ราคาสินค้าเกษตร | ตรวจสอบราคาสินค้าเกษตร : ตลาดสำคัญทั่วประเทศ
| ตรวจสอบราคาสินค้าเกษตร : ตลาดสำคัญทั่วประเทศ | |
| ตรวจสอบราคาสินค้าเกษตร : ตลาดสำคัญทั่วประเทศ | |

ฉะนี้…เพื่อ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพารา รศ.ดร. เจริญ นาคะสรรค์ ภาควิชาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้มุ่งวิจัย การใช้ประโยชน์จากยางธรรมชาติ เป็นหลัก
โดย สนง.กองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) รวมทั้งประเทศฝรั่งเศส ประเทศเยอรมนี รวมทั้งประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ให้การสนับสนุนทุนเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี และ…ต้นแบบการประยุกต์ใช้งานในการทำน้ำยางเคลือบสระน้ำและสายยางยืด เป็นหนึ่งผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
รศ.ดร.เจริญ เปิดเผยว่า… โดยทั่วไปการปูพื้นบ่อ เพื่อใช้เป็นบ่อเก็บกักน้ำ รวมทั้งบ่อกุ้งจะใช้ยางขนาดใหญ่ การปูพื้นนั้นจะต้องตัดแผ่นเพื่อให้มีความเหมาะสม เมื่อใช้ไปนานวันหรือว่ามีก้อนหินทับจะทำให้เกิดการทะลุได้ และจากพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ที่แนวทางในการบริหารจัดการที่ดินและน้ำเพื่อการ เกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด
รศ.ดร.เจริญ นาคะสรรค์
…แต่พื้นที่บางแห่งสภาพดินไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ จากปัญหาดังกล่าว จึงมุ่งวิจัยด้วยการใช้น้ำยางข้นชนิดครีมซึ่งมีปริมาณเนื้อยางสูงมาแก้ ปัญหา…
โดยเริ่มแรกได้ทดลองทำ น้ำยางครีมมิ่ง ที่ขั้นตอนกรรมวิธีการผลิตเริ่มจากนำน้ำยางที่ได้จากธรรมชาติ มาผสม สารรักษาสภาพ เพื่อทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างโมเลกุลสารเร่งให้สุกเร็วขึ้น สารที่ทนต่อแสง และ สารเพิ่มเนื้อ อัตราเนื้อยาง 100 ส่วน/สารกลุ่มดังกล่าว 1-2 ส่วน กวนให้เข้ากันด้วยเครื่องเป็นเวลา 1 คืน จะได้น้ำยางครีมมิ่งที่พร้อมใช้งาน แล้วใช้เครื่องพ่นทับลงในพื้นสระที่เตรียมไว้
เมื่อเนื้อยางเริ่ม เหนียว นำ ผ้าด้ายดิบมาปูทับ แล้วพ่นซ้ำ ขั้นตอนดังกล่าวทำประมาณ 5-6 ครั้ง เพื่อให้อายุการใช้งานยาวนาน หลังจากแห้งแล้วจึงปล่อยน้ำ โดยทีมวิจัยได้ สร้างสระต้นแบบขึ้นภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หลังจากทดลองอยู่ช่วงหนึ่งพบว่าผลเป็นที่น่าพอใจ สามารถเก็บกักน้ำได้ดี จึงเสนอขอทุนจากทาง สกว. สร้างบ่อเก็บกักน้ำขนาด 5®10®2 เมตร นำร่องภายในโรงงานขององค์การสวนยาง จ.นครศรีธรรมราช
ขั้นตอนการผสมน้ำยางครีมมิ่ง และการฉีดพ่นพื้นสระน้ำ.
สระน้ำต้นแบบภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
จากการมุ่งแก้ปัญหารวมทั้งเพิ่มมูลค่ายางพารา ส่งผลให้ผลงานวิจัยดังกล่าวได้รับ รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2553 จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมีพิธีมอบรางวัลจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี งานวันนักประดิษฐ์ ที่กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 2-5 กุมภาพันธ์ 2554 ณ อิมแพค เมืองทองธานี
ส่วน เกษตรกรหรือหน่วยงานใดที่สนใจการใช้น้ำยางครีมมิ่งปูพื้นสระ สามารถติดต่อได้ที่โทร.0–7333–3048, 0–7331–3930–50 ต่อ 1800 ในวันและเวลาราชการ ซึ่งทีมวิจัยได้จัดรถโมบายยูนิตเคลื่อนที่ไว้ เร็ววันนี้จะมุ่งสู่พื้นที่จังหวัดอุดรธานีและขอนแก่น.
เพ็ญพิชญา เตียว
กรมพัฒนาที่ดินทำโครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อช่วยเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต…
นาย ศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยว่า ได้มอบนโยบายให้กรมพัฒนาที่ดินทำโครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลด การใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อช่วยเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้ง ไว้ไม่ต่ำกว่า 10% และการเพิ่มรายได้อีก 10% ทั้งนี้ เนื่องจากต้นทุนการผลิตของเกษตรกรส่วนใหญ่อยู่ที่ปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตรที่มีราคาผันผวนตามราคาน้ำมันเชื้อ เพลิง
โครงการดังกล่าวจะมุ่งเน้นการส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตปุ๋ย อินทรีย์ไว้ใช้เอง โดยใช้วัสดุเหลือใช้จากภาคเกษตรและในครัวเรือนเป็นการพึ่งพาตนเองมากขึ้นและ ลดการพึ่งพาสารเคมีทางการเกษตร ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินได้คิดค้นนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ สารเร่งซุปเปอร์ พด.ต่างๆ ตลอดจนปุ๋ยอินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสามารถนำไปใช้ในพื้นที่เกษตรได้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้แล้วที่สำคัญปุ๋ยอินทรีย์ยังช่วยปรับปรุง ดินให้คืนความอุดมสมบูรณ์ สามารถใช้ประโยชน์ในการเกษตรได้อย่างยั่งยืนด้วย
“ปัจจุบัน กรมพัฒนาที่ดินมีเครือข่ายหมอดินอาสาอยู่กว่า 78,000 รายทั่วประเทศ ซึ่งล้วนแต่เป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องของการพัฒนาที่ดินทุก แขนง สามารถช่วยเหลือเพื่อนเกษตรกรที่มีปัญหาได้ ดังนั้น หากเกษตรกรที่มีปัญหาเกี่ยวกับดินหรือต้องการจะหันมาพึ่งพาสารอินทรีย์ลดการ ใช้สารเคมีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถติดต่อได้ที่หมอดินอาสาใกล้บ้าน” นายศุภชัยกล่าว.
สวนดุสิตโพล เผยประชาชน ส่วนใหญ่ร้อยละ 66.29 ไม่เห็นด้วยกับการชั่งกิโลไข่ขาย ชี้ยุ่งยากเกินไป แนะแก้ปัญหาที่ต้นทุนการผลิตมากกว่า…
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ทำการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล กรณี ไข่ชั่งกิโล ตามนโยบายของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จำนวนทั้งสิ้น 1,262 คน ระหว่างวันที่ 20-22 มกราคม 2554 สรุปผลได้ดังนี้ เมื่อถามว่า ประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับกรณีการขายไข่ชั่งกิโล ร้อยละ 44.38 เห็นว่าเป็นข่าวที่ทุกคนพูดถึง และ สนใจติดตาม เนื่องจากไข่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำอาหาร และ ขนม ร้อยละ 25.43 เห็นว่า มี ทั้งข้อดี-ข้อเสีย คงต้องรอดูผลจากการทดลองขายไข่ก่อน 3 เดือน ว่าเป็นอย่างไร และร้อยละ 22.78 คิดว่า สร้างความยุ่งยากแก่ผู้ซื้อและผู้ขาย / ผู้เลี้ยงไก่รายใหญ่ได้รับประโยชน์มากกว่า
เมื่อถามว่า ประชาชนคิดว่า การขายไข่ชั่งกิโล มีข้อดี – ข้อเสีย อย่างไร พบว่า ร้อยละ 47.54 คิดว่า มีข้อดี เพราะช่วยลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการคัดแยกไข่ ร้อยละ 28.11 เห็นว่า ผู้บริโภคซื้อไข่ได้ในราคาถูก มีมาตรฐานเดียวกัน และ ร้อยละ 24.35 เห็นว่า ได้ไข่ที่มีขนาดเล็กใหญ่คละกันไป ขณะที่ ร้อยละ 43.31 เห็นว่า มีข้อเสีย สร้างความยุ่งยากให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ร้อยละ 40.09 เกรงว่าผู้ซื้ออาจถูกพ่อค้า แม่ค้าโกงตาชั่ง และ ร้อยละ 16.60 มีปัญหาในการคิดเงินกรณีไข่ไม่ถึงกิโลหรือเกินกิโล
เมื่อเปรียบเทียบ ระหว่าง ข้อดี – ข้อเสีย ของการขายไข่ชั่งกิโล พบว่า ร้อยละ 56.63 เห็นว่า ข้อเสียมากกว่าข้อดี เพราะไม่สามารถแยกซื้อไข่แบบเป็นฟองได้ ส่งผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อย ผู้ซื้ออาจถูกโกงตาชั่ง ฯลฯ ส่วนร้อยละ 29.52 ข้อดี-ข้อเสียพอๆ กัน เพราะเป็นนโยบายที่รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ต่างพิจารณาเห็นชอบร่วมกัน แต่ในทางปฏิบัติยังมีปัญหาอยู่ ฯลฯ และ ร้อยละ 13.85 เห็นว่า ข้อดีมากกว่า เพราะช่วยลดขั้นตอน ลดต้นทุนในการคัดแยกไข่ ซื้อไข่ได้ในราคาที่ถูกลง มีมาตรฐานในการขายเหมือนกันทุกพื้นที่ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า ประชาชนเห็นด้วยกับการขายไข่ชั่งกิโลหรือไม่ ร้อยละ 66.29 ไม่เห็นด้วย เพราะซื้อแบบเดิมดีอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่ยุ่งยากเกินไป ควรแก้ปัญหาที่ต้นทุนการผลิตมากกว่า ฯลฯ ขณะที่ ร้อยละ 21.65 ไม่แน่ใจ เพราะเป็นแค่เพียงการทดลองขายเบื้องต้น ยังไม่ได้บังคับใช้แต่อย่างใด ยังไม่รู้ว่าใครจะได้ประโยชน์จริง ฯลฯ ส่วน ร้อยละ 12.06 เห็นด้วย เพราะ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อไข่ สร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ซื้อและผู้ขายฯลฯ
เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2553….สหภาพยุโรปเริ่มบังคับใช้กฎระเบียบว่าด้วยการเพิ่มระดับการควบคุม สินค้าอาหารและอาหารสัตว์ นำเข้าที่ไม่ได้มีแหล่งกำเนิดมาจากสัตว์
ทั้งนี้ เนื่องจากมี รายงานการตรวจพบสารกำจัดศัตรูพืชกลุ่มออแกโนฟอสเฟต ตกค้างกับ ถั่วฝักยาว มะเขือ และ พืชตระกูลกะหล่ำ
ปฏิบัติ การ ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าผักสด แทบจะทั้งหมด (โดย เฉพาะ 3 ชนิด) เนื่องจาก สินค้าถูกด่านของสหภาพยุโรปกักรอการตรวจ สอบ เอกสารและวิเคราะห์ผลทางห้องปฏิบัติการ….ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา 3 ถึง 5 วัน
ทำให้เกิดความล่าช้าในการจัดส่งสินค้าให้แก่ร้านค้าปลีก อีกทั้งผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบเพิ่มขึ้น…
…การ ตรวจเข้มพบว่า ยังมีสารตกค้างในพืช 3 ชนิด อัตราเดิมคือ 50 เปอร์เซ็นต์ และโดยเฉลี่ยยังมีสารตกค้างในผักไทยประมาณ 17 ถึง 18 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกัน ยังตรวจพบ เชื้อจุลินทรีย์ซัลโมเนลลา ปนเปื้อนไปกับ ผักสมุนไพร เข้าไปด้วย….สหภาพยุโรปจึงได้ทบทวนและ ออกมาตรการในการนำเข้าผักและพืชสมุนไพรจากไทย เพิ่มขึ้น
จึงทำ ให้…กะเพรา โหระพา สะระแหน่ ติดร่างแหไปด้วย เพราะการสุ่มตรวจผักชีไทย กะเพรา โหระพา 20 เปอร์เซ็นต์พบสารตกค้างเกินมาตรฐาน และในกลุ่มเดียวกันนี้ กะเพรา โหระพา สะระแหน่ 10 เปอร์เซ็นต์ ปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ซัลโมเนลลา
กับ ความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก…ไทยก็ได้เจรจากับหน่วยงาน Health and Consumer (DG-SANCO) ของสหภาพยุโรปแล้ว ไม่สามารถผ่อนผันการห้ามนำเข้าสินค้าพืชผักทั้ง 16 ชนิดของไทยได้
(….การ ส่งออกสินค้าพืชไปยังสหภาพยุโรปต้องผ่านขั้นตอนการตรวจรับรองโดยหน่วยงาน National Plant Protection Organization (NPPO) หน่วยงานที่รับผิดชอบของไทยคือ กรมวิชาการเกษตร ต้องตรวจสอบและออกใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate)…)
นายจิรากร โกศัยเสวี
นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร จึงประกาศ ห้ามส่งออกพืช 5 กลุ่ม 16 ชนิดของไทยไปยังกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป เพื่อทำการ ปรับปรุงคุณภาพสุขอนามัยพืชให้ได้ มาตรฐาน ตามความต้องการของสหภาพยุโรปจนกว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ จึงจะส่งสินค้าออกให้กับผู้บริโภค…เป็นการ สร้างภูมิ และ ศักยภาพ ให้กับตนเอง (ดีกว่าปล่อยให้ลูกค้าคอยกดหัวสับโขก)
ขณะเดียว กัน…นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็มีหนังสืออย่างเป็นทางการแจ้งเรื่องการขอระงับการส่งออกชั่วคราว ถึง Commissioner, Health and Consumer Policy เป็นการยืนยันในเจตนารมณ์การพัฒนาและปรับรูปแบบของสินค้าพืชผักผลไม้ จะได้รับผลสำเร็จหรือไม่ ช้าหรือเร็ว…อยู่ที่การร่วมสะสางปัญหาอย่างจริงจัง และโปร่งใสของทุกภาคส่วนที่ข้องเกี่ยวของภายในประเทศ ไทยเราเอง
นายธีระ วงศ์สมุทร
ไทยไขก๊อก ในครั้งนี้…หน่วยงานต่างๆที่รับผิดชอบกับการนำเข้าของสหภาพยุโรป มีการจัดการประชุมเพื่อหารือกัน ในวันที่ 25 มกราคมนี้ (ขณะเขียนต้นฉบับนี้ยังไม่ได้ประชุม)…..ผลยังไม่ออกมา จะหัวหรือก้อยก็ยังไม่รู้…!!
…ปลาอานนท์ แม้จะตัวใหญ่ เจอไม้จิ้มฟัน ก็สะเทือนเช่นกัน…ในมุมกลับ เราเองก็ อย่าชะล่าใจ…!!
ปัญญา เจริญวงศ์