โดย สุรศักดิ์ ธรรมโม Siam Intelligence Unit

ปัจจุบัน ความกังวลในปัญหาภัยธรรมชาติได้เพิ่มระดับสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลกเผชิญกับภัยพิบัติของธรรมชาติต่อเนื่องกันในช่วง เกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เช่น พายุไซโคลนนาร์กิสถล่มประเทศพม่า และแผ่นดินไหวที่จีน ซึ่งทั้ง 2 เหตุการณ์มีผู้เสียชีวิตรวมกันมากกว่าหนึ่งแสนคน จำเลยหลักรายหนึ่งของ ภัยพิบัติธรรมชาติครั้งนี้ คือ “ปรากฏการณ์โลกร้อน” (Global Warming) นอกจากนี้ ในช่วง 2-3 เดือน ก่อนหน้านั้น ก็เกิดภาวะข้าวยากหมากแพงไปทั่วทั้งโลก โดยจำเลยหลักที่ถูกกล่าวโทษคือ “ปรากฏการณ์ โลกร้อน” ในฐานะที่เป็นเหตุให้ลมฟ้าอากาศแปรปรวนและก่อให้เกิดภาวะน้ำท่วม ภัยแล้ง พายุรูปแบบต่างๆ และส่งผลต่อเนื่องมาให้ผลผลิตข้าวและผลผลิตพืชผลการเกษตรอื่นๆแปรปรวนไปด้วย

ปรากฏการณ์โลกร้อนคืออะไร ในที่นี้ ผมอธิบายง่ายๆ โดยสรุปจาก wikipedia ภาคภาษาไทยว่า คือ ปรากฏการณ์การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศใกล้พื้นผิวโลกและน้ำใน มหาสมุทรในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) ของสหประชาชาติได้สรุปไว้ว่า “จาก การสังเกตการณ์การเพิ่มอุณหภูมิโดยเฉลี่ยของโลกที่เกิดขึ้นตั้งแต่กลาง คริสต์ศตวรรษที่ 20 (ประมาณตั้งแต่ พ.ศ. 2490) ค่อนข้างแน่ชัดว่าเกิดจากการเพิ่มความเข้มของแก๊สเรือนกระจกที่เกิดขึ้นโดย กิจกรรมของมนุษย์ที่เป็นผลในรูปของปรากฏการณ์เรือนกระจก” ดังนั้น จำเลยที่แท้จริงคือกิจกรรมของมนุษย์นี่เอง โดยเฉพาะกิจกรรมการผลิตภาคอุตสาหกรรม


อันที่จริง ชุมชนโลกเริ่มตื่นตัวจากภาวะโลกร้อนดังกล่าวพอสมควรนับตั้งแต่ปี 2549 ที่อดีต รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย อัล กอร์ ได้เดินสายปาฐกถาเรื่องปรากฏการณ์ดังกล่าวและออกภาพยนต์สารคดีเรื่อง “An Inconvenient Truth” ให้ชุมชนโลกตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวจนกระทั่งนายอัล กอร์ และคณะกรรมการ IPCC ของสหประชาชาติได้รับรางวัลโนเบลร่วมกันในสาขาสันติภาพประจำปี 2550 จากการกระตุ้นให้ชุมชนโลกเห็นว่า ปรากฏการณ์โลกร้อนเป็นปัญหาร่วมกันของชุมชนโลก ซึ่งส่งผลให้ชุมชนโลกมีความตื่นตัวพอสมควร ดังเช่นในกรณีของประเทศไทย เราก็ได้เห็นโครงการของภาครัฐและเอกชนที่กระตุ้นให้มีการใช้ถุงผ้าแทนถุง พลาสติก แต่นอกเหนือจากจิตสำนึกร่วมกันของชุมชนโลกในการลดภาวะโลกร้อนแล้ว ยังมีกลไกธุรกิจที่อาศัยแรงจูงใจทางผลตอบแทนของมนุษย์และหน่วยธุรกิจมาช่วย ลดภาวะโลกร้อนเช่นกัน โดย ส่วนตัว ผมเชื่อว่ากลไกดังกล่าวนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการลดภาวะโลกร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะสามารถหาจุด สมดุลของผลดีและผลเสียจากกิจกรรมการผลิตภาคอุตสาหกรรม กลไกดังกล่าวมีชื่อว่า “คาร์บอนเครดิต”

คาร์บอนเครดิต คือการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยประเทศพัฒนาแล้วจะเป็นผู้ซื้อสิทธิ ส่วนประเทศกำลังพัฒนาจะเป็นผู้ขายสิทธิ โดยคาร์บอนเครดิตเกิดขึ้นจากข้อตกลงพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) ซึ่งอยู่ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มี ภาคีทั้งหมด 191 ประเทศ และมีผลบังคับใช้เมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2548 โดยสาระสำคัญของพิธีสารเกียวโตคือประเทศพัฒนาแล้ว หรือประเทศผู้ซื้อคาร์บอนเครดิตที่เป็นภาคีพิธีสารเกียวโต จำนวน 41 ประเทศ มีพันธกรณีในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (อาทิ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน ก๊าซไนตรัสออกไซด์ เป็นต้น)ระหว่างปี 2551-2555 ให้ได้ร้อยละ 5.2 จากปริมาณการปล่อยในปี 2533 ซึ่งหากไม่สามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกตามปริมาณที่กำหนดจะต้องถูกปรับ โดยค่าปรับในกรณีของประเทศในกลุ่มสหภาพ ยุโรประหว่างปี 2551-2555 สูงถึง 100 ยูโร (ประมาณ 5,000 บาท) ต่อ 1 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ถ้าประเทศพัฒนาแล้วไม่ต้องการถูกปรับจะต้องซื้อสิทธิการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกจากประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งในส่วนนี้จะขยายความในย่อหน้าถัดไปและในแผนภาพที่ 2 ทั้งนี้ ภายใต้พิธีสารเกียวโต ประเทศกำลังพัฒนาหรือประเทศผู้ขายคาร์บอนเครดิต ที่เป็นภาคีพิธีสารเกียวโต จำนวน 150 ประเทศ เช่นประเทศไทยไม่มีพันธกรณีให้ลดปริมาณปล่อยก๊าซเรือนกระจกแต่สามารถช่วย ประเทศพัฒนาแล้วลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยการขายสิทธิการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกผ่าน กลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism หรือ CDM) (ดูรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ CDM ในแผนภาพที่ 1)
1x1.trans คาร์บอนเครดิต ธุรกิจลดโลกร้อน
แผนภาพที่ 1
ประเทศพัฒนาแล้วสามารถเข้ามาดำเนินการร่วมกับประเทศกำลังพัฒนาโดยการรับซื้อ สิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในปริมาณที่ประเทศพัฒนาแล้ว ปล่อยเกินกว่าข้อตกลงในพิธีสารเกียวโต โดยสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ประเทศกำลังพัฒนาสามารถขายได้ต้องเป็น ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้หลังเข้าโครงการ CDM และผ่านการตรวจวัดแล้วซึ่งจะถูกเรียกว่า Certified Emission Reduction (CERs) หรืออีกนัยหนึ่งคือ คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ซึ่งมีหน่วยเป็นตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และซื้อขายกันในตลาดคาร์บอน (Carbon Market) โดยตลาดดังกล่าว ประกอบไปด้วยผู้ซื้อ คือประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งถูกกำหนดให้ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผู้ขายคือประเทศกำลังพัฒนา (ดูรายละเอียดกลไกการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในแผนภาพที่ 2)
1x1.trans คาร์บอนเครดิต ธุรกิจลดโลกร้อน
แผนภาพที่ 2
ปัจจุบัน มูลค่าตลาดการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในตลาดโลกขยายตัวเร็วมากโดยในปี 2549 ขยายตัวถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2548 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์ สรอ.และขยายตัวเป็น 25,000 ล้านดอลลาร์สรอ.ในปี 2549 สำหรับประเทศไทย ธุรกิจคาร์บอนเครดิตนับเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจโดยเฉพาะธุรกิจเอกชนที่ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมาก เช่น ธุรกิจโรงไฟฟ้า ธุรกิจโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง โรงงานน้ำตาล เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบัน ภาครัฐเริ่มมาสนับสนุนมากขึ้นโดยได้มีการจัดตั้งองค์การบริหารจัดการก๊าซ เรือนกระจก (อบก.) เพื่อรับรองโครงการ CDM และสนับสนุนการพัฒนาโครงการ สำหรับในส่วนของการลงทุนนั้น เอกชนมีทางเลือกในการลงทุนอย่างน้อย 2 รูปแบบ คือ 1) การลงทุนด้วยตนเอง กล่าวคือเอกชนไทยลงทุนปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก ด้วยตนเอง 2) การร่วมทุน ซึ่งรูปแบบนี้เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทย (SMEs) ที่มีเงินลงทุนต่ำและมีความรู้ในด้านนี้เล็กน้อย โดยรูปแบบการร่วมทุนมีหลายประเภท เช่นการร่วมทุนกับรัฐบาลประเทศในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว หรือร่วมทุนกับกองทุนที่เกิดจากการรวมตัวกันของรัฐบาลหรือกลุ่มทุนเอกชนใน ประเทศพัฒนาแล้วที่ต้องการคาร์บอนเครดิต รวมทั้งการร่วมทุนกับบริษัทจัดการพลังงาน (Energy Service Company:ESCO) อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการดำเนินงานสำหรับการเข้าร่วมโครงการ CDM ค่อนข้างสูง โดยอยู่ที่ประมาณ 4.5-6.5 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายลงทุนเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ลดก๊าซเรือนกระจกอาจ จะสูงกว่านี้มากส่งผลให้ภาคธุรกิจที่จะลงทุนด้วยตนเองต้องประเมินความคุ้ม ค่าของการลงทุนด้วยความระมัดระวังการที่ค่าปรับสำหรับประเทศพัฒนาแล้วที่ไม่สามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกใน ปริมาณที่กำหนดมีมูลค่าสูงมากถึงประมาณตันละ 5,000 บาทต่อตันคาร์บอนฯ เทียบกับราคาขายคาร์บอนเครดิตที่ประมาณ 854 บาท ต่อตันคาร์บอนฯ (ประเมินจากราคาขายคาร์บอนฯ ล่วงหน้าเฉลี่ยของปี 2551-2552 อยู่ที่ 17-17.35 ยูโรต่อ 1 ตันคาร์บอนฯ) ทำให้แนวโน้มราคาขายคาร์บอนเครดิตมีโอกาสจะปรับตัวสูงขึ้นไปกว่านี้ ซึ่งเป็นแรงจูงใจ ให้เอกชนและรัฐบาลประเทศพัฒนาแล้วแสวงหาความร่วมมือกับธุรกิจเอกชนไทยผ่าน กลไก CDM มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นความเสี่ยงจากการดำเนินโครงการ CDM ที่ต้องจับตามองดังนี้ การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบในโครงการ CDM ความล่าช้าของหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลโครงการ ความผันผวนของราคาซื้อขายคาร์บอนเครดิต มูลค่าการลงทุนในโครงการ CDM ที่สูงเนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้นค่อนข้างมาก นอกจากนี้ ข้อตกลงใหม่ที่จะมาแทนพิธีสารเกียวโตอาจจะกำหนดให้ประเทศไทยต้องลดปริมาณการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงเช่นเดียวกับประเทศพัฒนาแล้วซึ่งจะส่งผลกระทบให้ ประเทศไทยมีต้นทุนสูงในการพัฒนาอุตสาหกรรมเพราะอาจจะต้องเป็นผู้ซื้อคาร์บอน เครดิตในอนาคต

กล่าวโดยสรุป ธุรกิจคาร์บอนเครดิต เป็นกลไกที่ตอบสนองต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมโลกผ่านกลไกที่มี แรงจูงใจด้วยผลตอบแทนทางการเงิน โดยเฉพาะกลไก CDM ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาให้มีความตื่นตัวในปัญหาภาวะโลกร้อน และส่งเสริมให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในส่วนของภาคธุรกิจ การเข้าร่วมโครงการดังกล่าวไม่เพียงแต่จะได้ผลตอบแทนทางการเงินเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรในการที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วย แก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน

Incoming search terms:

เรื่่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

  • ส่งออกผลไม้ไทยตีตลาดจีน (0)
    ผลไม้เมืองร้อนไทย สยายปีกตีตลาดจีน สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญของไทย โดยมีมูลค่าส่งออกสูงถึง 200,000 ล้านบาทต่อปี และมีสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำป...
  • วิธีเพาะเห็ดในสวนยาง , สวนปาล์ม (0)
    การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย ในช่วงฤดูร้อน เราจะมีเห็ดฟางที่เหลือจากการทำนาเป็นจำนวนมาก เรามีปัญหาเกษตรไม่น้อยที่มีรายได้ไม่เพียงพอ เรามีเกษตรที่เผาฟางทิ้งไป ดังนั้นเราจึงมีการดำเนินการใช้ทรัพยากรท...
  • เกษตรอินทรีย์ (2)
    เกษตรอินทรีย์ หนทางรอดของเกษตรกรยุคนี้ ครั้งอดีต เกษตรกรของไทยไม่จำเป็นต้องอาศัยปุ๋ยเคมีหรือสารเคมีทางการเกษตรในการเพาะ ปลูก เนื่องจากสภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ จนกระทั่งมีการกล่าวขานว่าในน้ำมี...
  • เกษตรอินทรีย์ (0)
    ยุคนี้ต้องเกษตรอินทรีย์ ปีนี้จากการคาดคะเนจากหลายๆ ฝ่าย ต่างมองไปในทางเดียวกันว่าพิษเศรษฐกิจโลกที่กำลังตกต่ำนั้นมันช่างสาหัสนัก ผลกระทบที่เห็นชัดในตอนนี้คือจะทำให้ภาคแรงงานถูกเลิกจ้างจำนวนมหา...
  • แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง (1)
    ตลอดเวลากว่า 30 ปี นับตั้งแต่ปี 2517 เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยต่อสถานการณ์และปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนไทยในยุคโลกาภิวัตน์ จนกระทั่งเข้าสู่ห้วงเวลาที...
  • รวมอาชีพเกษตรกรรม ทำง่ายรายได้งาม ปี 2551 (2)
    ผล จากการสำรวจเกษตรกรและผู้สนใจ ที่สนใจในอาชีพเกษตรกรรมทั่วประเทศ พบว่างานเกษตรกรรมที่ทำง่าย ๆ และ สร้างรายได้เร็วนั้นมักจะได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ ด้วยเหตุผลว่ามีการลงทุนน้อย, ใช้พื้นที่ไม่มาก,...
  • การส่งเสริมการเกษตรยั่งยืนในประเทศอินเดีย (0)
    ส่งเสริมเกษตรยั่งยืน ในอินเดีย D.AMUTHA.MA.MPHIL, ASST.PROFESSOR ในทางเศรษฐศาสตร์ ST.MARY'S COLLEGE (ในกำกับของรัฐ) TUTICORIN amuthajoe@gmail.com บทนำ ภาคการเกษตรทั่วโลกม...
  • เปิดโมเดล”เจริญ”รุกเกษตร งัดสต๊อกที่ดินแสนไร่ปลูก”ยาง-อ้อย-ข้าว-ปาล์มน้ำมัน” (0)
    เปิดโมเดล”เจริญ”รุกเกษตร งัดสต๊อกที่ดินแสนไร่ปลูก”ยาง-อ้อย-ข้าว-ปาล์มน้ำมัน” เปิด ตัวธุรกิจ Plantation สวนเกษตรกรรมขนาดใหญ่ของเจ้าสัวเจริญในนาม บริษัท เทอราโกร จากการต่อยอดพัฒนาที่ดินในเครือที...
  • จอกหูหนูยักษ์ (0)
    จอกหูหนูยักษ์ สวยแต่มีภัย จอกหูหนูยักษ์ มีถิ่นกำเนิดในแถบร้อนทวีปอเมริกา เป็นวัชพืชที่เป็นภัยร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่งของโลก และระบาดไปทุกทวีปทั่วโลก ได้แพร่เข้ามาในเอเชียครั้งแรกเมื่อประมาณปี พ...
  • ส่งออกผลไม้ไทยตีตลาดจีน (0)
    ผลไม้เมืองร้อนไทย สยายปีกตีตลาดจีน สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญของไทย โดยมีมูลค่าส่งออกสูงถึง 200,000 ล้านบาทต่อปี และมีสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะห...
  • โครงการใช้นกแสกควบคุมประชากรหนูในสวนปาล์มน้ำมัน (0)
    นกแสกนักปราบหนูมือหนึ่งในสวนปาล์มน้ำมัน โครงการใช้นกแสกควบคุมประชากรหนูในสวนปาล์มน้ำมัน หนู เป็นศัตรูพืชสำคัญที่สร้างความเสียหายให้กับสวนปาล์มน้ำมันทุกระยะ โดย หนูพุกใหญ่ และ หนูนาใหญ่ มัก...
  • การจัดการดินและปุ๋ย (0)
    เมื่อปีที่ผ่านมา สถานการณ์ปุ๋ยเคมีมีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างมาก จนทำให้เกษตรกรเดือดร้อนกันถ้วนหน้า เพราะต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การที่ปุ๋ยเคมีแพงขึ้นครั้งนั้นไม...
  • ระวังปุ๋ยปลอม (0)
    ระวัง ปุ๋ยปลอม เกลื่อนช่วงฤดูเพาะปลูก นาย สมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร แจ้งเตือนว่า ช่วงฤดูเพาะปลูกปี 2552 นี้ เกษตรกรผู้ปลูกพืชทั่วประเทศจำเป็นต้องระมัดระวังในการเลือกซื้อปุ๋ยมา...
  • เห็ดฟางกองเตี้ย (2)
    การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ยในระหว่างการพักโรงเรือน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลารอเพาะเห็ดรุ่นต่อไปก็ควรจะทำการเพาะเห็ดแบบกองเตี้ยในพื้นที่ดอนที่น้ำไม่ท่วมขัง ...
  • วิธีเพาะเห็ดในสวนยาง , สวนปาล์ม (0)
    นางบุญ น้อย  อินทร์นิมิตร แกนนำเกษตรกรในพื้นที่ ม.4 ต.ท้ายสำเภา อ.พระ พรหม จ.นครศรีฯ ได้มีการรวมกลุ่มกันจัดทำโครงการ “เพาะเห็ดทะลายปาล์ม” ขึ้น มา เพื่อเป็นอาชีพเสริมให้กับครอบครัวและสมาชิกในชุมชน และ ...