pic 120 ปี สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
120 ปี สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
และ
20 ปี รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล

วันนี้ (28 ธ.ค.) นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ศธ.เตรียมเสนอขอความเห็นชอบต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระสมัญญา “บิดาแห่งการอุดมศึกษาไทย” แด่ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ผู้มีพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นแก่การอุดมศึกษาของไทย เนื่องในโอกาสวันครบรอบ 120 ปี แห่งวันพระราชสมภพ (1 ม.ค. 2435) ในวันที่ 1 ม.ค.2555

สำหรับการน้อมเกล้าถวายพระสมัญญานี้ เป็นข้อเสนอของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และได้นำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ศธ.เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของ สกอ.ในการดำเนินการน้อมเกล้าฯ เพื่อขอพระราชทานถวายพระสมัญญา “บิดาแห่งการอุดมศึกษาไทย” แด่ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และก่อนหน้านี้ ที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) และคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้ให้ความเห็นชอบแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ศธ.ต้องนำเรื่องนี้เสนอขอความเห็นชอบจาก ครม.ก่อน โดยอาจเสนอเข้าสู่การพิจารณาของครม.ในการประชุมนัดแรกหลังปีใหม่

ทั้งนี้ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรฯ ทรงดำรงพระชนม์ชีพอันเป็นแบบอย่างของผู้ใฝ่ในการศึกษา ทรงเป็นหลักเริ่มต้นในการเจรจาความร่วมมือกับมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ นับเป็นประเด็นสำคัญที่ช่วยให้การอุดมศึกษาของไทยที่เริ่มก่อตั้งมาก่อนหน้านั้น ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนข้าราชการพลเรือน โรงเรียนราชแพทยาลัย ได้มีความเข้มแข็งในเชิงวิชาการ และมีความเป็นมาตรฐานในฐานะของมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพระดับสากล พระองค์ยังทรงเกี่ยวข้องกับวงการแพทย์ และวงการศึกษา รวมทั้งได้ประทานทรัพย์และทุนการศึกษาให้แก่วงการศึกษาเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเปี่ยมล้นด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู ทรงแสดงให้เห็นถึงหลักการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทรงดำริว่า “การศึกษาเป็นงานที่มีคนเป็นหัวใจ” ต้องเน้นคุณค่าของความเป็นครู ยึดคนเป็นหลัก โดยทรงมีความลึกซึ้งในปรัชญา และวิธีจัดการศึกษามหาวิทยาลัยในระดับสากล ทรงวางรูปแบบการบริหารจัดการในลักษณะที่เน้นการมีส่วนร่วม รวมทั้งได้นำเสนอหลักการ “ธรรมาภิบาล” ในการบริหารอุดมศึกษา และทรงมีความลึกซึ้งในงานวิจัย และการนำผลการวิจัยไปสู่การบริหารจัดการศึกษา

อย่างไรก็ตาม การถวายสมัญญานาม มิได้ขัดกับสมัญญานามด้านการศึกษาที่เคยมีผู้ถวายแด่พระองค์ ไม่ว่าจะเป็น “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนใหม่” “องค์บิดาแห่งการสาธารณสุขไทย” “บุคคลดีเด่นของโลกของยูเนสโก” แต่เป็นการเสริมเติมเต็มให้สมบูรณ์แบบ เพราะทั้งวิชาชีพแพทย์ และนักสาธารณสุขนั้น ล้วนเป็นผลสืบเนื่องจากการจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา และเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ของวงการอุดมศึกษาของไทยอย่างแท้จริง

ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9540000165525

Incoming search terms:

เรื่่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

No tags for this post.