แร่ Leonardite
Leonardite ของเราควบคุมอินทรีย์วัตถุไว้ที่ 45-50% ซึ่งเกินมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์เป็นเท่าตัว (ปุ๋ยอินทรีย์กำหนด 20%) และปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตจาก Leonardite ยังเต็มไปด้วยฮอร์โมนรวม และ Humic Acid เป็นจำนวนมาก ซึ่งต่างกับปุ๋ยอินทรีย์ทั่วไป ฮอร์โมน และ Humic Acid เป็นสารสำคัญที่ช่วยในการฟื้นต้น และซ่อมแซมส่วนที่เสียหายของพืช ฮอร์โมนหลายตัวช่วยเร่งการแตกราก และยอด เพิ่มการขยายเซล ซึ่งหมายถึงพืชจะมีอัตราแลกเปลี่ยนผลผลิตได้เต็มที่ และหมายถึงผลผลิตที่จะได้ย่อมมากกว่าปกติ
Leonardite ซึ่งปนอยู่กับหินลิกไนท์ เกิดจากซากพืชซากสัตว์ตายทับถมกันมานานเป็นล้านๆปี ลักษณะสีดำ ซึ่งเรียกว่า ฮิวมัส(Humus) มีองค์ประกอบเด่น ที่มีผลต่อพืชมี 3 ชนิด คือ 1.ฮิวมีน 2.ฮิวมิค แอซิด 3.ฟูลวิค แอซิด และมีอินทรียวัตถุอีกหลายชนิดมีลักษณะโครงสร้างโมเลกุลใหญ่ประโยชน์ของ HUMUS ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต
Humus มาจากมีการบีบอัดซากพืชซากสัตว์เป็นอินทรีย์ธรรมชาติ สลายตัวอยู่ใต้ดินนับล้านปี ซึ่งมีปริมาณกรดฮิวมิกสูง (กรดฮิวมิกเป็นหนึ่งในองค์ประกอบส่วนใหญ่คุณสมบัติทางชีวเคมีที่ใช้งานอยู่ในซากพืช) แร่ธาตุและธาตุที่มีอยู่ใน humusและในดินจะพร้อมที่จะส่งผ่านไปให้พืช ได้ใช้ประโยชน์สูงสุด เป็นการใช้ Humus คืนสมดุลของธรรมชาติในดินที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืชที่เหมาะสม
1.เพิ่มการเจริญเติบโตของราก
พืชผลที่สอดคล้องกันจากการทดสอบทั้งหมดเพิ่มขึ้นเจริญเติบโตของราก ความยาว, ความหนาแน่นและรัศมีของรากพืชเพิ่มขึ้นอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าการทดสอบความแข็งแรงของระบบรากมีความสำคัญต่อความสามารถในการดูดซึมสารอาหารของพืชรวมทั้งความสามารถของพืชเพื่อต่อสู้กับโรค นอกจากนี้จะเพิ่มเสถียรภาพของพืชและพืชสามารถดูดซับน้ำที่มีระบบรากในวงกว้างขึ้น
2.เพิ่มเนื้อเม็ดสี Chlorophyll
Humus สามารถเพิ่มปริมาณคลอโรฟิลในพืชทำให้การสังเคราะห์แสงดีขึ้นส่งผลเพิ่มการดูดธาตุอาหารให้พืชเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
3.การปรับปรุงคุณภาพพืช
Humus เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของสารอาหาร เช่นไนโตรเจน ฟอสฟอรัสโปตัสเซี่ยมและเหล็กตลอดจนธาตุที่จำเป็นสำหรับพืช ทั้งนี้เนื่องจากลักษณะการใช้งานคุณสมบัติทางชีวเคมีของกรดฮิวมิก และความสามารถในการฟอร์มละลายเชิงซ้อนในน้ำและไม่ละลายน้ำทั้งสองด้วยโลหะชนิดต่างๆ, แร่ธาตุและสารอินทรีย์ สารอาหารที่อยู่ในรูปแบบอิออนที่พืชสามารถรับเข้าสู่รากHumus สามารถปรับปรุงคุณภาพของผักผลไม้และดอกไม้โดยการปรับปรุงลักษณะทางกายภาพของพืชเช่น ขนาด สีสัน ผิวทั้งหมดนี้สามารถเพิ่มมูลค่าในตลาดได้อย่างดี
4.เสริมการป้องกันแบบธรรมชาติ
ลักษณะการใช้งานคุณสมบัติทางชีวเคมีของกรดฮิวมิก เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของพืชต่อสารพิษและโรค สารพิษจำนวนมากที่สามารถยับยั้งหรือทำให้เป็นกลางโดยการติดต่อประสานโดยตรงกับกรดฮิวมิค นอกจากนี้สารชีวภาพที่ใช้งาน(เช่นยาปฏิชีวนะและกรดฟีนอล) ที่พบในซากพืชแข็งแรงพืชสามารถเพิ่มความต้านทานต่อโรคบางอย่าง ในที่สุดพืชที่มีสุขภาพดีและได้รับสารอาหารที่จำเป็นทั้งหมดของพวกเขาจะดีขึ้นสามารถต่อสู้กับโรคและศัตรูพืช
5.การปรับปรุงโครงสร้างของดิน
Humus รวมตัวกับแร่ธาตุดินในรูปแบบที่มีโครงสร้างเป็นหน่วยที่เรียกว่าการรวมตัว เหล่านี้ช่วยให้ดินอุ้มน้ำและเพิ่มการซึมผ่านในการแลกเปลี่ยนน้ำและก๊าซ นอกจากนี้รูปแบบของสิ่งมีชีวิต เช่นแบคทีเรียและไส้เดือนดิน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษาโครงสร้างของดิน การใช้ Humus สามารถป้องกันไม่ให้ดินมีโครงสร้างยึดเหนี่ยวกันเพื่อให้รากรับอากาศได้ดี
6.กักเก็บน้ำที่ดีขึ้น
Humus สามารถเก็บน้ำได้ถึง 20 เท่าน้ำหนักของดิน โดยเพิ่มความสามารถของดินที่จะเก็บน้ำไว้ใช้งาน Humus สามารถลดความจำเป็นเพื่อการชลประทานเพาะปลูก นี้ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นประโยชน์กับดินทราย
7.pH ของดินที่แตกต่างกัน
เนื่องจากการปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธะเคมีของกรดฮิวมิก, สามารถปรับค่าความเป็กรดเป็นด่างของดินให้อยู่ pH
6-7 ทำให้พืชนำสารอาหารไปใชได้อย่างรวดเร็ว

“แบล็คแคล”
อุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน จุลธาตุ ฮอร์โมน และสารที่ให้ประโยชน์ ใช้รองก้นหลุม และใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีได้ดีเยี่ยม เพิ่ม และปรับปรุงคุณภาพดิน แก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม ดินกรด ดินเค็ม ละลายน้ำได้ดีเยี่ยม ไม่จับตัวแข็ง ต่างจากปูนชนิดอื่น ใช้ได้ทุกช่วง โดยเฉพาะช่วงเตรียมดิน ช่วงเพาะเมล็ด และช่วงให้ผลผลิต ใช้ได้กับพืชทุกชนิด ทั้งผัก ผลไม้ พืชไร่ นาข้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมัน “แบล็คแคล” ผลิตจาก “ยิปซัม” แร่คุณภาพเยี่ยม และ “ฮิวมัส” ธรรมชาติที่เกิดจากการทับถม ของซากพืชซากสัตว์ หลายล้านปีเป็นส่วนผสมหลัก อุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน จุลธาตุ ฮอร์โมนจำนวนมาก และสารที่ให้ประโยชน์ ปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิต และรักษาสิ่งแวดล้อม ใส่ “แบล็คแคล” ในช่วงเตรียมดิน และช่่วงที่พืชต้องการมาก เป็นพิเศษ เช่นข้าวตั้งท้อง ช่วงที่พืชออกดอก หรือกำลังให้ผลผลิต ในอัตรา 25-100 กก.ต่อไร่ เพื่อเพิ่มเสริมธาตอาหารที่ต้องการ รวมทั้งใช้ฟื้นฟู และปรับสภาพดินหลังการเก็บเกี่ยว ใช้รองก้นหลุมปลูกพืช เช่นยางพารา และผลไม้ในอัตรา 1-2 กก.ต่อหลุม ขนาด 50x50x50 ซม. ช่วยให้พืชตั้งตัวได้เร็ว อัตรารอดตายสูงกว่า ใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีได้ดีเยี่ยม ละลายน้ำได้ดีมาก ใช้เพื่อปรับปรุงแก้ไข สภาพดินเค็ม และดินเปรี้ยว โดยเฉพาะดินเค็มได้เป็นอย่างดี ไม่ทำให้ดินแข็ง และสามารถแทรกซึมลงสู่ดินชั้นล่าง แทรกซึมถึงเขตรากพืชได้มากกว่า “แบล็คแคล” ธรรมชาติ 100%
ท่านสามารถหาซื้อสินค้าได้ตามร้านเคมีเกษตรทั่วไป
ถ้าในพื้นที่ หาสินค้าไม่ได้ ติดต่อได้โดยตรงกับทางบริษัทที่
คุณธนากร 0811979878 หรือแนะนำร้านค้าที่ท่านใช้บริการ
ติดต่อมาที่เราได้เลย ทางเรายินดีใ้ห้บริการในทุก ๆ ด้าน
สำหรับท่านที่ต้องการข้อมูลทางวิชาการ หรือปรึกษาเกี่ยวกับการเกษตรสามารถติดต่อได้โดยตรงได้เช่นเดียวกัน ทางเรายินดีให้บริการด้วยความเต็มใจ
นโยบายการรักษาตัวแทนจำหน่าย
ร้านที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว
ทางบริษัทไม่มีนโยบายที่จะเปิดขายให้กับร้านค้าอื่น ๆ ใกล้เคียงโดยเด็ดขาด
เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ของตัวแทนการขายอย่างเต็มที่
ในจังหวัดที่ทางบริษัทยังไม่ได้แต่งตั้งตัวแทน
ทางบริษัทยินดีเข้าไปเสนอข้อเสนอพิเศษสุดสำหรับร้านค้า
ทุกร้านค้าที่มีสินค้าจำหน่าย
จะได้รับการบริการวิชาการ การทำตลาด จัดประชุมหน้าร้าน
ทำ Spot โฆษณา ลงหนังสือ และคำปรึกษาในทุก ๆ ด้านและทุก ๆ เรื่องเกี่ยวกับการเกษตร
Incoming search terms:
- ราคามะนาวตลาดศรีเมือง (17)
- leonardite (15)
- โรครากเน่า มันสำปะหลัง (6)
- การเลี้ยงตุกแก (6)
- ความ รู้ เรื่อง การเกษตร (5)
- สมการการปรับปรุงดินฝาด (4)
- มันสำปะหลังน้ำท่วม (4)
- ภาพ การแพร่ระบาดของโรคพืชโดยเศษซากพืช ปุ๋ยหมัก พืชที่ตกค้างในแปลงปลูก (4)
- humic acid คือ (4)
- ปุ๋ยยิปซัม (3)
- การปรับปรุงดินฝาดจากปฏิกิริยาของสาร (3)
- ลีโอนาไดต์ leonardite (3)
- อินทรีย์วัตถุ (3)
- สารปรับปรุงดิน syaram (3)
- ถ่วงน้ำฆ่านิสิตม เกษตรฯ (3)
- ฮิวมิค คือ (3)
- ยเศษซากพืช ปุ๋ยหมัก พืชที่ตกค้างในแปลงปลูก (3)
- การปลูกพืชที่ดินเป็นดินเปรี้ยว (3)
- โรงงานสิ่งทอที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (3)
- การปลูกมันสําปะหลังแบบคอนโด (3)










![[feed link]](/wp-content/plugins/google-news-widget/rss-cube.gif)