เกษตรออนไลน์

ทุก ๆ เรื่องเกี่ยวกับการเกษตร

Entries for the ‘อาหาร’ Category

งานวันเกษตรแห่งชาติ 2555 (เชียงใหม่)

เกี่ยวกับงาน

 

โครงการจัดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๕

๘๕ พรรษาเทิดไท้องค์ราชัน พระมิ่งขวัญเกษตรไทย

“เกษตรสร้างสรรค์: เศรษฐกิจยั่งยืน”
Creative Agriculture: Sustainable Economy

 

หลักการและเหตุผล

             กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ร่วมกันจัดงาน ตลาดนัดเกษตรกลางบางเขนขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๑ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรไปสู่ประชาชน และเน้นให้บุคคลในอาชีพอื่นได้เห็นความสำคัญของอาชีพการเกษตรว่า เป็นอาชีพที่ช่วยเสริมสร้างชาติไทยให้อยู่รอดทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้เปลี่ยนชื่องานเป็น “งานวันเกษตรแห่งชาติ” โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ผลัดเปลี่ยนเป็นเจ้าภาพจัดงาน จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๒๘ คณะกรรมการ อำนวยการจัดงานวันเกษตรแห่งชาติได้พิจารณาเห็นสมควรให้กระจายการจัดงานวันเกษตรแห่งชาติไปยังภาคต่างๆที่ มหาวิทยาลัยตั้งอยู่สลับกับส่วนกลาง คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ปีเว้นปี โดย ให้เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๙ เป็นต้นมา จนกระทั้งในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้มีมติให้มีการหมุนเวียนการจัด งานวันเกษตรแห่งชาติไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีคณะเกษตร คือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรไปสู่ประชาชน และที่สำคัญ คือเป็นการเน้นให้บุคคลในอาชีพอื่นได้เห็นความสำคัญของอาชีพการเกษตร

             ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ เป็นปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และเฉลิมพระชนมพรรษา ๖๐ พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม มกุฎราชกุมาร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้กำหนดให้มีการจัดงาน วันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๕ เพื่อฉลองปีมหามงคลและเผยแพร่พระเกียรติคุณ พระอัจฉริยภาพ และพระราชกรณียกิจด้านการเกษตรให้เป็นที่ประจักษ ์นอกจากนี้ยังเป็นปีที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่สถาปนาครบ ๔๘ ปี และคณะเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก้าวเข้าสู่ปีที่ ๔๕ ของการ สถาปนาเป็นหน่วยงานระดับคณะ โดยได้มุ่งเน้นด้านการจัดการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์เกษตร ให้มีคุณภาพ มีงานวิจัย และบริการด้านวิชาการแก่สังคมและชุมชนอย่างมีส่วนร่วม รวมทั้งการทำนุบำรุงศาสนา ศิลปวัฒนธรรม อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

               ดังนั้นในการจัดงานครั้งนี้จึงเป็นการเผยแพร่ความรู้ความก้าวหน้าทางด้าน เทคโนโลยีการเกษตรของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ให้แก่เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และ ประชาชนผู้สนใจทั่วไป โดยการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างองค์กรวิจัย สถาบันศึกษา องค์กรด้าน การเกษตรของภาครัฐและภาคเอกชน ในรูปแบบบูรณาการทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ประมง คุณภาพดินเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร และเทคโนโลยีอาหาร มีการเผยแพร่ผลงานวิจัยด้าน เทคโนโลยีการเกษตรตลอดจนการประกวดพืช สัตว์ผลผลิตทางการเกษตร และการจำหน่ายปัจจัย การผลิตและผลิตผลทางการเกษตร 

 

วัตถุประสงค์

 

  • เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาส ทรงเจริญพระ ชนมพรรษา ๘๕ พรรษา เฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และเฉลิมพระชนมพรรษา ๖๐ พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม มกุฎราชกุมาร
  • เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อให้สังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร อันเป็น พื้นฐานของการพัฒนาคน พัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาประเทศ
  • เพื่อเฉลิมฉลองในวาระที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่สถาปนาครบ ๔๘ ปี และคณะ เกษตรศาสตร์สถาปนาครบ ๔๕ ปีในปี พ.ศ. ๒๕๕๕
  •  เพื่อเผยแพร่ความก้าวหน้าทางวิชาการและผลงานวิจัยด้านการเกษตร ของคณะ เกษตรศาสตร์รวมทั้งคณะอุตสาหกรรมเกษตร คณะสัตวแพทยศาสตร์และสถาบันวิจัย และพัฒนาพลังงานนครพิงค์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แก่นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้บริหาร สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไป
  • เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมทางการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร สัตวแพทย์ และพลังงานทางเลือกที่เหมาะสมแก่เกษตรกรและผู้สนใจ
  • เพื่อให้หน่วยงานด้านการเกษตร สถาบันการศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชนได้เผยแพร่กิจกรรมและวิชาการของหน่วยงาน
  • เพื่อสนับสนุนและเผยแพร่ผลงานด้านการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และ ทรัพยากรธรรมชาติ
  • เพื่อสนับสนุนและเผยแพร่ต้นแบบเกษตรกรหรือกลุ่มผู้ประกอบการด้านการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร สัตวแพทย์และพลังงานทางเลือก ได้พบปะแลกเปลี่ยนความรู้และ ประสบการณ์ระหว่างกัน

 

สัญลักษณ์การจัดงาน (Logo)

1x1.trans งานวันเกษตรแห่งชาติ 2555 (เชียงใหม่)

 

         สัญลักษณ์งานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๕ เป็นรูปช้างสีม่วงใช้งวงคล้องตะกร้าผักผลไม้ และ ชูรวงข้าว ภายใต้สัญลักษณ์รูปช้างมีข้อความ “เกษตรแห่งชาติ 2555” ด้านบนสัญลักษณ์ มีข้อความ “เกษตรสร้างสรรค์: เศรษฐกิจยั่งยืน” และ “85 พรรษาเทิดไท้องค์ราชัน พระมิ่งขวัญเกษตรไทย”

  

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์    

ผู้ดำเนินงานหลัก:   คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ผู้ดำเนินงานร่วม:     คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
                                  คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
                                  สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


Incoming search terms:

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

แนวโน้มการใช้ปุ๋ยเคมี ปี 2554-2555

แนวโน้มใช้ปุ๋ยเคมียังกระฉูด กระตุ้นเกษตรกรใช้คู่ปุ๋ยอินทรีย์ เกษตรยันช่วยลดต้นทุนการผลิต

เกษตรฯ รับแนวโน้มปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมียังไม่ลดคาดปีนี้สูงถึง 5.4 ล้านตัน พร้อมเร่งเสริมความรู้เกษตรกรที่ถูกต้องหันใช้ปุ๋ยเคมีในสัดส่วนที่เหมาะสม ช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรในภาวะสินค้าราคาพุ่ง

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังกล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นโยบายการใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อเกษตรกรรม” ว่า ต้องยอมรับว่าการใช้ปุ๋ยเคมียังคงมีความจำเป็นในการช่วยเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกร โดยจากข้อมูลปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกรในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 5.4 ล้านตัน ขณะที่ปี 2553 มีปริมาณการใช้ปุ๋ยประมาณ 5.3 ล้านตัน ซึ่งแม้จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยแต่กระทรวงเกษตรฯ ยังคงดำเนินการให้องค์ความรู้แก่เกษตรกรในเรื่องการใช้ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ให้เกิดความสมดุลถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพดิน เพื่อเป็นอีกหนึ่งมาตรการในการช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรได้ทางหนึ่ง เพราะปุ๋ยเคมีเป็นหนึ่งปัจจัยการผลิตที่สำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตของเกษตรกรที่สูงขึ้น เช่น การปลูกข้าวนาปีมีสัดส่วนการใช้ปุ๋ยเคมีประมาณ 18% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด ข้าวนาปรัง 16% ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 21% และปาล์ม 41% เป็นต้น

ดังนั้น การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยเคมีเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการปรับความเชื่อของเกษตรกรที่ว่าหากใช้ปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้นผลผลิตจะเพิ่มขึ้น แต่ให้หันกลับมาใช้ปุ๋ยเคมีที่เหมาะสม ถูกต้องตามหลักวิชาการ

สำหรับการควบคุมดูแลเรื่องราคาปุ๋ยเคมีนั้น กระทรวงเกษตรฯ ยังคงสนับสนุนให้มีการค้าขายปุ๋ยอย่างเสรี เพื่อให้ราคาปุ๋ยเป็นไปตามกลไกตลาด เนื่องจากประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตปุ๋ยเคมีได้เองภายในประเทศจำเป็นต้องมีการนำเข้าจากประเทศผู้ผลิตปุ๋ยเคมี แต่อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ จะมีการติดตามสถานการณ์ราคาปุ๋ยให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกรไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ

ที่มา FW

 

————————————————————-———————-

สุดยอดธาตุรองรวมอาหารเสริมในตัว
ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ใช้ร่วมกัน ลดต้นทุน

 

สมบูรณ์ที่สุด !!!

 

โปรโมชั่นก่อนฤดูปลูก

*  1 ตัน(40 กระสอบ) ส่งฟรี

(ใช้ได้ 20-40 ไร่)


ราคาพิเศษกระสอบละ 300 บาทเท่านั้น(ชนิดเม็ด) ปกติ 350 บาท
แทนปุ่ยอินทรีย์ได้ 100% (อินทรีย์วัตถุ 20%)

ลดการใช้ปุ๋ยเคมี 30%-50%

รับประกัน 3-5 วันเห็นผลแน่นอน

* ส่งฟรีจังหวัดนครปฐม กาญจนบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี กรุงเทพ ปทุมธานี นนทบุรี
* ร้านค้า หรือนำไปจำหน่ายติดต่อคุณธนากร 0811979878 (ขั้นต่ำ 15 ตัน)

แบล็คแคล. ธาตุอาหาร และฮอร์โมนรวมผสมพิเศษ


แคลเซียม 15% + แมกนีเซียม 5% + กำมะถัน 10%
+ ฮอร์โมนรวม + ~Humic + Fulvic

ถูกต้องตามหลักวิชาการแน่นอน

หาซื้อได้ตามร้านเคมีเกษตรทั่วประเทศ
1x1.trans แนวโน้มการใช้ปุ๋ยเคมี ปี 2554 2555 1x1.trans แนวโน้มการใช้ปุ๋ยเคมี ปี 2554 2555  

—————————————————————-———————-

หาซื้อสินค้าได้ตามร้านเคมีเกษตรทั่วไป

ถ้าในพื้นที่ หาสินค้าไม่ได้ ติดต่อได้โดยตรงกับทางบริษัท และแนะนำร้านค้าที่ท่านใช้บริการ ติดต่อมาที่เราได้เลย ทางเรายินดีให้บริการในทุก ๆ ด้าน สำหรับท่านที่ต้องการข้อมูลทางวิชาการ หรือปรึกษาเกี่ยวกับการเกษตรสามารถติดต่อได้โดยตรงได้เช่นเดียวกัน ทางเรายินดีให้บริการด้วยความเต็มใจ

ติดต่อโดยตรงที่คุณธนากร 0811979878

นโยบายการรักษาเขตการขาย

ร้านที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ทางบริษัทไม่ีนโยบายที่จะเปิดขายให้กับร้านค้าอื่น ๆ ใกล้เคียงโดยเด็ดขาด ในจังหวัดที่ทางบริษัทยังไม่ได้แต่งตั้งตัวแทน ทางบริษัทยินดีเข้าไปเสนอข้อเสนอพิเศษสุดสำหรับร้านค้า ทุกร้านค้าที่ีสินค้าจำหน่าย จะได้รับการบริการวิชาการ การทำตลาด จัดประชุมหน้าร้าน ทำ Spot โฆษณา ลงหนังสือ และคำปรึกษาในทุก ๆ ด้านและทุก ๆ เรื่องเกี่ยวกับการเกษตร

1) เป็นปุ๋ยรวมธาตุรอง และฮอร์โมนรวมสำเร็จ ถูกต้องตามหลักวิชาการชัดเจน
2) ควบคุมคุณภาพ และการผลิตโดยนักวิชาการปฐพีวิทยาโดยตรง
3) ราคาคุ้มค่า ช่วยเหลือกเกษตรกร
4) นโยบายเขตการขาย เพื่อความสบายใจของร้านค้าชัดเจน
5) บริการวิชาการตลอดชีพ
6) สนับสนุน

- spot วิทยุภาษากลาง เหนือ อีสาน และใต้ให้เลือกใช้
- หรือจะทำใหม่ เรายินดีบริการ
- spot วิทยุ เดือนละ 500 บาท เป็นเวลา 3 เดือน
- banner + โบรชัวร์
- บริการวิชาการจากทีมงานเต็มที่
- จัดประชุมหน้าร้าน หรือกลุ่มเกษตรกรได้

ติดต่อเพื่อรับข้อเสนอพิเศษสุดได้โดยตรง

คุณธนากร 0811979878

Incoming search terms:

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

งานเกษตรเทรดแฟร์ 2555 , งานเกษตรแฟร์ 2555

 

งาน “เกษตรเทรดแฟร์ 2555…มหกรรมสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน”

1x1.trans งานเกษตรเทรดแฟร์ 2555 , งานเกษตรแฟร์ 2555

งาน “เกษตรเทรดแฟร์ 2555…มหกรรมสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน” จัดระหว่างวันที่ 4-12 กุมภาพันธ์ 2555 ณ บริเวณหอประชุมใหญ่ประตูพหลโยธิน ถึงประตูงามวงศ์วาน 1 เชิญพบกับมหกรรมสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนมากมายหลายประเภทให้เลือกซื้อ เลือกชม เลือกชิมได้ภายในงาน อาทิ สินค้า OTOP ประจำท้องถิ่น สินค้าทางการเกษตรทั้งอุปโภคและบริโภค ไม้ดอก ไม้ประดับ นานาพันธุ์ มะขามหวานเลื่องชื่อเมืองเพชรบูรณ์ หอม กระเทียม งานฝีมือท้องถิ่น สัตว์เลี้ยง อาหารคาวหวานพื้นเมือง อุปกรณ์ทางการเกษตร การออกร้านจำหน่ายสินค้าขึ้นชื่อประจำจังหวัดของผู้ประสบภัยน้ำท่วม ชื่นชมกับบรรยากาศตลาดน้ำชื่อดัง และมีการจัดสวนสนุกที่รวบรวมเครื่องเล่นไว้หลายชนิดเพื่อสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้มาเที่ยวชมงาน ซึ่งแบ่งเป็นโซนจำหน่ายสินค้าดังต่อไปนี้

โซน A สัตว์เลี้ยง พบกับสัตว์เลี้ยงหลากหลายชนิดอาทิ ลูกสุนัข แมว กระต่าย หนูแฮมเตอร์ ฯลฯ อุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด อาหารสุนัข แชมพู วิตามิน ยาสำหรับสุนัข-แมว ปอกคอสัตว์เลี้ยง ฯลฯ จากบริษัทผลิตอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงชั้นนำ

 โซน B ต้นไม้ จำหน่ายไม้ดอก ไม้ประดับ พันธุ์ไม้ นานาชนิด อาทิ กล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ มอสโอ่ง มอสขอนไม้ บัว บอนสี โป๊ยเซียน โกศล เขียวหมื่นปี ว่านมงคล พันธุ์ต้นมะม่วง ต้นขนุน ต้นมะพร้าว มะละกอ ฯลฯ อุปกรณ์การเกษตร อุปกรณ์ปลูกผักไฮโดร โปนิกส์ และอุปกรณ์ตกแต่งสวนจากบริษัทชั้นนำ ให้เลือกอย่างมากมาย

 โซน C สินค้าอุปโภค บริโภค ประกอบด้วย ขนมพื้นเมืองหลากหลายชนิด อาหารประจำภาค เช่น แกงไตปลาคั่วกลิ้ง ปลาร้าสับ ขนมจีนน้ำยา ไก่ต้มน้ำปลา ทอดมัน หอยดอง แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม ไส้กรอกอิสาน ลูกชิ้นเยาวราช ข้าวแต๋นน้ำแตงโม โรตีสายไหมอยุธยา ไส้อั่ว พาสต้า ลาซานญ่า กาละแมกะทิสด เฉาก๊วยชากังราว เกาลัดคั่ว ฯลฯ และอาหารโบราณซึ่งหาทานยากในปัจจุบัน สินค้าประเภทเครื่องนุ่งห่ม เสื้อผ้าจากผ้าไหม และผ้าฝ้าย ผ้าปาเต๊ะเกาะยอ กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สมุนไพรเช่น สบู่ แชมพู ครีมบำรุงผิวฯลฯ

 โซน D เกษตรคันทรี่ ประกอบด้วย สินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP สินค้าที่ระลึก ผลิตภัณฑ์ Handmade เครื่องตกแต่งบ้าน ผลิตภัณฑ์กลุ่มธุรกิจ SME ทั้งอุปโภคและบริโภค เช่น ที่นอน หมอนขิดยโสธร รองเท้าหนัง รองเท้าเชือกสาน เสื้อผ้าสำเร็จรูปจากผ้าไหม ผ้าฝ้าย สิ่งประดิษฐ์จากไม้ ของขวัญของแต่งบ้าน สมุนไพรแปรรูป ปลาส้มกำนันจุน ขนมงา เบเกอรี่ดงลำดวน ข้าวซอยตัด น้ำมันงา น้ำมันมะพร้าว ขนมเปี้ยะครูสมทรง หมูอบน้ำผึ้งย่างแม่กลอง มะเขือเทศราชินีสด – แปรรูป น้ำพริกหลากรส ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีการออกร้านของตลาดน้ำชื่อดัง เช่น ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำตลิ่งชัน ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลาดต้าน้ำบ้านต้นตาล ตลาดน้ำมหานคร และตลาดร้อยปีสามชุก พบกับสินค้าขึ้นชื่อของแต่ละตลาดให้เลือกซื้อมากมาย อาทิหมี่กรอบสูตรโบราณตลิ่งชัน ปลาน้ำจืดแปรรูปตลาดร้อยปีสามชุก ผัดหมี่ไท-ญวนตลาดต้าน้ำบ้านต้นตาล ขนมไทย ข้าวแช่อัมพวาฯลฯ

 โซน E ศูนย์อาหาร ที่รวบรวมอาหารหลากหลาย อร่อย สะอาดถูกหลักอนามัย โดยมีที่นั่งรับประทานมาบริการในงาน

โซน F สวนสนุก มีเครื่องเล่นมากมาย อาทิเช่น ม้าหมุน สไลด์เดอร์ บ้านลม รถไฟฟ้าเด็ก ปาลูกโป่ง ปืนจุกน้ำปลา และซุ้มเกมส์ต่างๆ

โซน G สินค้าเกษตร มะขามหวานเพชรบูรณ์ หอม-กระเทียม ข้าวสาร พริกแห้ง ผักผลไม้เมืองหนาวเช่น สตอเบอรี่สด องุ่น ผักผลไม้สดตามฤดูกาลจากสวนเกษตรกร ผักผลไม้แปรรูป น้ำสตอเบอรี่ปั่น น้ำสมุนไพร และอาหารทะเลแปรรูป

 โซน เกษตรศาสตร์รวมใจ ช่วยภัยน้ำท่วม จำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค สินค้า OTOP และสินค้าเด่นจากจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี นนทบุรี ชัยนาท อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ลพบุรี นครสวรรค์ สุโขทัย ปทุมธานี สิงห์บุรี นครปฐม สุพรรณบุรี และสมุทรสาคร สินค้าที่นำมาจำหน่ายอาทิ น้ำพริกหลากรส ปลาทูเค็มอบโอโซน ขนมเปี้ยะ สมุนไพรแปรรูป ขนมหวาน น้ำตาลสดสเตอร์ริไลส์ ข้าวแต๋น ขนมโมจินครสวรรค์ ขนมหรี่ปั๊บ หมูทุบ หมี่กรอบ แคบหมู ไข่เค็ม ปลาแดดเดียว น้ำสมุนไพรแปรรูป ข้าวกล้องงอก เสื้อผ้าสำเร็จรูป หัตถกรรมผักตบชวา ของที่ระลึก และอื่นๆอีกมากมาย โซน เกษตรซิตี้ พบกับสินค้าโรงงานคุณภาพดี ลดราคา อาทิ กางเกงยีน Max และ Lady max เสื้อยืดแตงโมลดราคา 20% ชุดชั้นใน Sabina ลดราคา 60-70% เสื้อยืดรันฟีกา เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ฯลฯ

>> รายการสินค้าโซน โซน D เกษตรคันทรี ส่วนตลาดน้ำ
>> รายการสินค้าโซน เกษตรศาสตร์รวมใจ ช่วยภัยน้ำท่วม

1x1.trans งานเกษตรเทรดแฟร์ 2555 , งานเกษตรแฟร์ 2555

 

ที่มา : http://www.ku.ac.th/newdesign/hilight_detail.php?highlightID=193

Incoming search terms:

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

แร่ Leonardite

Leonardite ของเราควบคุมอินทรีย์วัตถุไว้ที่ 45-50% ซึ่งเกินมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์เป็นเท่าตัว (ปุ๋ยอินทรีย์กำหนด 20%) และปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตจาก Leonardite ยังเต็มไปด้วยฮอร์โมนรวม และ Humic Acid เป็นจำนวนมาก ซึ่งต่างกับปุ๋ยอินทรีย์ทั่วไป ฮอร์โมน และ Humic Acid เป็นสารสำคัญที่ช่วยในการฟื้นต้น และซ่อมแซมส่วนที่เสียหายของพืช ฮอร์โมนหลายตัวช่วยเร่งการแตกราก และยอด เพิ่มการขยายเซล ซึ่งหมายถึงพืชจะมีอัตราแลกเปลี่ยนผลผลิตได้เต็มที่ และหมายถึงผลผลิตที่จะได้ย่อมมากกว่าปกติ

Leonardite ซึ่งปนอยู่กับหินลิกไนท์ เกิดจากซากพืชซากสัตว์ตายทับถมกันมานานเป็นล้านๆปี ลักษณะสีดำ ซึ่งเรียกว่า ฮิวมัส(Humus) มีองค์ประกอบเด่น ที่มีผลต่อพืชมี 3 ชนิด คือ 1.ฮิวมีน 2.ฮิวมิค แอซิด 3.ฟูลวิค แอซิด และมีอินทรียวัตถุอีกหลายชนิดมีลักษณะโครงสร้างโมเลกุลใหญ่ประโยชน์ของ HUMUS ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต
Humus มาจากมีการบีบอัดซากพืชซากสัตว์เป็นอินทรีย์ธรรมชาติ สลายตัวอยู่ใต้ดินนับล้านปี ซึ่งมีปริมาณกรดฮิวมิกสูง (กรดฮิวมิกเป็นหนึ่งในองค์ประกอบส่วนใหญ่คุณสมบัติทางชีวเคมีที่ใช้งานอยู่ในซากพืช) แร่ธาตุและธาตุที่มีอยู่ใน humusและในดินจะพร้อมที่จะส่งผ่านไปให้พืช ได้ใช้ประโยชน์สูงสุด เป็นการใช้ Humus คืนสมดุลของธรรมชาติในดินที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืชที่เหมาะสม

1.เพิ่มการเจริญเติบโตของราก
พืชผลที่สอดคล้องกันจากการทดสอบทั้งหมดเพิ่มขึ้นเจริญเติบโตของราก ความยาว, ความหนาแน่นและรัศมีของรากพืชเพิ่มขึ้นอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าการทดสอบความแข็งแรงของระบบรากมีความสำคัญต่อความสามารถในการดูดซึมสารอาหารของพืชรวมทั้งความสามารถของพืชเพื่อต่อสู้กับโรค นอกจากนี้จะเพิ่มเสถียรภาพของพืชและพืชสามารถดูดซับน้ำที่มีระบบรากในวงกว้างขึ้น

2.เพิ่มเนื้อเม็ดสี Chlorophyll
Humus สามารถเพิ่มปริมาณคลอโรฟิลในพืชทำให้การสังเคราะห์แสงดีขึ้นส่งผลเพิ่มการดูดธาตุอาหารให้พืชเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

3.การปรับปรุงคุณภาพพืช
Humus เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของสารอาหาร เช่นไนโตรเจน ฟอสฟอรัสโปตัสเซี่ยมและเหล็กตลอดจนธาตุที่จำเป็นสำหรับพืช ทั้งนี้เนื่องจากลักษณะการใช้งานคุณสมบัติทางชีวเคมีของกรดฮิวมิก และความสามารถในการฟอร์มละลายเชิงซ้อนในน้ำและไม่ละลายน้ำทั้งสองด้วยโลหะชนิดต่างๆ, แร่ธาตุและสารอินทรีย์ สารอาหารที่อยู่ในรูปแบบอิออนที่พืชสามารถรับเข้าสู่รากHumus สามารถปรับปรุงคุณภาพของผักผลไม้และดอกไม้โดยการปรับปรุงลักษณะทางกายภาพของพืชเช่น ขนาด สีสัน ผิวทั้งหมดนี้สามารถเพิ่มมูลค่าในตลาดได้อย่างดี

4.เสริมการป้องกันแบบธรรมชาติ
ลักษณะการใช้งานคุณสมบัติทางชีวเคมีของกรดฮิวมิก เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของพืชต่อสารพิษและโรค สารพิษจำนวนมากที่สามารถยับยั้งหรือทำให้เป็นกลางโดยการติดต่อประสานโดยตรงกับกรดฮิวมิค นอกจากนี้สารชีวภาพที่ใช้งาน(เช่นยาปฏิชีวนะและกรดฟีนอล) ที่พบในซากพืชแข็งแรงพืชสามารถเพิ่มความต้านทานต่อโรคบางอย่าง ในที่สุดพืชที่มีสุขภาพดีและได้รับสารอาหารที่จำเป็นทั้งหมดของพวกเขาจะดีขึ้นสามารถต่อสู้กับโรคและศัตรูพืช

5.การปรับปรุงโครงสร้างของดิน
Humus รวมตัวกับแร่ธาตุดินในรูปแบบที่มีโครงสร้างเป็นหน่วยที่เรียกว่าการรวมตัว เหล่านี้ช่วยให้ดินอุ้มน้ำและเพิ่มการซึมผ่านในการแลกเปลี่ยนน้ำและก๊าซ นอกจากนี้รูปแบบของสิ่งมีชีวิต เช่นแบคทีเรียและไส้เดือนดิน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษาโครงสร้างของดิน การใช้ Humus สามารถป้องกันไม่ให้ดินมีโครงสร้างยึดเหนี่ยวกันเพื่อให้รากรับอากาศได้ดี

6.กักเก็บน้ำที่ดีขึ้น
Humus สามารถเก็บน้ำได้ถึง 20 เท่าน้ำหนักของดิน โดยเพิ่มความสามารถของดินที่จะเก็บน้ำไว้ใช้งาน Humus สามารถลดความจำเป็นเพื่อการชลประทานเพาะปลูก นี้ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นประโยชน์กับดินทราย

7.pH ของดินที่แตกต่างกัน
เนื่องจากการปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธะเคมีของกรดฮิวมิก, สามารถปรับค่าความเป็กรดเป็นด่างของดินให้อยู่ pH
6-7 ทำให้พืชนำสารอาหารไปใชได้อย่างรวดเร็ว

1x1.trans แร่ Leonardite

“แบล็คแคล”

อุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน
จุลธาตุ ฮอร์โมน และสารที่ให้ประโยชน์
ใช้รองก้นหลุม และใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีได้ดีเยี่ยม
เพิ่ม และปรับปรุงคุณภาพดิน
 แก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม ดินกรด ดินเค็ม
ละลายน้ำได้ดีเยี่ยม ไม่จับตัวแข็ง ต่างจากปูนชนิดอื่น

ใช้ได้ทุกช่วง โดยเฉพาะช่วงเตรียมดิน
ช่วงเพาะเมล็ด และช่วงให้ผลผลิต

ใช้ได้กับพืชทุกชนิด ทั้งผัก ผลไม้
พืชไร่ นาข้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมัน

“แบล็คแคล” ผลิตจาก “ยิปซัม” แร่คุณภาพเยี่ยม
และ “ฮิวมัส” ธรรมชาติที่เกิดจากการทับถม ของซากพืชซากสัตว์
หลายล้านปีเป็นส่วนผสมหลัก

อุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน จุลธาตุ ฮอร์โมนจำนวนมาก
และสารที่ให้ประโยชน์ ปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิต และรักษาสิ่งแวดล้อม

ใส่ “แบล็คแคล” ในช่วงเตรียมดิน และช่่วงที่พืชต้องการมาก
เป็นพิเศษ เช่นข้าวตั้งท้อง ช่วงที่พืชออกดอก หรือกำลังให้ผลผลิต
ในอัตรา 25-100 กก.ต่อไร่ เพื่อเพิ่มเสริมธาตอาหารที่ต้องการ
รวมทั้งใช้ฟื้นฟู และปรับสภาพดินหลังการเก็บเกี่ยว

ใช้รองก้นหลุมปลูกพืช เช่นยางพารา และผลไม้ในอัตรา 1-2 กก.ต่อหลุม
ขนาด 50x50x50 ซม. ช่วยให้พืชตั้งตัวได้เร็ว อัตรารอดตายสูงกว่า

ใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีได้ดีเยี่ยม ละลายน้ำได้ดีมาก ใช้เพื่อปรับปรุงแก้ไข
สภาพดินเค็ม  และดินเปรี้ยว โดยเฉพาะดินเค็มได้เป็นอย่างดี

ไม่ทำให้ดินแข็ง และสามารถแทรกซึมลงสู่ดินชั้นล่าง
แทรกซึมถึงเขตรากพืชได้มากกว่า

“แบล็คแคล” ธรรมชาติ 100%

ท่านสามารถหาซื้อสินค้าได้ตามร้านเคมีเกษตรทั่วไป
ถ้าในพื้นที่ หาสินค้าไม่ได้ ติดต่อได้โดยตรงกับทางบริษัทที่

คุณธนากร 0811979878  หรือแนะนำร้านค้าที่ท่านใช้บริการ
ติดต่อมาที่เราได้เลย ทางเรายินดีใ้ห้บริการในทุก ๆ ด้าน
สำหรับท่านที่ต้องการข้อมูลทางวิชาการ หรือปรึกษาเกี่ยวกับการเกษตรสามารถติดต่อได้โดยตรงได้เช่นเดียวกัน ทางเรายินดีให้บริการด้วยความเต็มใจ

นโยบายการรักษาตัวแทนจำหน่าย

ร้านที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว
ทางบริษัทไม่มีนโยบายที่จะเปิดขายให้กับร้านค้าอื่น ๆ ใกล้เคียงโดยเด็ดขาด
เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ของตัวแทนการขายอย่างเต็มที่

ในจังหวัดที่ทางบริษัทยังไม่ได้แต่งตั้งตัวแทน
ทางบริษัทยินดีเข้าไปเสนอข้อเสนอพิเศษสุดสำหรับร้านค้า

ทุกร้านค้าที่มีสินค้าจำหน่าย
จะได้รับการบริการวิชาการ การทำตลาด จัดประชุมหน้าร้าน
ทำ Spot โฆษณา ลงหนังสือ และคำปรึกษาในทุก ๆ ด้านและทุก ๆ เรื่องเกี่ยวกับการเกษตร

 

Incoming search terms:

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

ไคโตซาน และไคติน คือ อะไร

ไคติน เป็นโพลิเมอร์ธรรมชาติ โดยพบเป็นองค์ประกอบของเปลือกแข็งที่หุ้มเซลล์ของรา
ยีสต์ และจุลินทรีย์หลายชนิด หรือพบเป็นโครงสร้างแข็งของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง จำพวกแมลง กุ้ง ปู
ปลาหมึก เป็นต้น ไคตินมีปริมาณมากเป็นอันดับสอง รองจากเซลลูโลสที่เป็นส่วนประกอบของเนื้อไม้
ไคติน เป็นโพลิเมอร์สายยาวที่ประกอบ ขึ้นจากน้ำตาลหน่วยย่อย คือ N-acetyl-D-
glucosamine มาเรียงต่อกันเป็นสายลักษณะ เป็นของแข็งอันยรูป ละลายได้ในกรดอนินทรีย์ เช่น
กรดเกลือ กรดกำมะถัน กรดฟอสฟอริก และกรดฟอร์มิกที่ปราศจากน้ำ แต่ไม่ละลายในด่างเจือจาง
แอลกอฮอล์ และตัวทำละลายอินทรีย์อื่นๆ

ไคตินที่ได้จากแต่ละแหล่ง มีโครงสร้างและสมบัติแตกต่างกันโดยแบ่งตามลักษณะการ
เรียงตัวของเส้นใยได้ 3 กลุ่ม คือ

- แบบอัลฟา
มีการเรียงตัวของสายโซ่โมเลกุลในลักษณะสวนทางกัน มีความแข็งแรงสูง ได้แก่ ไคติน
จากเปลือกกุ้ง และกระดองปู

- แบบเบตา
มีการเรียงตัวของสายโซ่โมเลกุลในทิศทางเดียวกัน จึงจับกันได้ไม่ค่อยแข็งแรง มีความไว
ต่อปฏิกิริยาเคมีมากกว่าแบบอัลฟา ได้แก่ ไคตินจากแกนปลาหมึก

- แบบแกมมา
มีการเรียงตัวของสายโซ่โมเลกุลในลักษณะที่ไม่แน่นอน (สวนทางกันสลับทิศทางเดียวกัน)
มีความแข็งแรงรองจากแบบอัลฟา ได้แก่ ไคตินจากเห็ด รา และพืชชั้นต่ำ

ไคตินในธรรมชาติอยู่รวมกับโปรตีนและเกลือแร่ ต้องนำมากำจัดเกลือแร่ออก
(demineralization) โดยใช้กรดจะได้แผ่นเหนียวหนืดคล้ายพลาสติก แล้วนำไปกำจัดโปรตีนออก
(deproteinization) โดยใช้ด่างจะได้ไคติน หากเป็นไคตินที่ได้จากเปลือกกุ้งหรือปู จะมีสีส้มปนอยู่
นำไปแช่ในเอทานอลเพื่อละลายสีออก

ส่วนไคโตซาน คือ อนุพันธ์ของไคตินที่ตัดเอาหมู่ acetyl ของน้ำตาล N-acetyl-D-
glucosamine (เรียกว่า deacetylation คือ เปลี่ยนน้ำตาล N-acetyl-D-glucosamine เป็น glucosamine) ออกตั้งแต่ 50 % ขึ้นไป และมีสมบัติละลายได้ในกรดอ่อน

ปกติแล้ว ไคโตซานที่ได้จะมีส่วนผสมของ น้ำตาล N-acetyl-D-glucosamine และ
glucosamine อยู่ในสายโพลิเมอร์เดียวกัน ซึ่งระดับการกำจัดหมู่ acetyl (หรือเปอร์เซนต์การเกิด
deacetylation) นี้ มีผลต่อสมบัติและการทำงานของไคโตซาน นอกจากนี้ น้ำหนักโมเลกุลของ
ไคโตซานบอกถึงความยาวของสายไคโตซาน ซึ่งมีผลต่อความหนืด เช่น ไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุล
สูง จะมีสายยาวและสารละลายมีความหนืดมากกว่าไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ เป็นต้น ดังนั้น
การนำไคโตซานไปใช้ประโยชน์จะต้องพิจารณาทั้งเปอร์เซนต์การเกิด deacetylation และน้ำหนัก
โมเลกุล

ปัจจุบันมีการนำไคตินและไคโตซานมาประยุกต์ในด้านต่างๆ อาทิเช่น
1. ด้านอาหาร ไคโตซานมีสมบัติในการต่อต้านจุลินทรีย์และเชื้อราบางชนิด โดยมีกลไกคือ
ไคโตซานมีประจุบวก สามารถจับกับเซลล์เมมเบรนของจุลินทรีย์ที่มีประจุลบได้ ทำให้เกิดการรั่วไหล
ของโปรตีนและสารอื่นของเซลล์ ในหลายประเทศได้ขึ้นทะเบียนไคตินและไคโตซานให้เป็นสารที่ใช้
เติมในอาหารได้ โดยนำไปใช้เป็นสารกัดบูด สารช่วยรักษากลิ่น รส และสารให้ความข้น ใช้เป็นสาร
เคลือบอาหาร ผัก และผลไม้ เพื่อรักษาความสดหรือผลิตในรูปฟิล์มที่รับประทานได้ (edible film)
สำหรับบรรจุอาหาร

2. ด้านอาหารเสริม มีรายงานว่า ไคโตซานช่วยลดคอเลสเตอรอล และไขมันในเส้นเลือด
โดยไคโตซานไปจับกับคอเลสเตอรอล ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมไปใช้หรือดูดซึมได้น้อยลง จึงมี
การโฆษณาเป็นผลิตภัณท์ลดน้ำหนัก ทั้งนี้ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากไคโตซานสามารถจับ
วิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน (วิตามินเอ ดี อี เค) อาจทำให้ขาดวิตามินเหล่านี้ได้ นอกจากนี้ ทางการ
แพทย์ มีรายงานการนำ N-acetyl-D-glucosamine ไปใช้รักษาไขข้อเสื่อม โดยอธิบายว่า ข้อเสื่อม
เกิดเนื่องจากการสึกกร่อนของเนื้อเยื่ออ่อนที่เคลือบอยู่ระหว่างข้อกระดูก ซึ่ง glucosamine เป็นสาร
ตั้งต้นในการสังเคราะห์ proteoglycan และ matrix ของกระดูกอ่อน จึงช่วยทำให้เยื่อหุ้มกระดูกอ่อน
หนาขึ้น

3. ด้านการแพทย์ มีการวิจัยนำแผ่นไคโตซานมาใช้ปิดแผล ช่วยทำให้ไม่เป็นแผลเป็น โดย
ไคโตซานช่วยลดการ contraction ของ fibroblast ทำให้แผลเรียบ กระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซม
บาดแผลให้หายเร็วขึ้น

4. ด้านเภสัชกรรม มีรายงานการใช้ไคโตซานเพื่อควบคุมการปลดปล่อยตัวยาสำคัญ

5. ด้านการเกษตร เนื่องจากไคตินและไคโต-ซานมีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ ไนโตรเจน
จะถูกปลดปล่อยออกจากโมเลกุลอย่างช้าๆ รวมทั้งช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศและดิน จึงใช้เป็นปุ๋ย
ชีวภาพ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของพืช และกระตุ้นการนำแร่ธาตุไปใช้ ผลคือสามารถ
เพิ่มผลผลิตและคุณภาพการผลิตได้ ทำให้เกษตรกรมี ต้นทุนต่ำลง เนื่องจากลดการใช้ปุ๋ยและยา
ฆ่าแมลง

6. ด้านการปศุสัตว์ ใช้เป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และลดการติดเชื้อ
ทำให้น้ำหนักตัวของสัตว์เพิ่มขึ้น

7. ด้านการบำบัดน้ำเสีย โดยทั่วไป น้ำเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร มีสารแขวนลอยสูง
ไคโตซานมีประจุบวก สามารถจับกับโปรตีนและไขมันได้ดี ซึ่งโปรตีนที่ได้สามารถแยกนำไปใช้เป็น
อาหารสัตว์ต่อไป นอกจากนี้ ไคโตซานยังสามารถดูดซับอิออนของโลหะหนัก และจับสี (dye) ช่วยในการ
บำบัดน้ำเสีย

8. ด้านสิ่งทอ นำมาขึ้นรูปเป็นเส้นใย และใช้ในการทอร่วมหรือเคลือบกับเส้นใยอื่นๆ เพื่อให้
ได้คุณสมบัติการต้านจุลชีพ ลดการเกิดกลิ่นอับชื้น

เอกสารอ้างอิง

1. Maezaki Y., Tsuji K., Nakagawa Y. et al. Hypocholesterolemic effect of
chitosan in adult males. Biosc. Biotech. Biochem. 1993; 57(9): 1439 -1444.

2. Shahidi F., Arachchi J.K.V. and Jeon Y-J. Food applications of chitin and
chitosans. Trends in Food Sciences and Technology. 1999; 10: 37-51.

3. Chitin and Chitosan Biosorbents for Radionuclides and Heavy Metal.
Advances in Chitin Science Vol.II, Proceeding of the 7th International Conference
on Chitin Chitosan and Euchis’ 97. 1997: 858-863.

4. www.geocities.com/mnvrk/chitin. html.

5. www.purechitosan.com/en/

6. ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ เรื่องน่ารู้ ไคติน ไคโตซาน. 25

 

 

ขอขอบคุณ : http://www.gpo.or.th/rdi/html/chitin.html

Incoming search terms:

Tags: , , , , , , , , , , , , , ,

โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง

โรคใบไหม้

1x1.trans โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง 1x1.trans โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง
ใบมีอาการจุดเหลี่ยม ฉ่ำน้ำ และแผลขยายตัว

มีสาเหตุจากบักเตรี ความเสียหาย 30% เมื่อใช้ท่อนพันธุ์จากต้นที่เป็นโรคมาปลูก และถ้าอุณหภูมิค่อนข้างสูง ความชื้นอาจทำความเสียหายถึง 80 % การแพร่ระบาดที่สำคัญคือ ติดไปกับท่อนพันธุ์ โดยฝนหรือดิน รวมทั้งเครื่องมือที่ใช้ในการเกษตร

ลักษณะอาการ เริ่มแรกแสดงอาการใบจุดเหลี่ยม ฉ่ำน้ำ ใบไหม้ ใบเหี่ยว ยางไหล จนถึงอาการยอดเหี่ยว และแห้งตายลงมา นอกจากนี้ยังทำให้ระบบท่อน้ำอาหารของลำต้นและรากเน่า

การป้องกันกำจัด

ใช้พันธุ์ต้านทาน หรือพันธุ์ที่ทนทานต่อโรคปานกลาง เช่นระยอง 90 ระยอง 9
ใช้ท่อนพันธุ์ที่ปราศจากเชื้อ หรือหลีกเลี่ยงการใช้ท่อนพันธุ์ส่วนโคนลำต้นหรือโคนกิ่งมันสำปะหลัง
ในพื้นที่ที่มีโรคระบาดรุนแรงให้ปลูกพืชหมุนเวียน อายุสั้น เพื่อลดประชากรเชื้อโรคในดิน
การใช้สารเคมีเป็นทางเลือกสุดท้าย ควรใช้สารเคมีที่มีองค์ประกอบเป็นพวกทองแดง

โรคแอนแทรคโนส

1x1.trans โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง 1x1.trans โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง 1x1.trans โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง

ใบไหม้จากขอบใบขยายตัวเข้าสู่กลางใบ      อาการแผลสีน้ำตาลมีเม็ดสีดำหรือสีส้ม     ก้านใบไหม้แห้งหัก

มีสาเหตุจากเชื้อรา สภาพที่มีความชื้นสูงติดต่อกันมากกว่า 2 สัปดาห์ ในพันธุ์ที่อ่อนแอ เช่นระยอง 72 ระยอง 11 ความเสียหาย 80 % ส่วนพันธุ์ที่ค่อนข้างทนทาน ยอดจะเหี่ยวแห้งตายลงมาทำให้เกิดมีการเจริญเติบโตของกิ่งหรือยอดใหม่ น้ำหนักผลผลิตจะลดลงหรือเก็บเกี่ยวล่าช้า ผลผลิตจะเสียหาย 30 – 40 %

ลักษณะอาการ ใบจะมีขอบใบไหม้สีน้ำตาลขยายตัวเข้าสู่กลางใบ มักปรากฏกับใบที่อยู่ล่าง ในตัวแผลบนใบจะมีเม็ดเล็ก ๆ สีดำขยายตัวไปตามขอบของแผลอาการไหม้ ส่วนก้านใบ อาการจะปรากฏในส่วนโคนก้านใบ จะเป็นแผลสีน้ำตาลขยายตัวไปตามก้านใบ ทำให้ก้านใบมีลักษณะลู่ลงมาจากยอด หรือตัวใบจะหักงอจากก้านใบ เกิดอาการใบเหี่ยวและแห้งได้ ส่วนลำต้นและยอด แผลที่ลำต้นจะเป็นแผลที่ดำตรงบริเวณข้อต่อกับก้านใบและมีสภาพแวดล้อมเหมาะสม แผลจะขยายตัวไปสู่ส่วนยอดทำให้ยอดเหี่ยวแห้งลงมา

การป้องกันกำจัด

ใช้พันธุ์ต้านทาน
การใช้ท่อนพันธุ์ปลอดโรค
ปลูกพืชหมุนเวียน
ไถกลบเศษซากมันสำปะหลังลึก ๆ ช่วยลดประชากรเชื้อโรคในดินได้

โรครากหรือหัวเน่า
1x1.trans โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง 1x1.trans โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง
เส้นใยของเชื้อราก่อตัวเป็นดอกเห็ดขึ้นอยู่ที่โคนต้น
อาการของรากเน่าแห้งมีเส้นใยของเชื้อรา

พบในแหล่งที่ดินระบายน้ำไม่ดี หรือสภาพดินดานและฝนตกชุกเกินไป

โรคหัวเน่าเละ เกิดจากเชื้อรา ต้นเหี่ยวเฉา ใบล่าง ๆ มีสีเหลือง และเหี่ยวแห้งหลุดร่วงลงมา ส่วนใบยอดมีขนาดเล็ก ต้นแคระแกรน ไม่เจริญเติบโต เมื่อขุดรากดูพบรากเน่าเละสีน้ำตาล มีกลิ่นเหม็น

โรคหัวเน่าแห้ง เกิดจากเชื้อเห็ดรา ที่หัวมันสำปะหลังจะมีเส้นใยของเชื้อราปกคลุม อาจพบบริเวณโคนต้นด้วย เนื้อในหัวจะเน่าแห้งและเส้นใยของเชื้อราจะก่อตัวเป็นดอกเห็ดสีต่าง ๆ ได้ เช่น สีขาว สีเหลือง หรือส้ม นอกจากนี้โคนต้นจะบวม เนื่องจากมีการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาทดแทนส่วนที่ถูกทำลายไปและอาจเกิดรากใหม่ตรงบริเวณเนื้อเยื่อที่บวม ทำให้เกิดหัวมันสำปะหลังใหม่ขึ้นมา แต่มีขนาดเล็ก

โรคหัวเน่าดำ เกิดจากเชื้อรา จะมีลักษณะหัวเน่าสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม เนื่องจากเป็นสีที่เกิดจากเส้นใยของเชื้อรา หรือส่วนขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของเชื้อรา

โรคเน่าคอดิน เกิดจากเชื้อรา มักพบอาการในต้นกล้า ลักษณะต้นมันสำปะหลังจะเหี่ยวเฉาตายและมีเม็ดผักกาดพร้อมกับเส้นใยสีขาวปกคลุมส่วนของโคนต้นที่ติดอยู่กับผิวดิน

การป้องกันกำจัด

การเตรียมแปลงปลูก ควรไถระเบิดดินดานให้มีการระบายน้ำที่ดี
การไถตากดินเป็นเวลานาน ๆ จะช่วยลดประชากรของเชื้อราในดินได้
กำจัดเศษซากมันสำปะหลังเก่า ๆ จากแปลงเพาะปลูกให้หมด
คัดเลือกท่อนพันธุ์สมบูรณ์และปราศจากโรค
ในพื้นที่ที่มีโรคระบาดรุนแรง ปลูกพืชหมุนเวียนอย่างน้อย 6 – 12 เดือน

ไรแดง
1x1.trans โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง 1x1.trans โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง
ลักษณะของใบมันสำปะหลังที่ถูกไรแดงทำลาย     ไรแดงและการทำลาย

มี 2 ชนิด คือ ไรแดงหม่อน และไรแดงมันสำปะหลัง ตัวอ่อนมี 6 ขา ตัวกลมใส ตัวเต็มวัยมีสีแดงเข้ม มี 8 ขา กว้าง 0.4 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 0.5 มิลลิเมตร ส่วนขาไม่มีสี อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม

ลักษณะการทำลาย ไรแดงหม่อนดูดกินน้ำเลี้ยงตามใต้ใบจากส่วนใบล่างและขยายปริมาณขึ้นส่วนยอด ไรแดงมันสำปะหลังดูดกินน้ำเลี้ยงบนหลังใบของส่วนยอดและขยายปริมาณลงสู่ใบส่วนล่าง ทำให้ตาลีบ ใบเหลืองขีด ม้วนงอ และร่วง

ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในสภาพอากาศแห้งแล้ง หรือฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน

การป้องกันกำจัด

ด้วงเต่าและด้วงปีกสั้นเป็นศัตรูธรรมชาติ
หลีกเลี่ยงการปลูกมันสำปะหลัง ในช่วงที่ต้นอ่อนจะกระทบแล้งนานการตกของฝนสามารถลดการระบาดได้
หมั่นตรวจแปลงหากพบระบาดรุนแรงในระยะเป็นต้นอ่อน ให้พ่นสารป้องกันกำจัด

แมลงหวี่ขาว
1x1.trans โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง 1x1.trans โรคและไรและแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง
ลักษณะของการวางไข่ และเส้นไหมของแมลงหวี่ขาว     แมลงหวี่ขาวพบตามใต้ใบ
เป็นแมลงขนาดเล็ก ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร ปีกบางใส 2 คู่คลุมเลยส่วนท้อง มีฝุ่นผงแป้งปกคลุมบนแผ่นปีก ตัวอ่อนรูปร่างคล้ายโล่ห์ เกาะนิ่งใต้ใบ เมื่อโตเต็มที่จะหยุดกินอาหาร และมีลักษณะเด่นเห็นได้ชัดเจน คือ ตาแดง อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม

ลักษณะการทำลาย ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากส่วนใต้ใบพืช และถ่ายมูลหวานลงมาบนใบที่อยู่ด้านล่าง ทำให้เกิดเป็นราดำขึ้นตามใบที่อยู่ด้านล่าง พืชสังเคราะห์แสงได้น้อย ใบม้วนซีด และร่วง

ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในสภาพอากาศแห้งแล้ง หรือฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน

การป้องกันกำจัด

หลีกเลี่ยงการปลูกมันสำปะหลัง ในช่วงที่ต้นอ่อนจะกระทบแล้งนาน
เก็บส่วนของพืชที่ถูกทำลาย เผาทำลายนอกแปลงปลูก
หากพบการระบาดรุนแรงในระยะมันสำปะหลังเป็นต้นอ่อน ให้พ่นสารป้องกันกำจัด

การใช้สารป้องกันกำจัดไร และแมลงศัตรูมันสำปะหลังบางชนิด

ไรและแมลงศัตรูพืช สารป้องกันกำจัด1/ อัตราการใช้/

น้ำ 20 ลิตร

วิธีการใช้/ข้อควรระวัง หยุดการใช้สารก่อนเก็บเกี่ยว(วัน)
ไรแดง อามีทราซ

(20 % อีซี)

40 ซีซี พ่นเฉพาะบริเวณที่มีไรแดงทำลาย เมื่อใบส่วนยอดของต้นอ่อนเริ่มแสดงอาการม้วนงอ และอยู่ในสภาพอากาศแห้งแล้งเป็นเวลานาน 14
ไดโคโฟล

(18.5%อีซี)

50 ซีซี
แมลงหวี่ขาว โอเมโทเอต

(50% เอสแอล)

40 ซีซี พ่นใต้ใบ เฉพาะบริเวณที่พบแมลงหวี่ขาวมีความหนาแน่นทั้งต้น ประมาณ 30 % 21

1/ ในวงเล็บ คือเปอร์เซ็นต์สารออกฤทธิ์และสูตรของสารป้องกันกำจัดไรและแมลงศัตรูพืช

 

ที่มา : http://210.246.186.198/~mealybug/disease.htm

Incoming search terms:

Tags: , , , , , , , , ,

การปลูกมันสำปะหลัง

การปลูกมันสำปะหลัง

การสังเกตุพันธุ์มันสำปะหลังในเบื้องต้น

ให้สังเกตุในส่วนของก้านใบ พันธุ์ระยองนั้นก้านใบจะมีสีแดง ในส่วนของเกษตรศาสตร์จะมีก้านใบสีเขียวอ่อนหรือสีขาว และห้วยบงจะมีก้านสองสี เนื่องจากห้วยบงเป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์ระยอง กับพันธุ์เกษตรศาสตร์

การเจริญเติบโตของมันสำปะหลังระยะต่าง ๆ สำคัญมาก ประโยชน์เพื่อให้เราได้ดูแลมันสำปะหลังตรงกับความต้องการ และได้ผลผลิตสูงที่สุด การเจริญเติบโตของมันสำปะหลัง แบ่งเป็น 5 ระยะดังนี้

ระยะที่ 1. ระยะท่อนพันธุ์งอกและตั้งตัว อยู่ในช่วงระยะเวลา 2-3 สัปดาห์หลังปลูก

ระยะที่ 2. ระยะพัฒนาทรงพุ่ม เป็นระยะที่เริ่มแตกกิ่งก้านและสร้างใบ เริ่มต้นตั้งแต่เดือนที่ 2

ระยะที่ 3. ระยะพัฒนารากและสะสมอาหาร ระยะนี้มันสำปะหลังจะลำเลียงแป้งไปสะสมไว้ที่หัว ตั้งแต่เดือนที่ 3 เป็นต้นไป

ระยะที่ 4. ระยะพักตัว เป็นช่วงที่มันสำปะหลังชะงักการเจริญเติมโต และมีการทิ้งใบ หลังจากเดือนที่ 14

ระยะที่ 5. ระยะฟื้นตัว มันสำปะหลังจะนำเอาอาหารจากหัวขึ้นมาสร้างใบใหม่

การปลูกมันสำปะหลังเราจะไม่ปล่อยให้เลยไปจนถึงระยะที่ 4 ควรขุดขึ้นมาในช่วงอายุ 10 – 14 เดือน

วิธีการปลูกมันสำปะหลัง และเพิ่มผลผลิตต่อไร่สูงสุด

1. การเตรียมดิน

ต้องทำดินให้ร่วนซุยที่สุดเนื่องจากมันสะปะหลังเป็นพืชที่ปลูกเพื่อเอาหัวที่อยู่ใต้ดิน หากดินแน่นมันสำปะหลังจะเติบโตได้ไม่ดี ทำโดยการไถผาน 3 และผาน 7 หลังจากนั้นยกร่องห่างกันหัวร่อง 1 เมตร
แนะนำให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ร่วมกับยิปซัม อัตรา 50-100 กก.ต่อไร่ เพื่อการรองพื้นในขั้นตอนการไถยกร่อง เนื่องจากปุ๋ยอินทรีย์ อุดมไปด้วยธาตุอาหารที่ครบถ้วน ประกอบด้วยจุลินทรีย์ประสิทธิภาพสูงที่ช่วยปรับปรุงดินให้ดีขึ้น ประกอบด้วยกรดอะมิโนซึ่งเป็นอาหารที่ให้พืชนำไปใช้ได้ทันที และยิปซัมทำให้ดินไม่แน่น และยังทำให้ธาตุอาหารปลดปล่อยออกมาอย่างช้า ๆ เพื่อค่อย ๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารหล่อเลื้ยงให้พืชเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีธาตุอาหารรองอีกมากมายที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช เมื่อเตรียมดินแล้วให้ฉีดยาคุมวัชพืช(อะลาคลอร์) เพื่อคุมวัชพืชในช่วงแรก

-         ปุ๋ยอินทรีย์ + ยิปซัม + อะลาคลอร์

 

2. ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง

ควรใช้ท่อนพันธุ์ที่มีอายุ 8-12 เดือน ขนาดความยาวประมาณ 30-45 เซนติเมตร การตัดท่อนพันธุ์ยาวและปักลงดินครึ่งต่อครึ่ง จะช่วยให้มันสำปะหลังเกิดหัวมากขึ้น และมีการเจริญเติบโตพัฒนาทรงพุ่มได้ดีขึ้น และสามารถเกิดใบคลุมหญ้าได้เร็ว ขจัดปัญหาเรื่องหญ้าโดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าหญ้า เนื่องจากยาฆ่าหญ้าจะทำให้มันสำปะหลังชะงักการเติบโตเป็นเวลานาน เมื่อถึงเวลาจะได้มันสำปะหลังหัวไม่โต แต่ถ้ามีหญ้าขึ้น สามารถใช้ยาฆ่าหญ้าแบบสัมผัส(พาราควอต) โดยการฉีดโคนต้น ระวังไม่ให้โดนใบได้

ก่อนปลูกแนะนำให้ใช้น้ำยาจุ่มท่อนพันธุ์มันสำปะหลังประสิทธิภาพสูง เช่น ฮิวมิคชนิดน้ำ ช่วยเร่งรากเพิ่มอาหารในท่อนพันธุ์ ช่วยในการเจริญเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

และสำหรับพื้นที่ ๆ มีโรครา และแมลงระบาดป้องกันโดยผสมสาร​ไธอะมี​โท​แซม(แมลงโดยเฉพาะเพลี้ยแป้ง) 4 กรัม ​แคป​แทน(ราชั้นต่ำ) 120 กรัม ​และคาร์​เบนดาซิม(ราชั้นสูง) 120 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ​เป็น​เวลานาน 5 นาที

-         ฮิวมิค + ไธอะมี​โท​แซม + แคป​แทน + คาร์​เบนดาซิม

 

3. การปลูก

ให้ปลูกแบบยกร่องระยะห่างระหว่างต้น 1 เมตร ห่างระหว่างร่อง 1 เมตร หากในขั้นตอนการทำรุ่นหญ้าใช้รถไถเล็กเข้าไประหว่างร่อง ให้ขยับความห่างระหว่างร่องเพิ่มขึ้นเป็น 1.20 เมตร การปักท่อนพันธุ์ควรปักลึกลงไปประมาณ 15-20 เซนติเมตร การปลูกมันสำปะหลังนั้น หากเราเว้นระยะระหว่างต้นถี่เกินไป จะส่งผลให้มันสำปะหลังหัวไม่โต เนื่องจากหัวของมันสำปะหลังจะชนกันและหยุดการเจริญเติบโต

4. เมื่อมันสำปะหลังอายุ 1-2 เดือน ให้ไถทำรุ่นหญ้าพร้อมกับใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2

ใช้รถไถเล็กเข้าไประหว่างร่องเพื่อจัดการกับหญ้า เป็นการประหยัดเวลาและแรงงาน รวมถึงประยัดต้นทุนการผลิต

ช่วงเดือนที่ 1 ของมันสำปะหลังเป็นระยะพัฒนาทรงพุ่ม แตกกิ่งก้าน ช่วงนี้มันสำปะหลังต้องการธาตุอาหารที่เป็นไนโตรเจนสูง ในขณะเดียวกันธาตุอาหารรองต่างๆก็ขาดไม่ได้เช่นกัน แนะนำให้ใช้ปุ๋ยยูเรีย หรือปุ๋ยอินทรีย์เคมีผสมที่มีไนโตรเจนสูง เพื่อให้ใบพัฒนาต่อไป
- ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตัวหน้าสูง หรือปุ๋ยยูเรีย

การฉีดพ่นทางใบช่วงระหว่างเดือนที่ 1 ถึงเดือนที่ 3

การฉีดพ่อทางใบหรือการใช้น้ำทางใบ จะมีส่วนช่วยอย่างมากในการส่งเสริมให้ต้นมันสำปะหลังแข็งแรง ปลอดโรคและแมลง และยังส่งเสริมใช้มันสำปะปลังมีใบคลุมหญ้าได้เร็วโดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าหญ้า ช่วงนี้ แนะนำให้ฉ ฮิวมิคน้ำ เพื่อให้ลำต้นแข็งแรงมากขึ้นร่วมกับยาฆ่าแมลง หรือยารักษารา ในกรณีพี่พบอาการ แต่ถ้าเป็นช่วงฝนตก อาจใช้ฮิวมิคชนิดเม็ด หรือผลก็เพียงพอ เพื่อลดต้นทุนการผลิต

-         ฮิวมิคน้ำ , ฮิวมิคเม็ด หรือผง , Zn

-         ยาฆ่าแมลง ,ยารักษารา

5. ช่วง 3-6 เดือนระยะสะสมแป้งของมันสำปะหลัง

ระยะนี้มันสำปะหลังจะเริ่มดึงธาตุอาหารจากใบ ลำเลียงผ่านทางลำต้นเพื่อนำไปสะสมเป็นหัวมันสำปะหลัง เราควรให้ธาตุอาหารที่มีโปแตสเซียมสูง เนื่องจากโปแตสเซียมมีส่วนช่วยในการขยายท่อลำเลียงอาหาร และทำให้ขบวนการลำเลียงอาหารมาสะสมที่หัวมันสำปะหลังเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ ช่วงนี้แนะนำให้ใส่ปุ๋ยเร่งลงหัว เช่น 18-4-20 หรือ สูตรที่มีครบทุกตัวโดยตัวท้ายสูงที่สุด จะส่งผลให้มันสำปะหลังมีขนาดหัวใหญ่ขึ้น และยังช่วยปรับปรุงดินให้ดีขึ้นสำหรับการปลูกในฤดูการถัดไป

การฉีดพ่นทางใบในช่วงนี้ ถ้ามีแมลง หรือโรค ให้ฉีดรักษาตามอาการ ร่วมกับฮอร์โมนลงหัว จะช่วยให้หัวใหญ่ยิ่งขึ้นมาก

-         ปุ๋ยเร่งหัว , ฮอร์โมนเร่งหัว

-         ยาฆ่าแมลง ,ยารักษารา

 

6. ช่วงเดือนที่ 10-12 ให้ทำการเก็บเกี่ยว

Incoming search terms:

Tags: , , , , , , , , , , ,





เว็บไซต์เพื่อนบ้าน ทั้งหมด



ยินดีต้อนรับเพื่อนบ้าน

<a href="http://kasetonline.com/" target="_blank" ><img alt="All About Agriculture" src="http://kasetonline.com/images/banner88x31-kasetonline.gif" border="0" width="88" height="31"></a>

นำ code ของเราไปวาง
และส่ง code มาให้เราที่
webmaster@kasetonline.com

ถ้าสะดวกแลก banner ที่หน้าแรก
เรายินดีติดที่หน้าแรกเช่นกันครับ
ฟรี !!! ไม่เสียเงินครับ


• Thai Airline
    • Phuket Airline
    • Rc Hlicopter for sale
    • How to Control Helicopter
    • Cheapest Rc Hlicopter
    • Thailand Trends
    • Airline Jobs/career
    • Thai Movies
    • Study Abroad
    • Thailand Amulets
    • Thai Food
    • Thailand Photo
    • Thailand Travel
    • Agricultural in Thailand
    • All Seminar in Thialand
    • Hotels/Resorts News
    • Thailand Situation Updated
    • Thailand Real Estate
    • Thailand Network
    • Thailand Trees
Thailand Information
    • 7 Romantic Places In Bangkok
    • Accomodation
    • Activities
    • Candle Festival parade
    • Communication
    • DINNING
    • Entertainment
    • King of Thailand
    • MAP OF THAILAND
    • POLITIC
    • Real Time flight Schedules
    • Regions of Thailand
    • Retirement Visa in Thailand | Finance
    • Shopping
    • Special Interest
    • Sports
    • Thai Culture
    • THAI SOCIAL STRUCTURE
    • Thailand In Brief
    • Thailand’s Rainy Season
    • Transportation
    • Useful Information
    • Visas & Regulations
    • WEATHER
Markets & Money

    • credit card
    • Exchange Rate
Event & Festival
    • Buffalo Village in Thailand
    • Candle Festival parade
    • Dok Krachiao Blooming Festival
    • Flowers monks Festival.
    • Hua Hin Jazz Festival
    • Hua Hin Thailand | Thailand Travel Guide
    • Krabi Rock&Fire International Contest
    • LA F�TE 2010
    • Lee Pe Island Ship Buoying Festival
    • Mercedes Trophy Junior Golf Master Final
    • Phuket Music Festival
    • The Candle Festival
    • The Royal Ploughing Ceremony
    • Vesak 2010 (Visakha Bucha Day)
    • Yasothon Bun Bangfai Rocket Festival
Business In Thailand
    • Economic
    • Export
    • Important Contact
    • Regulations
    • Start Business in Thailand
    • Taxation
Thailand History
    • Ancient Civilizations
    • Ayutthaya
    • Classical Era
    • Democracy
    • End of Absolute Monarchy&Military rule
    • Initial states of Thailand
    • King of Thailand
    • Sukhothai and Lanna
    • Thonburi and Bangkok period
Other
    • Advertise
    • Events
    • Flight Reservation
    • Job
    • Link Exchange
    • Shopping
    • Weather
    • World Time
Travel Review
    • Ancient City
    • Buffalo Village in Thailand
    • Flowers monks Festival.
    • One Day Trip
    • The Erawan Museum

Facebook

Get the Facebook Likebox Slider Pro for WordPress