เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 ม.ค.2553 ที่โรงแรมลาพาโลมา อ.เมืองพิษณุโลก ทางองค์การสวนยาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดโครงการ ประชุมคณะกรรมการเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตร สถาบันเกษตร ด้านยางพาราครบวงจร ภาคเหนือ พร้อมทั้งชี้แจงโครงการสนับสนุนสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางเพิ่มมูลค่า เพื่อแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ขึ้น เพื่อให้เครือข่ายผู้ปลูกยางพารา 15 จังหวัดเพื่อสามารถหาแนวทางการพัฒนายางพาราในพื้นที่ได้มีมาตรฐานมากยิ่ง ขึ้น และสามารถปรับราคายางพาราให้สูงขึ้นตาม พร้อมทั้งเป็นการชี้แจงแนวทางการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกร ที่ทางรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณไว้ 8,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือซื้อยางพารา ไว้เก็บสต๊อกและแปรรูปส่งออกอีกด้วย

นายปัณณวิชญ์ วงศ์สุวัฒน์ หน.สำนักผู้อำนวยการ องค์กรสวนยาง กล่าวว่า ปัจจุบันยางพารา ถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญอย่างมาก ในปี 2552 ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งประเทศ 16.7 ล้านไร่ มีพื้นที่สวนยางกรีดได้ 11.5 ล้านไร่ ให้ผลผลิต 3.2 ล้านตัน สำหรับภาคเหนือ 15 จังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกยางพารา ประมาณ 700,000 ไร่ เป็นสวนกรีดได้ 27,000 ไร่ ในปี 2551 ประเทศไทยขายยางพาราไปต่างประเทศเกือบ 3 ล้านตัน มีมูลค่าประมาณ 2.3 แสนล้านบาท แต่ปรากฏว่าช่วงปลายปี 2551 ถึงต้นปี 2552 ราคายางได้ตกต่ำ สร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรอย่างมาก ต่อมารัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินงานตามโครงการสนับสนุนสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางเพิ่มมูลค่าเพื่อแก้ไข ปัญหายางพาราตกต่ำ และได้อนุมัติงบประมาณ 8,000 ล้านบาท ให้ ธ.ก.ส.นำไปให้สถาบันเกษตรฯเข้าร่วมโครงการฯ กู้ในอัตราดอกเบี้ย 0% เพื่อซ้อยางจากสมาชิกแปรรูปและเก็บสต๊อก ประมาณ 200,000 ตัน จากนั้นราคาก็ได้ขยับราคาขึ้น จากเดิมพี่น้องเกษตรกร ขายยางแผ่นดิบได้ 30-40 บาทต่อกิโลกรัม เท่านั้น และสามารถขยับราคาขึ้นมาอีก อยู่ที่ กิโลกรัมละ 50- 55 บาท เป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายธรรมชาติ กำหนดไว้เบื้องต้นว่า ราคายางพาราคา ไม่ควรต่ำกว่ากิโลกรัมละ 80 บาท

และในปีงบประมาณ 2553 ทางองค์การสวนยาง ได้รับอนุมัติในหลักการให้กู้เงินจาก ธ.ก.ส. จำนวน 5,000 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ย 0 % ในการซื้อยางพาราของเกษตรกรฯ เพื่อนำไปเก็บสต๊อก และแปรรูป ไปขายให้กับต่างประเทศ มีเป้าหมายไว้ 120,000 ตันโดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำ ทำให้ทางองค์การสวนยาง ต้องจัดการประชุมเครือข่ายผู้ปลูกยางพาราใน 15 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อเตรียมพร้อมในการรับซื้อยางพาราของพี่น้องเกษตรกรดังกล่าว

พันเอก(พิเศษ) สราวุธ จันทโณ ประธานเครือข่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านยางพาราครบวงจรจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ตามการสำรวจขององค์การสวนยางพิษณุโลกมีพื้นที่ปลูกยางประมาณ 1.3 แสนไร่ แต่คาดว่าที่ยังไม่ได้สำรวจรวมพื้นที่ปลูกรวมทั้งหมด 2 แสนไร่ มียางพาราที่กรีดได้แล้วประมาณ 5,000 ไร่ ให้ผลผลิต 2,000 ตันต่อปี ในพิษณุโลกมีปัญหาเรื่องการขายยาง เพราะปัจจุบันต้องขายให้พ่อค้าทั่วไป ราคาที่ได้ต่ำกว่าตลาดกลางที่จังหวัดสงขลาอยู่ประมาณกก.ละ 5-8 บาท เมื่อองค์การสวนยางมาดำเนินการโครงการนนี้ คาดว่าราคาขายในพิษณุโลกจะใกล้เคียงกับราคาตลาดกลางที่สงขลามาก รายได้เกษตรกรก็จะเพิ่มขึ้น คุณภาพชีวิตและครอบครัวของชาวสวนยางดีขึ้น

Incoming search terms:

เรื่่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

Tags: , ,