ 1. สารลดแรงตึงผิวของน้ำ มีหน้าที่ทำให้น้ำที่ผสมปุ๋ย หรือยา ลดแรงตึงผิวลง ทำให้สามารถที่จะกระจายตัวไปเปียกบนใบและส่วนต่าย ๆ ของพืชได้ดีขึ้นครับ 2 . สารตัวที่สองคือ สารที่ช่วยในการกระจายตัวของน้ำ ทำหน้าที่ในการแทรกซึมตามซอกมุมของพืชให้ยามีการสัมพัสกับส่วนต่าง ๆ ของพืชได้มากขึ้น อย่างในกรณีของหญ้าหรือ พืช ที่มีขนบางยี่ห้อที่ไม่มีสารตัวนี้ ก็จะทำให้ยาไม่สามารถซึมแทรกเข้าไปสัมผัสกับผิวที่แท้จริงของพืชได้ 3. สารที่ช่วยในการยึดเกาะพื้นผิว ทำหน้าที่เป็นเสมือนกาว ช่วยลดการชะล้างสารเคมีหรือปุ๋ยจากการรดน้ำตามปกติ หรือจากน้ำฝนครับ ถ้าหากว่ายาจับใบที่ท่านใช้อยู่มีสารตัวนี้ ควรจะระมัดระวังอย่าให้เกินกว่าที่ฉลากระบุนะครับ เพราะอาจจะได้ผลเสียมากกว่าผลดี เพราะจะทำให้สารเคมีที่ใช้ไปจับ เป็นคราบขาว อาจทำให้สังเคราะห์แสงได้น้อยลงได้ คุณสมบัติของสารจับใบ คุณสมบัติของสารจับใบ -ลดแรงตึงผิวของละอองน้ำยา ทำให้น้ำยาแบนและแผ่กว้าง -เพิ่มประสิทธิภาพของยาฆ่าแมลง,ยาฆ่าเชื้อรา,ปุ๋ย,และยากำจัดวัชพืช ทำให้จับใบแล้วดูดซึมเข้าใบหรือลำต้นได้ดี และเร็วขึ้น -ทำให้ละอองน้ำยามีขนาดเล็ก กระจายทั่วต้นได้ดี และแห้งเร็วกว่าปกติ -ลดการสูญเสียของสารเคมี เนื่องการการชะล้างของฝนหรือน้ำ ช่วยรักษาอุปกรณ์พ่นยา ป้องกันการอุดตันของหัวฉีด -ลดต้นทุนการใช้สารเคมี เนื่องจากลดจำนวนครั้งในการใช้สาร และความเข้มข้นที่ต่ำ -ทำให้ต้นไม้ดูสวยงามไม่เป็นคราบที่เกิดจากปุ๋ยและยา สรุป &#8230;.. ยาจับใบที่มีประสิทธิภาพ มีประโยชน์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><strong>ยาจับใบ</strong></p>
<p>โดยทั่วไปสารจับใบ  จะต้องมีสารตัวนี้ครับ<br />
1. สารลดแรงตึงผิวของน้ำ  มีหน้าที่ทำให้น้ำที่ผสมปุ๋ย หรือยา ลดแรงตึงผิวลง   ทำให้สามารถที่จะกระจายตัวไปเปียกบนใบและส่วนต่าย ๆ ของพืชได้ดีขึ้นครับ<br />
2 . สารตัวที่สองคือ สารที่ช่วยในการกระจายตัวของน้ำ   ทำหน้าที่ในการแทรกซึมตามซอกมุมของพืชให้ยามีการสัมพัสกับส่วนต่าง ๆ   ของพืชได้มากขึ้น อย่างในกรณีของหญ้าหรือ พืช   ที่มีขนบางยี่ห้อที่ไม่มีสารตัวนี้   ก็จะทำให้ยาไม่สามารถซึมแทรกเข้าไปสัมผัสกับผิวที่แท้จริงของพืชได้<br />
3.  สารที่ช่วยในการยึดเกาะพื้นผิว ทำหน้าที่เป็นเสมือนกาว   ช่วยลดการชะล้างสารเคมีหรือปุ๋ยจากการรดน้ำตามปกติ หรือจากน้ำฝนครับ   ถ้าหากว่ายาจับใบที่ท่านใช้อยู่มีสารตัวนี้   ควรจะระมัดระวังอย่าให้เกินกว่าที่ฉลากระบุนะครับ   เพราะอาจจะได้ผลเสียมากกว่าผลดี เพราะจะทำให้สารเคมีที่ใช้ไปจับ   เป็นคราบขาว อาจทำให้สังเคราะห์แสงได้น้อยลงได้</p></div>
<p><strong>คุณสมบัติของสารจับใบ </strong><strong>คุณสมบัติของสารจับใบ </strong><br />
-ลดแรงตึงผิวของละอองน้ำยา ทำให้น้ำยาแบนและแผ่กว้าง<br />
-เพิ่มประสิทธิภาพของยาฆ่าแมลง,ยาฆ่าเชื้อรา,ปุ๋ย,และยากำจัดวัชพืช   ทำให้จับใบแล้วดูดซึมเข้าใบหรือลำต้นได้ดี และเร็วขึ้น<br />
-ทำให้ละอองน้ำยามีขนาดเล็ก กระจายทั่วต้นได้ดี และแห้งเร็วกว่าปกติ<br />
-ลดการสูญเสียของสารเคมี เนื่องการการชะล้างของฝนหรือน้ำ<br />
ช่วยรักษาอุปกรณ์พ่นยา ป้องกันการอุดตันของหัวฉีด<br />
-ลดต้นทุนการใช้สารเคมี เนื่องจากลดจำนวนครั้งในการใช้สาร   และความเข้มข้นที่ต่ำ<br />
-ทำให้ต้นไม้ดูสวยงามไม่เป็นคราบที่เกิดจากปุ๋ยและยา</p>
<p><strong>สรุป &#8230;..</strong><br />
ยาจับใบที่มีประสิทธิภาพ มีประโยชน์  และมีคุณสมบัิตตามนี้</p>
<p>1. ช่วยแผ่กระจายของสารให้ทั่ว (spreaders) สาร เปียกใบ หมายถึง  สารที่ทำหน้าที่ลดแรงตึงผิวของสารละลายที่พ่นไปสัมผัสกับใบไม้ กิ่งก้าน  ลำต้นของพืช หรือ ผิวของแมลง  และจะทำหน้าที่ในการแผ่กระจายสารละลายให้ทั่วใบของพืช  และผิวของแมลงศัตรูพืช</p>
<p>2. ช่วยในการจับยึดเกาะ (Stickers and Extenders) สารจับ ใบ  มีหน้าที่ในการจับยึดเกาะ ป้องกันไม่ให้สูญเสียสารละลายที่ฉีดพ่นไป  อันเนื่องจากกระแสลมและการชะล้างของน้ำฝนหรือน้ำค้าง  ความแตกต่างกันของสารเปียกใบและสารจับใบ คือ  สารเปียกใบทำหน้าที่แผ่กระจายให้ทั่วพื้นที่ของใบ สารจับใบ  ทำหน้าที่ในการยึดติดแน่น ไม่ให้ลื่นไหลสูญเสียไป</p>
<p>3. กระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช (Activators) เมื่อ  ฉีดพ่นสารเสริมประสิทธิภาพลงบนส่วนของใบพืชแล้วจะทำให้ฝุ่นละออง  หรือสารกำจัดศัตรูพืชไม่ไปอุดตันปากใบของพืช  พืชสามารถสังเคราะห์แสงได้อย่างเต็มที่  สามารถเจริญเติบโตให้ผลผลิตได้อย่างสมบูรณ์</p>
<p>4. ช่วยเพิ่มอำนาจการแทรกซึมสารกำจัดศัตรูพืช (Penetrants) สาร  เสริมประสิทธิภาพนอกจากจะทำหน้าที่เปียกใบและจับใบแล้ว  ยังเพิ่มความสามารถของน้ำและสารละลายให้ซึมผ่านผิวใบไม้ ผิวของลำต้น  หรือส่วนต่าง ๆ ของวัชพืช เปลือกหุ้มตัวของแมลง ทั้งตัวอ่อน ตัวเต็มวัย  เชื้อสาเหตุของโรคพืช  ทำให้สารเคมีเกษตรที่ฉีดพ่นสามารถแทรกซึมผ่านเข้าไปในต้นพืช  และสัมผัสถูกตัวแมลงต่าง ๆ รวมทั้งเชื้อสาเหตุของโรคพืชได้โดยง่าย</p>
<p>5. ป้องกันใบเหี่ยวเฉาจากการใช้สารกำจัดศัตรูพืช การ  ใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืช ที่มีความเป็นด่างบางชนิดฉีดพ่นลงบนพืช เช่น ส้ม  แตงโม อาจจะทำให้ใบของพืชแสดงอาการเหี่ยวเฉาอยู่ในช่วงระยะหนึ่ง  แต่เมื่อมีการใช้สารเสริมประสิทธิภาพ ก ที่มีคุณสมบัติเป็นกลาง (pH ประมาณ  7) ผสมร่วมในการฉีดพ่น จะทำให้สารเหล่านี้ลดความเป็นด่างลง  พืชจะลดอาการเหี่ยวเฉาหรืออาจไม่แสดงอาการเลย  ทำให้พืชไม่หยุดชะงักการเจริญเติบโต หลังการฉีดพ่นสารเคมีเกษตรดังกล่าว</p>
<p>6. ช่วยให้สารกำจัดศัตรูพืชกระจายตัวในน้ำได้ดี โดย ปกติแล้ว  สารกำจัดศัตรูพืชชนิดที่มีน้ำมันเป็นตัวทำละลาย  หรือสารกำจัดศัตรูพืชชนิดที่เป็นผง จะรวมตัวกับน้ำได้ไม่ดี อาจมีการแยกชั้น  หรือเกาะกลุ่มเป็นตะกอนได้โดยง่าย  แต่เมื่อผสมสารเสริมประสิทธิภาพซึ่งมีสารลดแรงตึงผิว (Non – ionic  Serfactants) จะช่วยทำให้สารกำจัดแมลง สารกำจัดวัชพืช  และสารกำจัดโรคพืชไม่เกิดเป็นตะกอน หรือแยกตัว แยกชั้นออกไป  แต่จะมีการกระจายตัวในน้ำได้ดีและสม่ำเสมอ</p>
<p>7. ทำให้น้ำสามารถแทรกซึมผ่านชั้นดินที่แน่นทึบได้ดี สาร  เสริมประสิทธิภาพช่วยให้เกิดการไหลซึมของน้ำลงสู่ดินชั้นล่างได้  แม้ในดินที่น้ำซึมผ่านยาก เพราะสารลดแรงตึงผิว (Non – ionic Serfactants)  ทำให้ดินที่ปลูกพืชคลายความแน่นลง อนุภาคของเม็ดดินขนาดเล็ก  แยกตัวออกจากกันไม่เกาะกันเป็นก้อนแข็ง  น้ำจึงซึมผ่านลงไปสู่ดินชั้นล่างได้ง่าย  และพืชสามารถหยั่งรากลึกลงดินและหาอาหารได้ดีขึ้น  หรือแม้ในช่วงที่มีฝนตกหนัก น้ำฝนก็จะซึมผ่านลงดินได้เร็ว</p>
<p>8. ลดจำนวนครั้งและปริมาณการใช้สารกำจัดศัตรูพืช การ  ใช้สารเสริมประสิทธิภาพสามารถช่วยให้เกษตรกรลดจำนวนครั้งในการฉีดพ่นสารเคมี เกษตร จาก 4 ครั้ง เหลือ 2 -3 ครั้ง ซึ่งเป็นการประหยัดแรงงาน ประหยัดเวลา  และค่าใช้จ่าย นอกจากนี้จำนวนครั้งและปริมาณที่ฉีดพ่นน้อยลง  ทำให้พืชไม่หยุดชะงักการเจริญเติบโต  เพราะทุกครั้งที่เราฉีดพ่นสารกำจัดศัตรูพืช พืชจะรู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอม  และอาจหยุดชะงักการเจริญเติบโตไประยะหนึ่ง  นอกจากนี้การที่สารกำจัดศัตรูพืชเกาะยึดติดที่ใบได้ดี  จะทำให้สามารถกำจัดศัตรูพืชได้  โดยไม่ต้องฉีดพ่นสารกำจัดศัตรูพืชมากครั้งเหมือนเดิม</p>
<p>9. มีความเข้มข้นสูง สาร  เสริมประสิทธิภาพมีความเข้มข้นสูงและละลายน้ำได้ง่าย  กระจายตัวในน้ำได้รวดเร็ว จึงทำให้ประหยัด  โดยใช้ปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น</p>
<p>10. สามารถผสมกันได้กับสารกำจัดศัตรูพืชทุกชนิด  เนื่องจากเป็นสารลดแรงตึงผิวที่มีประจุเป็นกลาง  จึงสามารถผสมเข้ากันได้สารละลายที่เป็นกรด เป็นด่าง หรือเป็นกลางได้ทุกชนิด</p>
<p>11. ช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์การฉีดพ่นสารเคมีเกษตร  และป้องกันการอุดตันของหัวฉีด  สารเสริมประสิทธิภาพมีส่วนผสมของสารป้องกันสนิมและสารลดแรงตึงผิว (Non –  ionic Serfactants)  สามารถลดการเกิดสนิมของอุปกรณ์การฉีดพ่นสารเคมีเกษตรที่เป็นโลหะ  และช่วยกระจายตัวของสารละลายต่าง ๆ ในน้ำ ไม่ทำให้เกิดตะกอน  จึงไม่อุดตันต่อระบบท่อและหัวฉีดทุกประเภท</p>
<p>12. ไม่มีกลิ่นเหม็นรบกวนความรู้สึก  และไม่ระคายเคืองต่อเยื่อบุทางเดินระบบหายใจ  สารเสริมประสิทธิภาพไม่มีกลิ่นฉุนที่ระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ  ซึ่งจะปลอดภัยต่อสุขภาพ</p>
<p>13. ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และถูกย่อยสลายได้ในธรรมชาติ  สารเสริมประสิทธิภาพได้รับการเลือกสรร คิดค้น และพัฒนาจนได้ สารลดแรงตึงผิว  (Non – ionic Serfactants) ที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยโดยตรง  ที่สำคัญสารเสริมประสิทธิภาพไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม  และสามารถถูกย่อยสลายได้ในธรรมชาติ</p>
<p>ดังนั้นเมื่อมีการใช้สารเคมีกับต้นไม้ควรจะผสมร่วมกับสารจับใบทุกครั้ง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/05/17/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a-%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไคโตซาน &#8211; จริงหรือหลอก???</title>
		<link>http://kasetonline.com/2010/05/17/%e0%b9%84%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://kasetonline.com/2010/05/17/%e0%b9%84%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 16 May 2010 17:14:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ขั้นตอนการเิปิดร้านเคมีเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[พืช]]></category>
		<category><![CDATA[- ความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[อืืน ๆ]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดร้านเคมีเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ไคโตซาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kasetonline.com/2010/05/17/%e0%b9%84%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81/</guid>
		<description><![CDATA[]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kasetonline.com/2010/05/17/%e0%b9%84%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
