เกษตรออนไลน์

ทุก ๆ เรื่องเกี่ยวกับการเกษตร

Entries for the ‘มหาวิทยาลัย-หน่วยราชการ’ Category

งานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพืชพรรณ ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และ กล้วยไม้แห่งภูมิภาคเอเชีย

1x1.trans งานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพืชพรรณ ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และ กล้วยไม้แห่งภูมิภาคเอเชีย

1x1.trans งานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพืชพรรณ ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และ กล้วยไม้แห่งภูมิภาคเอเชีย

ชื่องาน งานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพืชพรรณ ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และ
กล้วยไม้แห่งภูมิภาคเอเชีย
วันแสดงงาน 9 – 11 พฤษภาคม 2555 (วันเจรจาธุรกิจเท่านั้น)
สถานที่จัดงาน ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพมหานคร
เวลางาน 10.00 –18.00 น.
ราคาค่าพื้นที่ 7,560 บาท/ตารางเมตร สำหรับพื้นที่เปล่า
8,610 บาท/ตารางเมตร สำหรับคูหามาตรฐาน
พื้นที่จัดแสดงงาน 4,000 ตารางเมตร (9,000 ตารางเมตรสำหรับพื้นที่โดยรวม)
วัตถุประสงค์

  • เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมพืชสวนที่เติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน
    ทั้งภายในประเทศไทย ในหมู่ประเทศสมาชิกอาเซียน และในระดับภูมิภาคเอเชีย
  • เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านพืชสวนและธุรกิจไม้
    ดอกไม้ประดับแห่งภูมิภาคเอเชีย
ผู้จัดงาน

  • บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (NEO)
  • บริษัท วีเอ็นยูเอ็กซิบิชั่นส ยูโรป บีวี (VNU)
สนับสนุนโดย

  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • กรมส่งเสริมการส่งออก
  • สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.)
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
  • สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย
  • สมาคมผู้ประกอบการพืชผักผลไม้ไทย
  • สมาคมผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้ไทย
  • สมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทย
  • สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย
  • การบินไทย จำกัด (มหาชน)
  • AVRDC The World Vegetable Center
ประเภทผู้แสดงงานกลุ่มเป้าหมาย

  • ผู้เชี่ยวชาญด้านการผสมและขยายพันธุ์พืช เมล็ดพันธุ์ และการพัฒนาเมล็ดพันธุ์
  • ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีการเพาะปลูก
  • ผู้ปลูก ชาวไร่ชาวสวน
  • ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีการเก็บรักษา ขนส่ง แช่เย็น บรรจุภัณฑ์การแปรรูป การชั่ง การติดฉลาก และการตรวจสอบย้อนกลับ
  • ผู้ให้บริการด้านสถานีขนส่ง ท่าเรือ คลังสินค้า
  • ผู้ผลิต ผู้แปรรูป ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก
  • ผู้ให้บริการด้านการประมูล ตลาดขายส่ง
  • ผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมอาหาร
  • ผู้ให้บริการด้านสินค้าและร้านค้าอุปกรณ์
  • ผู้ให้คำปรึกษาด้านการเพาะเลี้ยงพืชสวน
  • นักวิจัย นักพัฒนา และอาจารย์

ติดต่อ/ข้อมูลเพิ่มเติม

คุณเลิศวรรธน์ จันทตรัตน์ – ผู้จัดการฝ่ายขายอาวุโส
คุณชูธรรม ตั้งใจตรง – ผู้จัดการฝ่ายขาย

บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (NEO)
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตต์
60 ถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
โทรศัพท์ : 66 2 203-4261-4  โทรสาร: 66 2 203-4250

เว็บไซต์ : www.hortiasia.netwww.nccexhibition.com
อีเมล์ : lertwat@Qsncc.comchootham.tan@Qsncc.com

Incoming search terms:

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

งาน “เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” ประจำปี 2555

งานเทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง

“เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” : 1-31 พ.ค. 55 ณ ตลาดกลางผลไม้เพื่อการเกษตรตะพง จ.ระยอง ภายในงานมีกิจกรรม เช่น ขบวนแห่รถประดับด้วยผลไม้ ซุ้มประกวดผลไม้ การประกวดผลไม้ ประกวดธิดาสวน การจำหน่ายผลไม้และผลิตภัณฑ์จากอาหารทะเล การแข่งขันต่างๆ เช่น แข่งกินผลไม้ เป็นต้น สอบถามได้ที่ ททท. สำนักงานระยอง โทร.0-3865-5420 – 1

ในงานมีขบวนแห่รถประดับด้วยผลไม้ การประกวดผลไม้ ประกวดธิดาชาวสวนผลไม้ การจำหน่ายผลไม้และผลิตภัณฑ์จากอาหารทะเล ตลอดจนการแสดงนิทรรศการด้านการเกษตร จัดในช่วงฤดูผลไม้ประมาณเดือนพฤกษภาคมของทุกปี เป็นเวลา 1 สัปดาห์ วันที่สำคัญที่สุดในงานก็คือวันเปิดงาน จะมีขบวนแห่รถประดับผลไม้จากสวนศรีเมืองมายังตลาด ประกวดธิดาชาวสวนที่สวนศรีเมือง ช่วงบ่ายเป็นพิธีเปิด มีการมอบรางวัลขบวนรถประดับผลไม้ ทั้งประเภทสวยงามและความคิดสร้างสรรค์ มอบรางวัลให้ธิดาชาวสวนหลังจากนั้นจะมีการแข่งขันรับประทานผลไม้ ส่วนวันอื่น ๆ ก็มีเฉพาะการออกร้านจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร โดยเฉพาะผลไม้ต่างๆ
สถานที่จัดงาน : จัดสลับหมุนเวียนกันระหว่างอำเภอเมืองระยอง กับอำเภอแกลง
จัดในช่วงฤดูผลไม้ประมาณ เดือนพฤษภาคมของทุกปี

1x1.trans งาน เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” ประจำปี 2555 1x1.trans งาน เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” ประจำปี 2555

1x1.trans งาน เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” ประจำปี 2555 1x1.trans งาน เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” ประจำปี 2555

1x1.trans งาน เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” ประจำปี 2555 1x1.trans งาน เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” ประจำปี 2555

1x1.trans งาน เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” ประจำปี 2555 1x1.trans งาน เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” ประจำปี 2555

1x1.trans งาน เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” ประจำปี 2555 1x1.trans งาน เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” ประจำปี 2555

1x1.trans งาน เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” ประจำปี 2555 1x1.trans งาน เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” ประจำปี 2555

1x1.trans งาน เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” ประจำปี 2555 1x1.trans งาน เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” ประจำปี 2555

1x1.trans งาน เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” ประจำปี 2555 1x1.trans งาน เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” ประจำปี 2555

1x1.trans งาน เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” ประจำปี 2555 1x1.trans งาน เทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง” ประจำปี 2555

Incoming search terms:

Tags: , , , , , , , , ,

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ(วันพืชมงคล)

1x1.trans  พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ(วันพืชมงคล) 1x1.trans  พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ(วันพืชมงคล) 1x1.trans  พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ(วันพืชมงคล)

“การแรกนาที่ต้องเป็นธุระของผู้ซึ่งเป็นใหญ่ในแผ่นดินเป็นธรรมเนียมโบราณ เช่น ในเมืองจีน สี่พันปีล่วงมาแล้ว พระเจ้าแผ่นดินก็ลงทรงไถนาเองเป็นคราวแรก พระมเหสีเลี้ยงตัวไหม…”
การเกษตรกรรมนับว่ามีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมวลมนุษยชาติเป็นอย่างมาก เพราะพืชพันธุ์ธัญญาหารที่บรรดาเหล่าเกษตรกรปลูกได้ในแต่ละปี ถูกนำมาใช้เป็นอาหาร ดัดแปลงเป็นเครื่องอุปโภคต่างๆ เช่น ที่อยู่อาศัย เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ตลอดจนอุปกรณ์เครื่องใช้ไม้สอยที่พบเห็นอยู่ในชีวิตประจำวัน เราได้มาจากพืชเป็นจำนวนมาก
วันพืชมงคล เป็นวันที่จัดขึ้นเพื่อทำพิธีเกี่ยวกับการเพาะปลูก เนื่องจากเห็นความสำคัญของเมล็ดพืชพันธุ์อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อวิถีการผลิตแบบพึ่งพิงธรรมชาติ นอกเหนือจากการมีพื้นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ น้ำฝนที่มีปริมาณเพียงพอ และปัจจัยอื่นๆ แล้ว หากได้เมล็ดพันธุ์ที่ได้รับเลือกสรร รวมทั้งเกษตรกรมีขวัญและกำลังใจมีความเชื่อมั่นในการลงทุนเพาะปลูก ว่าจะต้องได้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทางราชการหรือผู้ปกครองของตนให้การดูแลเอาใจใส่ การเกษตรกรรมของประเทศย่อมเจริญรุ่งเรือง
ด้วยเหตุนี้ ทุกปีทางราชการจึงจัดให้มีพระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญขึ้นโดยกำหนดในเดือนพฤษภาคม ของทุกปี
การหาฤกษ์พระราชพิธี
ฤกษ์การพระราชพิธีนี้ ต้องหาฤกษ์ที่วิเศษกว่าฤกษ์อื่นๆ คือ กำหนดสี่อย่าง ฤกษ์นั้นอย่าให้ต้องวันผีเพลียอย่างหนึ่ง ให้ได้ศุภดิถีอย่างหนึ่ง ให้ได้บุรณฤกษ์อย่างหนึ่ง ให้ได้วันสมภเคราะห์อย่างหนึ่ง ตำราหาฤกษ์นี้เป็นตำราเกร็ด เขาสำหรับใช้เริ่มที่จะลงมือแรกนา หว่านข้าว ดำข้าว เกี่ยวข้าว ขนข้าวขึ้นยุ้ง แต่ที่เขาใช้กันนั้นไม่ต้องหาฤกษ์อย่างอื่น ให้แต่ได้สี่อย่างนี้แล้ว ถึงจะถูกวันอุบาทว์โลกาวินาศก็ใช้ได้ แต่ฤกษ์จรดพระนังคัลอาศัยประกอบฤกษ์ดีตามธรรมเนียมด้วยอีกชั้นหนึ่ง ตามแต่จะลงวันใดในเดือนหก ดิถีซึ่งนับว่าผีเพลียนั้น ข้างขึ้นคือ ๑,๕,๗,๘,๙,๑๐,๑๑,๑๕ ข้างแรม ๑,๕,๖,๗,๘,๑๐,๑๓,๑๔ เป็นใช้ไม่ได้ ศุภดิถีนั้นก็คือ ดิถีตาว่างซึ่งไม่เป็นผีเพลียนั้นเอง บุรณฤกษ์นั้น คือ ๒,๔,๕,๖,๘,๑๑,๑๔,๑๗,๒๒,๒๔,๒๖,๒๗ วันสมภเคราะห์นั้นคือ วันจันทร์ วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ กับกำหนดธาตุอีกอย่างหนึ่งตามวันที่โหรแบ่ง เป็น ปถวี อาโป เตโช วาโย ให้ได้ส่วนกันแล้วเป็นใช้ได้ จะพรรณนาที่จะหาฤกษ์นี้ก็จะยืดยาวไป เพราะไม่มีผู้ใดที่จะต้องใช้อันใด…..
ประวัติความเป็นมา
พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีกรรม ๒ พิธีที่กระทำร่วมกัน คือ พิธีพืชมงคล กับพิธีแตกนาขวัญ
พิธีพืชมงคล เป็นพิธีทำขวัญเมล็ดพืชพันธุ์ต่างๆ เช่น ข้าวเปลือกเจ้า ข้างเหนียว ข้างฟ่าง ข้าวโพด ถั่ว งา เผือก มัน เป็นต้น ฯลฯ มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้น ปราศจากโรคภัยและให้อุดมสมบูรณ์เจริญงอกงามดี
พิธีแรกนาขวัญ เป็นพิธีเริ่มต้นการไถนาเพื่อหว่านเมล็ดข้าว มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เป็นอาณัติสัญญาณว่า บัดนี้ฤดูกาลแห่งการทำนาและเพาะปลูกได้เริ่มขึ้นแล้ว
พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญนี้ มีมาตั้งแต่ครั้งโบราณ ในหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน ในพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว ได้กล่าวถึงพิธีแรกนาไว้ดังนี้
“การแรกนาที่ต้องเป็นธุระของผู้ซึ่งเป็นใหญ่ในแผ่นดินเป็นธรรมเนียมโบราณ เช่น ในเมืองจีนสี่พันปีล่วงแล้ว พระเจ้าแผ่นดินก็ลงทรงไถนาเองเป็นคราวแรก พระมเหสีเลี้ยงตัวไหม ส่วนจดหมายเรื่องราวอันใดในประเทศสยามนี้ ที่มีปรากฎอยู่ในการแรกนานี้ก็มีอยู่เสมอเป็นนิตย์ไม่มีเวลาเว้นว่าง ด้วยการซึ่งผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินลงมือทำเองเช่นนี้ ก็เพื่อจำให้เป็นตัวอย่างแก่ราษฎร ชักนำให้มีใจหมั่นในการที่จะทำนา เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะได้อาศัยเลี้ยงชีวิตทั่วหน้า เป็นต้นเหตุของความตั้งมั่นและความเจริญไพบูลย์แห่งพระนครทั้งปวง แต่การซึ่งมีพิธีเจือปนต่างๆ ไม่เป็นแต่ลงมือไถนาเป็นตัวอย่าง เหมือนอย่างชาวนาทั้งปวงลงมือไถนาของตัวตามปรกติ ก็ด้วยความหวาดหวั่นต่ออันตราย คือ น้ำฝน น้ำท่ามากไปน้อยไป ด้วยเพลี้ยและสัตว์ต่างๆ จะบังเกิดเป็นเหตุอันตราย ไม่ให้ได้ประโยชน์เต็มภาคภูมิ และมีความปรารถนาที่จะได้ประโยชน์เต็มภาคภูมิเป็นกำลัง จึงได้ต้องแส่หาทางที่จะแก้ไข และทางที่จะอุดหนุน และที่จะเสี่ยงทายให้รู้ล่วงหน้าจะได้เป็นที่มั่นอกมั่นใจ ก็การที่จะแก้ไขเยียวยาน้ำฝนน้ำท่าซึ่งเป็นของเป็นไปโดยฤดูปรกติเป็นเอง โดยอุบายลงแรงลงทุนอย่างไรไม่ได้ จึงต้องอาศัยคำอธิฐานเอาความสัตย์เป็นที่ตั้งบ้าง ทำการซึ่งไม่มีโทษนับว่าเป็นการสวัสดิมงคล ตามซึ่งมาในพระพุทธศาสนาบ้าง บูชาเช่นสรวงตามที่มาทางไสยศาสตร์บ้าง ให้เป็นการช่วยแรงและเป็นที่มั่นใจตามความปรารถนาของมนุษย์ซึ่งคิดไม่มีที่สุด….”
ธรรมเนียมการแตกนาซึ่งมีมาในสยามแต่โบราณ ตามที่ค้นได้ในหนังสือต่างๆ คือ ในหนังสือนพมาศเมื่อครั้งกรุงสุโขทัยนั้นมีข้อความว่า “ในเดือนหก พระราชพิธีไพศาลจรดพระนังคัล พราหมณ์ประชุมกันผูกพรดเชิญเทวรูปเข้าโรงพิธี ณ ท้องทุ่งละหานหลวงหน้าพระตำหนักห้าง เขากำหนดฤกษ์แรกนาว่าใช้วันอาทิตย์ พระเจ้าแผ่นดินทรงเครื่องต้นอย่างเทศ ทรงม้าพระที่นั่งพยุหยาตราเป็นพระบวนเพชรพวง พระอัครชายาและพระราชวงศานุวงศ์ พระสนมกำนัลเลือกแต่ที่ต้องพระราชหฤทัย ขึ้นรถประเทียบตามเสด็จไปในกระบวนหลังประทับที่พระตำหนักห้าง จึงโปรดให้ออกญาพลเทพธิบดีแต่งตัวอย่างลูกหลวง มีกระบวนแห่ประดับด้วยกรรเชิงบังสูร พราหมณ์เป่าสังข์โปรยข้าวตอกนำหน้า
ครั้นเมื่อถึงมณฑลท้องละหาน ก็นำพระโคอุสภราชเทียมไถทอง พระครูพิธีมอบยามไถและประฎักทอง ให้ออกญาพลเทพเป็นผู้ไถที่หนึ่งพระศรีมโหสถซึ่งเป็นบิดานางนพมาศเอาแต่งตัวเครื่องขาวอย่างพราหมณ์ ถือไถหุ้มด้วยรัตกัมพลแดง เทียมด้วยโคกระวินทั้งไม่ประฎัก พระโหราลั่นฆ้องชัยประโคมดุริยางคดนตรี ออกเดินไถเวียนซ้ายไปขวา ชีพ่อพราหมณ์ปรายข้าวตอกดอกไม้ บันเลือเสียงสังข์ไม้บัณเฑาะว์นำหน้าไถ
ขุนบริบูรณ์ธัญญา นายนักงานนาหลวงแต่งตัวนุ่งเพลาะคาดรัดประคดสวมหมวกสาน ถือกระเช้าโปรยหว่านพืชธัญญาหารตามทางไถจรดพระนังคัลถ้วนสามรอบ ในขณะนั้นมีการมหรสพ ระเบงระบำโมงครุ่มหกคะเมนไต่ลวด ลวดบ่วงรำแพนแทงวิสัยไก่ป่าช้าหงส์รายรอบปริมณฑลที่แรกนาขวัญ แล้วจึงปล่อยพระโคทั้งสามอย่างออกกินเสี่ยงทายของห้าสิ่ง แล้วโหรพราหมณ์ก็ทำนายตามตำรับไตรเพท ในขณะนั้นพระอัครชายาก็ดำรัสสั่งพระสนมให้เชิญเครื่องพระสุพรรณภาชน์มธุปายาสขึ้นถวายพระเจ้าอยู่หัวเสวย ราชมัลก็ยกมธุปายาสเลี้ยงลูกขุนทั้งปวง” เป็นเสร็จการพระราชพิธีซึ่งมีมาในเรื่องนพมาศ… ……………………………………………………..
การแรกนาที่ในกรุงเทพฯ นี้ มีเสมอมาแต่ปฐมรัชกาลไม่ได้ยกเว้น แต่ถือว่าเป็นตำแหน่งเจ้าพระยาพลเทพคู่กันกับยืนชิงช้า เจ้าพระยาพลเทพแรกนายืนชิงช้าผู้เดียวไม่ได้ผลัดเปลี่ยนครั้นตกมาภายหลังเมื่อเจ้าพระยาพลเทพป่วย ก็โปรดให้พระยาประชาชีพแทนบ้าง และเมื่อเจ้าพระยานิกรบดินทร์ยืนชิงช้าก็โปรดให้แรกนาด้วย
ในครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เกือบจะตกลงเป็นธรรมเนียมว่าผู้ใดยืนชิงช้าผู้เป็นผู้แรกนาด้วย ครั้นมาถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าพระยาพลเทพ (หลวง) แรกนา……………………. ……………………………………………………………
การแรกนาที่กรุงเทพฯ นี้ไม่ได้เป็นการหน้าพระที่นั่ง เว้นไว้แต่มีพระราชประสงค์จะทอดพระเนตรเมื่อใด จึงได้ทอดพระเนตร เล่ากันว่าเมื่อแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ขณะเมื่อทรงปฏิสังขรณ์วัดอรุณฯ ในปีมะแมเบญจศก ศักราช ๑๑๘๕ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการทุกวัน ครั้นเมื่อถึงพระราชพิธีจรดพระนังคัลจะใคร่ทอดพระเนตรจึงโปรดให้ยกการพระราชพิธีมาตั้งที่ปรกหลังวัดอรุณฯ
ครั้นมาในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรแรกนาที่ทุ้งส้มป่อยครั้งหนึ่ง ภายหลังโปรดให้มีการแรกนาที่กรุงเก่า และที่เพชรบุรีได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร พระยาเพชรบุรี (บัว) แรกนาที่เขาเทพพนมขวดครั้งหนึ่งหรือสองครั้ง ในแผ่นดินปัจจุบันนี้ก็ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรแรกนาที่ทุ้งส้มป่อยครั้งหนึ่ง
การพระราชพิธีจรดพระนังคัลแต่ก่อนมีแต่พิธีพราหมณ์ ไม่มีพิธีสงฆ์ ครั้งมาถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงเพิ่มพิธีสงฆ์ในพระราชพิธีต่างๆ จึงได้เพิ่มในการจรดพระนังคัลนี้ด้วย แต่ยกเป็นพิธีหนึ่งต่างหาก เรียกว่าพืชมงคล โปรดให้ปลูกพลับพลาขึ้นในที่หน้าท้องสนามหลวง และสร้างหอพระเป็นที่ไว้พระคันธารราษฎร์สำหรับการพระราชพิธีพืชมงคลอย่างหนึ่ง พุทธศาสตร์อย่างหนึ่ง แต่ก่อนมาพระยาผู้จะแรกนาก็มิได้ฟังสวด เป็นแต่กราบถวายบังคมลาแล้วก็ไปเข้าพิธีเหมือนตรียัมปวาย กระเช้าข้าวโปรยก็ใช้พนักงานกรมนาหาบ ไม่ได้มีนางเทพีเหมือนทุกวันนี้
เมื่อโปรดให้มีพระราชพิธีพืชมงคลขึ้น จึงได้ให้มีนางเทพีสี่คน จัดเจ้าจอมเถ้าแก่ที่มีทุนรอนพาหนะพอจะแต่งตัวและมีเครื่องใช้ไม้สอย ติดตามให้ไปหาบกระเช้าข้าวโปรย เมื่อวันสวดมนต์พระราชพิธีพืชมงคล ก็ให้ฟังสวดพร้อมด้วยพระยาผู้จะแรกนา และให้มีการราชบัณฑิตเชิญพระเต้าเทวบิฐ ซึ่งเป็นพระเจ้าเกิดขึ้นใหม่ในรัชกาลนั้นประพรมที่แผ่นดินนำหน้าพระยาที่แรกนา ให้เป็นสวัสดิมงคลอีกชั้นหนึ่ง การพระราชพิธีนี้ ในเวลาบ่ายวันที่จะสวดมนต์ก็มีกระบวนแห่พระพุทธรูปออกไปจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม……….
พระราชพิธีจรดพระนังคัล เริ่มแต่เวลาบ่ายวันสวดมนต์พระราชพิธีพืชมงคล มีกระบวนแห่ๆ พระเทวรูปพระอิศวร ๑ พระอุมาภควดี ๑ พระนารายณ์ ๑ พระมหาวิฆเนศวร ๑ พระพลเทพแบกไถ ๑ กระบวนแห่มีธงมีคู่แห่เครื่องสูงกลองชนะ คล้ายกันกับที่แห่พระพุทธรูปเป็นแต่ลดหย่อนลงไปบ้าง ออกจากในพระบรมมหาราชวังไปโดยทางบก เข้าโรงพิธีที่ทุ่งส้มป่อยนาหลวง เวลาค่ำพระมหาราชครูพิธีเหมือนอย่างพิธีทั้งปวง ไม่มีการแปลกประหลาดอันใด
รุ่งขึ้นเวลาเช้าตั้งแต่กระบวนแห่ๆ พระยาผู้แรกนา กำหนดเกณฑ์คนเข้ากระบวนแห่ ๕๐๐ กระบวน นั้นไม่เป็นกระบวนใหญ่เหมือนอย่างแห่ยืนชิงช้า…….. พระยาแรกนาแต่งตัวเหมือนยืนชิงช้า เมื่อถึงโรงพระราชพิธีเข้าไปจุดเทียนบูชาพระพุทธรูป แล้วตั้งจิตอธิษฐานจับผ้าสามผืน ผ้านั้นใช้ผ้าลายหกคืบผืน ๑ ห้าคืบผืน ๑ สี่คืบผืน ๑ ถ้าจับได้ผ้าที่กว้างเป็นคำทำนายว่าน้ำจะน้อย ถ้าได้ผ้าที่แคบว่าน้ำจะมาก
เมื่อจับได้ผ้าผืนใดก็นุ่งผ้าผืนนั้น ทับผ้านุ่งเดิมอีกชั้นหนึ่ง นุ่งอย่างบ่าวขุนออกไปแรกนา มีราชบัณฑิตคนหนึ่ง เชิญพระเต้าเทวบิฐประน้ำพระพุทธมนต์ไปหน้า พราหมณ์เชิญพระพลเทพคนหนึ่งเป่าสังข์ ๒ คน พระยาจับยามไถ พระมหาราชครูพิธียื่นประตักด้านหุ้มแดงไถดะไปโดยรีสามรอบ แล้วไถแปรโดยกว้างสามรอบ นางเทพีทั้ง ๔ จึงได้หาบกระเช้าข้าวปลูก กระเช้าทอง ๒ คน กระเช้าเงิน ๒ คน ออกไปให้พระยาโปรยหว่านข้าว และไถกลบอีกสามรอบจึงกลับเข้ามายังที่พัก ปลดพระโคออกกินเลี้ยงของเสี่ยงทาย ๗ สิ่ง คือ ข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่ว เหล้า น้ำ หญ้า ถ้าพระโคกินสิ่งไรก็มีคำทำนาย แต่คำทำนายมักจะว่ากันว่า ถ้าพระโคกินสิ่งใดสิ่งนั้นจะบริบูรณ์…………………… การเท่านี้เป็นเสร็จพระราชพิธีจรดพระนังคัลแห่พระยากลับ แล้วเทวรูปกลับ
ในการจรดพระนังคัลเป็นเวลาคนมาประชุมมาก ถึงจุดอยู่บ้านไกลๆ ก็มักจะมาด้วยมีประโยชน์ความต้องการเมื่อเวลาโปรยข้าวปลูกลงในนา พอพระยากลับก็พากันเข้าแย่งเก็บข้าว จนไม่มีเหลืออยู่ในท้องนาเลย เมื่อรัชกาลที่ ๕ ได้โปรดให้ไปชันสูตรหลายครั้งว่ามีข้าวงอกบ้างหรือไม่ ก็ไม่พบเหลืออยู่จนงอกเลย เมื่อทอดพระเนตรแรกนาที่เพชรบุรี พอคนที่เข้ามาแย่งเก็บพรรณข้าวปลูกออกไปหมดแล้ว รับสั่งให้ตำรวจหลายคนออกไปค้นหาเมล็ดข้าวว่าจะเหลืออยู่บ้างหรือไม่ ก็ไม่ได้มาเลยจนสักเมล็ดหนึ่ง
พรรณข้าวปลูกซึ่งเก็บไปนั้น ไปใช้เจือในพรรณข้าวปลูกของตัว ให้เป็นสวัสดิมงคลแก่นาบ้าง ไปปนลงไว้ในถุงเงินให้เกิดประโยชน์งอกงามบ้าง การแรกนาจึงเป็นที่นิยมของคนทั้งปวงไม่จืด ยังนับว่าเป็นพระราชพิธีซึ่งเป็นที่ต้องใจคนเป็นอันมาก……………………………………….

จากพระราชนิพนธ์บางส่วนที่อัญเชิญมา ทำให้รู้ว่า พระราชพิธีจรดพระนังคัลและแรกนาขวัญนี้ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ และจัดขึ้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ราษฎรซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม
ในสมัยสุโขทัยนั้น พระมหากษัตริย์จะเสด็จเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีทุกครั้ง ครั้นถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา พระมหากษัตริย์ทรงกระทำเหมือนสมัยสุโขทัยแต่จะมอบอาญาสิทธิ์และทรงจำศีลอย่างเงียบๆ เป็นเวลา ๓ วัน ซึ่งกระทำอย่างนี้เรื่อยมาจนถึงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา
ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ การประกอบพระราชพิธีนี้เริ่มมีมาแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ ผู้กระทำการแรกนาเป็นเจ้าพระยาพหลเทพคู่กับการยืนชิงช้า แต่พอมาในสมัยรัชกาลที่ ๓ กลับให้ผู้ยืนชิงช้าเป็นพระยาแรกนา
ส่วนในสมัยรัชกาลที่ ๔ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีพิธีสงฆ์เพิ่มขึ้นในทุกพระราชพิธี ดังนั้นการเริ่มต้น “พระราชพิธีพืชมงคล” จึงเกิดขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พร้อมกับคำว่า “จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ” มารวมเข้าไว้ด้วยกัน
พระราชพิธีเต็มรูปแบบนั้นได้กระทำเรื่อยมา จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๗๙ จึงได้เว้นไปชั่วระยะหนึ่ง ด้วยสถานการณ์โลกและบ้านเมืองอยู่ในภาวะที่ไม่สมควรจะจัดงานใดๆ จึงได้ว่างเว้นไปถึง ๑๐ ปี ต่อมาได้ทำการรื้อฟื้นประเพณีเก่าแก่อันเป็นมงคลนี้ขึ้นอีก เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๐ แต่มีแค่พระราชพิธีพืชมงคลเท่านั้น (พิธีเต็มรูปแบบว่างเว้นไปถึง ๒๓ ปี) ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๓ จึงจัดให้มีราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ร่วมกับพิธีพืชมงคลนับแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้
พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปัจจุบัน
พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปัจจุบันนี้ได้ดำเนินตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี เว้นแต่บางอย่างได้มีการดัดแปลงให้เหมาะแก่กาลสมัย อาทิ พิธีของพราหมณ์ก็มีการตัดทอนให้เหลือน้อยลง พระยาแรกนาก็ให้ตกเป็นหน้าที่ของปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรพระราชพิธีทุกปี มีข้าราชการขั้นผู้ใหญ่ ทูตานุทูต และประชาชนได้มาชมการแรกนาเป็นจำนวนมาก
เมื่อเสร็จพิธีแล้ว ประชาชนจะพากันแย่งเก็บเมล็ดข้าว นำไปผสมกับพันธุ์ข้าวที่ปลูกหรือเก็บไว้เป็นถุงเงินเพื่อความสิริมงคล
สำหรับพระโคที่จะเข้าพระราชพิธีแรกนาขวัญ จะถูกเลี้ยงดูอย่างดีในทุ่งหญ้าที่จังหวัดราชบุรี อาหารที่ใช้เลี้ยงพระโคมื้อเข้าและกลางวันจะเลี้ยงดูด้วยหญ้าขน และต้นข้าวโพดเทียม ส่วนมื้อเย็นจะเป็นอาหารเสริมปรกอบด้วยข้าวโพดบด กากปาล์ม เกลือแร่ต่างๆ
พระโคที่ใช้ในพระราชพิธี จะต้องมีลักษณะที่ดีขาดเกินไม่ได้คือ หูดี ตาดี แข็งแรง เข้าทั้งสองตั้งตรงสวยงาม พระโคแต่ละคู่ต้องสีเหมือนกัน ซึ่งจะมีการคัดเลือกพระโคเพียงสองสีเท่านั้น คือ สีขาวสำลีและสีน้ำตาลแดง และเจาะจงแต่เพศผู้เท่านั้นและต้องผ่านการ “ตอน” เสียก่อนด้วย

หมายเหตุ วันพืชมงคลในแต่ละปีจะไม่ตรงกัน (ดูในปฏิทินเดือนพฤษภาคม)

กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันพืชมงคล
๑. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือนและสถานที่ราชการ
๒. จัดนิทรรศการ แสดงประวัติความเป็นมา และความสำคัญของวันพืชมงคล รวมทั้งพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

อ้างอิง :
พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. พระราชพิธีสิบสองเดือน.
ธนากิต. ประเพณี พิธีมงคล และวันสำคัญของไทย. กรุงเทพฯ : ชมรมเด็ก 2539 400หน้า.
ภาพประกอบ : เป็นภาพพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ของพระเจ้าสุทโธทนะ พระพุทธบิดา ที่ทุ่งนานอกเมืองกบิลพัสดุ์
ซึ่งขณะนั้นเจ้าชายสิทธัตถะโคตมะ มีพระชนมายุได้ ๗ ปี (เจ้าชายสิทธัตถะได้ปลีกพระองค์ไปนั่งขัดสมาธิใต้ต้นหว้า
ได้รับความวิเวก เกิดเป็นสมาธิขั้นแรกที่เรียกว่า “ปฐมฌาน”) ภาพจาก : จิตรกรรมฝาผนังในพระมหาวิหาร ฯ พุทธมณฑล

Incoming search terms:

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

มหกรรมทุเรียนโลกจันทบุรี

1x1.trans มหกรรมทุเรียนโลกจันทบุรี

เชิญเที่ยวงานมหกรรมทุเรียนโลก จังหวัดจันทบุรี ระหว่างวันที่ 4 – 13 พฤษภาคม 2555 ณ บริเวณทะเลสาบทุ่งนาเชย ตอกย้ำความเป็นเมืองแห่งผลไม้และเมืองของทุเรียน ผลไม้ที่ได้ชื่อว่าเป็น King of Fruits ยกระดับการท่องเที่ยวสู่สากล สนุกกับกิจกรรมความสนุกสนานเต็มอิ่ม เข้าชมฟรีตลอดทั้ง 10 วัน โดยภายในงานปีนี้ได้แบ่งพื้นที่การจัดงานออกเป็น 6 ส่วนด้วยกัน ได้แก่

1. โซนจำหน่ายผลไม้กว่า 100 คูหาพร้อมอุโมงค์ผลไม้ชิมฟรี และชมการแข่งขันกินผลไม้
2. เวทีสำหรับจัดการแสดงบนเวที พร้อมศิลปินนักร้องชื่อดัง อาทิ โปงลางสะออน, กระแตและกระต่าย อาร์สยาม ฯลฯ
3. โซนของดี 10 อำเภอ ทั้งอาหารพื้นบ้านและผลิตผลทางการเกษตร รวมทั้งนิทรรศการและการท่องเที่ยว
4. โซนสวนสนุกและมุมของเล่นสำหรับเด็กฟรี
5. โซนอาหารทะเลกว่า 80 บูธ
6. โซนจิวเวอร์รี่ จำหน่ายอัญมณีและเครื่องประดับ คุณภาพราคาจากผู้ผลิตโดยตรง

ชมพิธีเปิดงานสุดอลังการในวันที่ 4 พฤษภาคม 2555 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. ชมขบวนแห่ประดับผลไม้ การแสดงของนักเรียน นักศึกษา การประกวด Miss Durian World 2012 ถ่ายทอดสดทางโมเดิร์นไนน์ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. – 24.00 น.

Incoming search terms:

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

งานแสดง และประกวดสัตว์เลี้ยงในงานเกษตรแฟร์ 2555

1x1.trans งานแสดง และประกวดสัตว์เลี้ยงในงานเกษตรแฟร์ 2555

Incoming search terms:

Tags: , , , , , , , , ,

แผนผังพื้นที่การจัดงาน “เกษตรแฟร์ ปี 55″ 30 พ.ค.-7 มิ.ย.55

1x1.trans แผนผังพื้นที่การจัดงาน เกษตรแฟร์ ปี 55 30 พ.ค. 7 มิ.ย.55

เกษตรแฟร์ ปี 55

Incoming search terms:

Tags: , , , , , ,

มะนาวแพงหน้าร้อน ลูกละ 11 บาท

มะนาวโคตรแพง พุ่งลูกละ11บาท

1x1.trans มะนาวแพงหน้าร้อน ลูกละ 11 บาท 1x1.trans มะนาวแพงหน้าร้อน ลูกละ 11 บาท 1x1.trans มะนาวแพงหน้าร้อน ลูกละ 11 บาท

พ่อค้าแม่ค้าส้มตำและร้านอาหารสุดทน มะนาวแพงหูฉี่เป็นประวัติการณ์ วอนรัฐบาลหามาตรการเยียวยาช่วยเหลือด่วน หลังปัจจุบันมะนาวขนาดใหญ่ ขายปลีกพุ่งสูงถึงลูกละ 11 บาท หลายฝ่ายเดือดร้อนหนัก ทำให้เล็งเปลี่ยนใช้มะนาวบรรจุขวดแทน ขณะที่ผู้ใช้รถใช้ถนน เตรียมกระเป๋าฉีกเพิ่ม หลังมติ กบง. ให้ปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน 91 เพิ่มอีก 1.07 บาท ต่อลิตร แอลพีจี เพิ่ม 75 สต.ต่อกิโลกรัม และเอ็นจีวีเพิ่ม 50 สต.ต่อกิโลกรัม มีผลบังคับ 16 เม.ย. นี้

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าร้านอาหาร และพ่อค้าแม่ค้าส้มตำจำนวนมาก ประสบปัญหาความเดือดร้อนอย่างหนัก จากกรณีที่มะนาวมีการปรับขึ้นราคา โดยในตลาดสดบางแห่ง ราคาขายปลีกมะนาวขนาดใหญ่ พุ่งสูงถึงลูกละ 10-11 บาทเลยทีเดียว ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อยเหล่านี้ ส่วนใหญ่ไม่กล้าซื้อไปประกอบอาหาร เพราะมีราคาแพงเกินไป จึงต่างเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหามาตรการมาเยียวยา ช่วยเหลือเป็นการด่วน

โดยในปัจจุบัน มีการสำรวจราคามะนาวในตลาดต่าง ๆ เช่น ตลาดสี่มุมเมืองราคาขายมะนาวขนาดใหญ่อยู่ที่ 800 บาทต่อมะนาว 100 ลูก ซึ่งมีราคาสูงกว่าเดือน มี.ค. ที่ราคาเฉลี่ยที่ 664 บาท ต่อมะนาว 100 ลูก เดือน ก.พ. เฉลี่ยที่ 450 บาท ต่อมะนาว 100 ลูก และ เดือน ม.ค. ราคาเฉลี่ย 350 บาท ต่อมะนาว 100 ลูก ขณะที่ตลาดยิ่งเจริญราคามะนาวขนาดกลาง ปัจจุบัน ราคาอยู่ที่ 6 บาทต่อลูก เป็นต้น

น.ส.สุปราณี ปองดี แม่ครัวร้านรั้วสังกะสีย่านวงเวียนเล็ก กล่าวว่า ตอนนี้การประกอบอาหารที่ใช้มะนาวส่วนใหญ่ เช่น ยำประเภทต่าง ๆ และต้มยำกุ้ง จะไม่ใช้มะนาวแบบเป็นลูกมาปรุงแล้ว แต่จะซื้อน้ำมะนาวบรรจุขวดมาใช้ ซึ่งประหยัดต้นทุนกว่า โดยต่อไปหากราคามะนาวไม่ปรับลงมาก็คงใช้แบบนี้ต่อไป เพราะหากซื้อมาเป็นลูกต้นทุนคงสูงมาก และปัจจุบันไม่เคยเห็นมะนาวที่มีราคาแพงแบบนี้มาก่อน เช่น ตลาดสดบางแห่งขายปลีกถึงลูกละ 10 บาท ทั้งนี้เชื่อว่าเหตุผลที่ราคามะนาวสูงถึงขนาดนี้ น่าจะมีสาเหตุมาจากเกษตรกรเพาะปลูกมะนาวน้อยลง เนื่องจากที่ผ่านมาจากปัญหาวิกฤติอุทกภัยทำให้สวนมะนาวได้รับความเสียหายมาก ประกอบกับเป็นช่วงหน้าแล้งด้วย ก็ยิ่งทำให้มะนาวมีผลผลิตออกมาน้อย จึงทำให้ราคามะนาวในปัจจุบันมีราคาสูง

ด้าน นายประนอม เสมพิมาย พ่อค้าร้านขายอาหารอีสานย่านบางแค กล่าวว่า ยอมรับว่าการซื้อมะนาวมาเพื่อประกอบอาหารในช่วงนี้มีราคาแพง จากเดิมที่ราคามะนาวขนาดกลางตกลูกละ 2 บาทกว่า แต่ตอนนี้ราคาได้เพิ่มมาอยู่ที่ลูกละ 5 บาทกว่าแล้ว แต่ก็เชื่อว่าราคาคงแพงในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ หรือถ้าผ่านหน้าแล้งไป ราคาคงกลับมาอยู่ในภาวะปกติเช่นเดิม โดยการขายอาหารโดยเฉพาะส้มตำ ลาบ และน้ำตก ตอนนี้ก็ไม่ได้เพิ่มราคาขาย เพราะกลัวจะเสียลูกค้า และปัจจุบันก็ยังขายราคาเดิมที่ 20 บาท ซึ่งการแก้ไขเฉพาะหน้าหากมะนาวแพงขึ้นมาอีก คงซื้อมาปริมาณน้อยกว่าเดิม และนำมาผสมกับน้ำมะขามเปียก ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันนอกจากราคามะนาวจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว ในส่วนของน้ำมันเชื้อเพลิง ก็จะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นอีกเช่นกัน โดยผู้ค้าน้ำมันอย่าง ปตท. และ บางจาก จะปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน 91 อีกลิตรละ 1.07 บาท ปรับขึ้นราคาแอลพีจีในภาคขนส่ง กิโลกรัมละ 75  สต. และปรับขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์เอ็นจีวี อีก กิโลกรัมละ 50 สต. มีผลตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. ตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่ต้องการลดภาระการอุดหนุนของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและปรับโครงสร้างราคาพลังงาน สำหรับราคาขายปลีกใหม่แอลพีจีในภาคขนส่ง จะอยู่ที่ 21.13 บาทต่อกิโลกรัม หรือ 11.41 บาทต่อลิตร ส่วนก๊าซเอ็นจีวี อยู่ที่  10.50 บาทต่อกิโลกรัม และเบนซิน 91 อยู่ที่ 43.85 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ ยังอยู่ในอัตราเดิม

นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ที่ปรับขึ้นตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กบง.) อีก 50 สต.ต่อกิโลกรัม ส่งผลให้ราคาเอ็นจีวีจะขยับจาก 10 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 10.50 บาท ต่อกิโลกรัม ถือว่าอัตราที่เต็มเพดานที่ได้เคยตกลงกับรัฐไว้แล้ว ส่วนที่เหลือที่จะปรับเดือนละ 50 สต. ต่อกิโลกรัม ไปจนถึงสิ้นปี หรืออีก 4 บาท ต่อกิโลกรัม จะปรับขึ้นเท่าใดนั้น ภาคขนส่งเห็นว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ บมจ.ปตท. จะต้องแก้ไขปัญหาจำนวนปั๊มเอ็นจีวีให้เพียงพอเสียก่อน หากยังไม่ชัดเจนวันที่ 16 เม.ย.นี้ ก็ไม่ควรจะปรับราคาอีกรอบ

ขณะที่ นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานสหกรณ์แท็กซี่สยาม จำกัด กล่าวว่า ข้อเสนอของสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย เดิมทีสรุปราคาอยู่ที่ 14.70 บาทต่อกิโลกรัม ทางตัวแท็กซี่จึงขอถอนตัวจากคณะทำงานศึกษาชุดนี้ เพราะไม่ยอมรับต้นทุนที่สรุป เนื่องจากไม่ได้แตกต่างจากเดิม แต่ปรากฏว่ามาสรุปภายหลังที่ 13 บาทต่อกิโลกรัม ทางกลุ่มแท็กซี่คงไม่ยอมรับตัวเลขดังกล่าว โดยจะขอหารือและพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง โดยส่วนตัวเห็นว่าควรจะอยู่ที่ 12 บาทต่อกิโลกรัม.

เรื่องจาก http://www.dailynews.co.th/agriculture/22491

ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Incoming search terms:

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,





เว็บไซต์เพื่อนบ้าน ทั้งหมด



ยินดีต้อนรับเพื่อนบ้าน

<a href="http://kasetonline.com/" target="_blank" ><img alt="All About Agriculture" src="http://kasetonline.com/images/banner88x31-kasetonline.gif" border="0" width="88" height="31"></a>

นำ code ของเราไปวาง
และส่ง code มาให้เราที่
webmaster@kasetonline.com

ถ้าสะดวกแลก banner ที่หน้าแรก
เรายินดีติดที่หน้าแรกเช่นกันครับ
ฟรี !!! ไม่เสียเงินครับ


• Thai Airline
    • Phuket Airline
    • Rc Hlicopter for sale
    • How to Control Helicopter
    • Cheapest Rc Hlicopter
    • Thailand Trends
    • Airline Jobs/career
    • Thai Movies
    • Study Abroad
    • Thailand Amulets
    • Thai Food
    • Thailand Photo
    • Thailand Travel
    • Agricultural in Thailand
    • All Seminar in Thialand
    • Hotels/Resorts News
    • Thailand Situation Updated
    • Thailand Real Estate
    • Thailand Network
    • Thailand Trees
Thailand Information
    • 7 Romantic Places In Bangkok
    • Accomodation
    • Activities
    • Candle Festival parade
    • Communication
    • DINNING
    • Entertainment
    • King of Thailand
    • MAP OF THAILAND
    • POLITIC
    • Real Time flight Schedules
    • Regions of Thailand
    • Retirement Visa in Thailand | Finance
    • Shopping
    • Special Interest
    • Sports
    • Thai Culture
    • THAI SOCIAL STRUCTURE
    • Thailand In Brief
    • Thailand’s Rainy Season
    • Transportation
    • Useful Information
    • Visas & Regulations
    • WEATHER
Markets & Money

    • credit card
    • Exchange Rate
Event & Festival
    • Buffalo Village in Thailand
    • Candle Festival parade
    • Dok Krachiao Blooming Festival
    • Flowers monks Festival.
    • Hua Hin Jazz Festival
    • Hua Hin Thailand | Thailand Travel Guide
    • Krabi Rock&Fire International Contest
    • LA F�TE 2010
    • Lee Pe Island Ship Buoying Festival
    • Mercedes Trophy Junior Golf Master Final
    • Phuket Music Festival
    • The Candle Festival
    • The Royal Ploughing Ceremony
    • Vesak 2010 (Visakha Bucha Day)
    • Yasothon Bun Bangfai Rocket Festival
Business In Thailand
    • Economic
    • Export
    • Important Contact
    • Regulations
    • Start Business in Thailand
    • Taxation
Thailand History
    • Ancient Civilizations
    • Ayutthaya
    • Classical Era
    • Democracy
    • End of Absolute Monarchy&Military rule
    • Initial states of Thailand
    • King of Thailand
    • Sukhothai and Lanna
    • Thonburi and Bangkok period
Other
    • Advertise
    • Events
    • Flight Reservation
    • Job
    • Link Exchange
    • Shopping
    • Weather
    • World Time
Travel Review
    • Ancient City
    • Buffalo Village in Thailand
    • Flowers monks Festival.
    • One Day Trip
    • The Erawan Museum

Facebook

Get the Facebook Likebox Slider Pro for WordPress