เกษตรออนไลน์

ทุก ๆ เรื่องเกี่ยวกับการเกษตร

งานเกษตรเทรดแฟร์ 2555 , งานเกษตรแฟร์ 2555

 

pictreadfair งานเกษตรเทรดแฟร์ 2555 , งานเกษตรแฟร์ 2555

Tags: , , , , , , , , , ,

ธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับพืช

ธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับพืช
พืชมีความต้องการธาตุอาหารต่าง ๆ เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต ซึ่งธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชจะมีอยู่ด้วยกัน 16 ธาตุ คือ คาร์บอน, ไฮโดรเจน, ออกซิเจน, ไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส, โปแตสเซียม, แมกนีเซียม, กำมะถัน, แคลเซียม, เหล็ก, แมงกานีส, สังกะสี, ทองแดง, โบรอน, โมลิบดีนัม และคลอรีน โดยธาตุคาร์บอน, ไฮโดรเจน และออกซเจน พืชได้จากน้ำและอากาศ ส่วนที่เหลืออีก 13 ธาตุ แบ่งออกเป็นธาตุหลัก 6 ธาตุ และธาตุอาหารเสริม 7 ธาตุ ดังนี้

ธาตุหลัก 6 ธาตุ ที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช และพืชต้องการในปริมาณที่มากจากดินคือ ไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส, โปแตสเซียม, แมกนีเซียม, กำมะถัน, แคลเซียม
ธาตุอาหารเสริม 7 ธาตุ ที่พืชใช้ในปริมาณที่น้อง แต่พืชจะขาดธาตุเหล่านี้ไม่ได้เช่นกัน คือ เหล็ก, แมงกานีส, สังกะสี, ทองแดง, โบรอน, โมลิบดีนัม และคลอรีน
ปกติแล้วธาตุอาหารเหล่านี้จะมีอยู่ในดินอยู่แล้ว แต่ในปริมาณที่น้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของพืช ดังนั้นเราจึงต้องมีการเสริมธาตุในดินทดแทน
เมื่อเราทราบถึงความต้องการของพืชว่าต้องการธาตุต่าง ๆ เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตแล้ว เรามาดูถึงหน้าที่และความสำคัญของธาตุต่าง ๆ กันดีกว่า

ธาตุไนโตรเจน
หน้าที่และความสำคัญต่อต้นพืช
- ช่วยทำให้พืชตัวตัวได้เร็วในระยะแรกของการเจริญเติบโต
- ช่วยเสริมใบและลำต้นให้มีสีเขียวเข้ม และช่วยเพิ่มปริมาณโปรตีนให้แก่พืชที่ใช้เป็นพืชอาหาร เช่น ข้าวหรือหญ้าเลี้ยงสัตว์
- ช่วยในเรื่องควบคุมการออกดอกออกผลของพืช ช่วยเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้น โดยเฉพาะพืชที่ให้ผลและเมล็ด
อาการของพืชที่ขาดธาตุไนโตรเจน
ใบจะเหลืองผิดปกติจากใบล่างไปสู่ยอด ลำต้นจะผอม กิ่งก้านลีบเล็ก และมีใบน้อย พืชบางชนิดอาจจะมีลำต้นสีเหลือง หรืออาจจะมีสีชมพูเจือปนด้วย ใบพืชที่มีสีเหลือง ปลายใบและขอบใบจะค่อย ๆ แห้งและลุกลามเข้ามาเรื่อย ๆ จนใบร่วงจากลำต้นก่อนกำหนด พืชจะไม่เติบโต หรือโตช้ามาก
ธาตุฟอสฟอรัส
หน้าที่และความสำคัญต่อต้นพืช
- ช่วยให้ราดดึงดูดโปแตสเซียมเข้ามาใช้เป็นประโยช์ได้มากขึ้น
- ช่วยแก้ผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากพืชได้รับไนโตรเจนมากเกินไป
- ส่งเสริมการเจริญเติบโตของรากฝอยและรากแขนงในระยะแรกของการเจริญเติบโต
- ช่วยเร่งให้พืชแก่เร็ว ช่วนในการออกดอก และสร้างเมล็ดของพืช
- เพิ่มความต้านทานต่อโรคบางชนิด ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดี
- ทำให้ลำต้นของพืชจำพวกข้างแข็งขึ้นไม่ล้มง่าย
อาการของพืชที่ขาดธาตุฟอสฟอรัส
- พืชจะชะงักการเจริญเติบโต ต้นแคระแกรน พืชบางชนิดอาจจะมีลำต้นบิดเป็นเกลียว เนื้อไม้จะแข็ง แต่เปราะและหักง่าย
- รากจะเจริญเติบโตและแพร่กระจายลงในดินช้างกว่าที่ควร ดอกและผลที่ออกมาไม่สมบูรณ์ หรือบางครั้งอาจหลุดร่วงไป หรืออาจมีขนาดเล็ก
- พืชจำนวกลำต้นอวบน้ำหรือลำต้นอ่อน ๆ จะล้มง่าย
- ใบแก่จะเปลี่ยนสีหรือพืชบางชนิดใบจะเป็นสีม่วง
- อาการจะเกิดขึ้นกับใบล่าง ๆ ของต้นขึ้นไปหายอด

ธาตุโปแตสเซียม
หน้าที่และความสำคัญต่อต้นพืช
- ส่งเสริมการเจริญเติบโตของราก ทำให้รากดูดน้ำได้ดีขึ้น
- มีความจำเป็นต่อการสร้างเนื้อของผลไม้ให้มีคุณภาพดี
- ทำให้พืชมีคามต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศ
- ทำให้พืชมีความต้านทานต่อโรคต่าง ๆ
- ช่วยป้องกันผลเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับพืช เนื่องจากการได้รับไนโตรเจนและฟอสฟอรัสเมากเกินไป
- ช่วยเพิ่มคุณภาพของพืชผักและผลไม้ โดยทำให้พืชมีสีสัน ขนาด ความหวาน และคงทนต่อสภาวะแวดล้อมได้
อาการของพืชที่ขาดธาตุโปแตสเซียม
- ขอบใบเหลือง และกลายเป็นสีน้ำตาล โดยเริ่มต้นจากปลายใบเข้าส่งกลางใบ ส่วนที่เป็นสีน้ำตาลจะแห้งเหี่ยวไป จะเกิดจากใบล่างก่อน แล้วจึงค่อย ๆ ลามขึ้นข้างบน พืชที่เห็นชัดคือข้าวโพด
- ทำให้ผลผลิตตกต่ำ พืชจำนวกธัญพืชจะทำให้เมล็ดลีบ มีน้ำหนักเบา พืชหัวจะมีแป้งน้อยและน้ำมาก ข้าวโพดจะมีเมล็ดไม่เต็มฝัก ฝักจะเล็กมีรูปร่างผิดปกติ ใบยาสูบมีคุณภาพต่ำ ติดไฟยาก กลิ่นไม่ดี พืชจำพวกฝ้ายใบจะมีสำน้ำตาลปนแดง สมอฝ้ายที่เกิดขึ้นจะไม่อ้าเต็มที่เมื่อแก่

ธาตุแคลเซียม
เป็นธาตุที่ต้นพืชนำไปใช้เพื่อการเจริญเติบโตในตัวพืช ช่วยส่งเสริมการนำธาตุไนโตรเจนจากดินมาใช้เห้เป็นประโยชน์มากขึ้น ในระยะออกดอกและระยะที่สร้างเมล็ดพืชจะมีความจำเป็นมาก เพราะธาตุแคลเซียมจะมีส่วนในการเคลื่อนย้ายและเก็บรักษาคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนในพืช เพื่อนำไปใช้ในการสร้างผลและเมล็ดต่อไป
อาการของพืชที่ขาดแคลเซียมจะพบมากในบริเวณยอด และปลายราก ยอดอ่อนจะแห้งตาย และใบจะมีการการม้วนงอไปข้างหน้าและขาดเป็นริ้ว ๆ ซึ่งจะเกิดที่ใบอ่อนก่อน แก้ไขโดยการใส่ปูนขาว หินปูนบด หินปูนเผา เพื่อปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของดิน หรือการใส่ปุ๋ยคอกบำรุงดิน
ธาตุกำมะถัน
กำมะถันมีความจำเป็นต่อการสร้างโปรตีนพืช เป็นองค์ประกอบของวิตามินบางตัวที่มีผลทางอ้อมต่อการสร้างสีเขียวของพืช ซึ่งจะช่วยให้เกิดการหายใจและการปรุงอาหารพืช
พืชที่ขาดกำมะถันจะมีเสียเขียวอ่อน หรือเหลืองคล้าย ๆ อาการขาดไนโตรเจน ใบขนาดเล็กลง ยอดของพืชจะชะงักการเจริญเติบโต ลำต้นและกิ่งก้านลีบเล็ก อาการขาดธาตุกำมะถันจะมีอาการแตกต่างจากขาดธาตุไนโตรเจน คือจะปรากฏที่ยอดอ่อนก่อน ส่วนใบล่างยังคงปกติ ถ้าอาการรุนแรงใบล่างก็จะมีอาการด้วยเช่นกัน ซึ่งจะตรงข้ามกับอาการของการขาดไนโตรเจน จะแสดงอาการที่ใบล่างก่อน
ดินที่มักพบเสมอว่าขาดธาตุกำมะถันคือ ดินทราย ซึ่งมีอินทรีย์วัตถุน้อย การเพิ่มกำมะถันในดิน นอกจากจะมีการใส่กำมะถันผงโดยตรงแล้ว การใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยพืชสด ก็เป็นวิธีการแก้ปัญหาการขาดธาตุกำมะถันในดินได้เช่นกัน แต่ข้อควรระวังในการใส่กำมะถันก็คืน หากใส่มากเกินความจำเป็นจะทำให้ดินเป็นกรดได้

ธาตุแมกนีเซ๊ยม
เป็นองค์ประกอบของส่วนที่เป็นสีเขีย ทั้งที่ใบและส่วนอื่น ๆ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างอาหารและโปรตีนพืช
อาการขาดแมกนีเซียมจะสั่งเกตได้จาบใบพืช ที่เหลืองซีดบริเวณเส้นกลางใบที่อยู่ใกล้กับผล ถ้าหากอาการขาดรุ่นแรงใบแก่จะมีอาการมากกว่าใบอ่อน
การขาดธาตุแมกนีเซียม จะทำให้ผลผลิตลดน้อยลงและต้นพืชทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสาเหตุที่พืชขาดธาตุแมกนีเซียมนั้น เพราะปริมาณแมกนีเซียมที่อยู่ในดินถูกชะล้างลึกลงไปเกินกว่าที่รากพืชจะดึงดูดมาใช้ได้ และการที่มีปริมาณโปแตสเซียมสะสมในดินมากเกินไปก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่สำคัญ
การแก้ไข สามารถทำได้โดยการปรับปรุงสภาพดิน ความเป็นกรด ด่างของดินให้เหมาะสมต่อการดูดเข้าไปใช้ของพืช และมีการใช้ปุ๋ยโปแตสเซียมที่พอเหมาะ ที่สำคัญก็คือ การฉีดพ่นทางใบด้วยธาตุอาหารเสริม ซึ่งมีธาตุแมกนีเซียมในรูปที่พืชสามารถนำปใช้ได้ทันที

ธาตุเหล็ก
ธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบของโปรตีน และมีบทบาทสำคัญในการปรุงอาหารของพืช ช่วยกระตุ้นให้การหายใจและการปรุงอาหารของพืชเป็นไปอย่างสมบูรณ์
อาการขาดธาตุเหล็กจะแสดงออกทั้งทางใบและทางผล อาการเริ่มแรกจะสังเกตพบว่าใบอ่อนบริเวณเส้นใบยังคงมีคามเขียว แต่พื้นใบจะเริ่มเหลืองซีด ส่วนใบแก่ยังคงมีอาการปกติ ระยะต่อมาจะเหลืองซีดทั้งใบ ขนาดใบจะเล็กลงกว่าปกติและจะร่วงไปก่อนใบแก่เต็มที่ กิ่งแห้งตาย ส่วนอาการที่เกิดขึ้นกับผลผลิตคือผลผลิตจะลดลง ขนาดของผลเล็กและผิวไม่สวย ผิวเรียบและเกรียม การขาดธาตุเหล็กยังมีผลต่อการนเจริญของยอดอ่อนด้วย
การแก้ไข ตามปกติช่งความเป็นกรด-ด่างของดินที่พืชสามารถนำธาตุเหล็กไปใช้ได้คือ ค่า pH ระหว่าง 5.5-5.6 แต่ถ้าค่า pH ต่ำกว่านี้ จะทำให้ปริมาณของธาตุเหล็กมีมากเกินไปจนก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพืชได้ ธาตุเหล็กจะไปตรึงธาตุฟอสฟอรัสไว้จนพืชไม่สามารถนำไปใช้ได้ การแก้ไขด้วยการฉีดพ่นธาตุอาหารเสริมทางใบ เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาการขาดธาตุเหล็กได้
ธาตุทองแดง
หน้าที่ของธาตุทองแดง มีผลต่อพืชโดยอ้อม ในการสร้างส่วนที่เป็นสีเขียวของพืช ช่วยเพิ่มโมเลกุลของคลอโรฟิลล์ และป้องกันการถูกทำลายส่วนสีเขียว นอกจากนี้ยังเป็นส่วนประกอบของน้ำย่อยในพืช ซึ่งมีผลต่อการปรุงอาหารยังผลต่อการเจริญเติบโตและการติดดอกออกผล
ธารุทองแดงยังช่วยให้ต้นพืชสามารถดูดเอาธาตุเหล็กที่อยู่ในดินนำมาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น
พืชที่ขาดธาตุทองแดงจะมีสีเขียวจัดผิดปกติ แล้วต่อมาจะค่อย ๆ เหลืองลง ๆ โดยแสดงอาการจะยอดลงมาถึงโคน อาการขาดธาตุทองแดงพบมากในเขตดินเปรี้ยว การใช้ปุ๋ยฟอสเฟตอาจช่วยได้ หรือฉีดพ่นด้วยธาตุอาหารเสริม (ที่มีทองแดงประกอบ) ทางใบ

ธาตุสังกะสี
สังกะสีมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนพืช กล่าวคือ พืชที่ขาดธาตุสังกะสีจะให้ปริมาณฮอร์โมน IAA ในตายอดลดลง ทำให้ตายอดและข้อปล้องไม่ขยาย ใบออกมาซ้อน ๆ กัน นอกจากนี้ยังมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำย่อยของพืชหลายชนิดในการสร้างอาหารและสังเคราะห์แสง จึงมีผลทางอ้อมในการสร้างส่วนสีเขียวของพืช
การแก้ไขที่และและให้ผลแน่นอนคือการฉีดพ่นทางใบ ด้วยธาตุอาหารเสริมที่มีธาตุสังกะสีเป็นองค์ประกอบ

ธาตุแมงกานีส
ธาตุนี้มีผลกระทบต่อใบ เนื่องจากมีบทบาทในการสั่งเคราะห์แสง เป็นตัวกระตุ้นการทำงานของน้ำย่อยในต้นพืช และยังควบคุมกิจกรรมของธาตุเหล็กและไนโตรเจนในต้นพืชอีกด้วย
พืชที่ขาดธาตุแมงกานีสใบจะออกสีเหลือง ๆ ส่วนเส้นใบจะเขียวอยู่ปกติ โดยเฉพาะใบอ่อนอาจเกิดเป็นจุดขาว ๆ หรือจุดเหลืองที่ใบ ต้นโตช้า ใบไม่สมบูรณ์ พุ่มต้นโปร่ง
พืชที่แสดงอาการขาดธาตุแมงกานีส ต้องฉีดพ่นเข้าทางใบด้วยธาตุอาหารเสริมที่มีองค์ประกอบของธาตุแมงกานีส

 

ธาตุโบรอน
มีบทบาทเกี่ยวข้องต่อการดูดดึงธาตุอาหารพืช ช่วยให้พืชดูดเอาธาตุแคลเซียมและไนโตรเจนไปใช้ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้พืชใช้ธาตุโปแตสเซียมได้มากขึ้น มีบทบาทในการสังเกคราะห์แสง การย่อยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และเพิ่มคุณภาพทั้งรสชาติ ขนาด และน้ำหนักของผล เพิ่มความสามารถในการเจริญเติบโต เพราะโบรอนจะควบคุมการดูดและคายน้ำของพืชในขบวนการปรุงอาหารอีกทางหนึ่ง
หากขาดธาตุโบรอน ส่วนที่จะแสดงอาการเริ่มแรกคืนยอดและใบ่อ่อน ส่วนที่ยอดและตายอดจะบิดงอ ใบอ่อนบางและโปร่งใสผิดปกติ เส้นกลางใบหนากร้าน และตกกระ มีสารเหนียว ๆ ออกมาตามเปลือกของลำต้น กิ่งก้านจะแลดูเหี่ยว ผลเล็กและแข็งผิดปกติ มีเปลือกหน้า บางทีผลแตกเป็นแผลได้
อาการขาดธาตุนี้จะเห็นเด่นชัดเมื่อต้นพืชกระทบแล้งหรือขาดน้ำมาก ๆ ควรทำการปรับปรุงดินอย่าให้เป็นกรด-ด่างมาก และควรฉีดพ่นอาหารเสริมทางใบที่มีองค์ประกอบของโบรอนด้วย

ธาตุโมลิบดินัม
บทบาทและหน้าที่ของธาตุโมลิบดินัมในพืชนั้น ทำให้การทำงานของธาตุไนโตรเจนในพืชสมบูรณ์ขึ้น นอกจากนี้ ยังจำเป็นสำหรับขบวนการสร้างสารสีเขียวและน้ำย่อยภายในพืชบางชนิดด้วย
พืชที่ขาดธาตุนี้ ที่ใบแจะเป็นจุดด่างเป็นด้วย ๆ ในขนะที่เส้นใบยังเขียวอยู่ ถ้าขาดธาตุนี้รุนแรง ใบจะม้วยเข้าข้างใน ลักษณะที่ปลายและขอบใบจะแห้ง ดอกร่วง และผลเคระแกรนไม่เติบโตเต็มที่

ธาตุคลอรีน
คอลรีนมีความสำคัญต่อขบวนการสังเคราะห์แสง มีผลทำให้พืชแก่เร็วขึ้น พืชที่ขาดธาตุคลอรีนใบจะซีด เหี่ยว และใบสีเหลืองบรอนซ์ ถ้ามีคลอรีนมากจำทำให้ของใบแห้ง ใบจะเหลืองก่อนกำหนด

No tags for this post.

ม. เกษตร ติดอันดับที่ 1 มหาวิทยาลัยไทย ด้าน Green University

 

ม. ติดอันดับที่ 1 มหาวิทยาลัยไทย ด้าน Green University

รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ติดอันดับที่ 1 ของมหาวิทยาลัยไทย และอันดับที่ 46 ของมหาวิทยาลัยโลก จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ซึ่งมหาวิทยาลัยแห่งอินโดนีเซีย (Universitas Indonesia, UI) ได้ดำเนินการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก เน้นที่การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน 5 ด้าน ได้แก่
1. ที่ตั้งและระบบสาธารณูปโภค 24%
2. พลังงานและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ 28%
3.การจัดการขยะ 15%
4. การใช้น้ำ 15%
5. และการขนส่ง 18%
ซึ่งดำเนินการจัดอันดับมหาวิทยาลัยขึ้นในปี 2010 เป็นปีแรก มีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมการจัดอันดับทั้งสิ้น 95 สถาบันจาก 35 ประเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เข้าร่วมจัดอันดับในปี 2011 โดยมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมทั้งสิ้น 178 สถาบันจาก 42 ประเทศ และยังมีมหาวิทยาลัยไทยติดอันดับอีก 5 มหาวิทยาลัยด้วย ซึ่งผลการจัดอันดับดังนี้


pic green KU2554 ม. เกษตร ติดอันดับที่ 1 มหาวิทยาลัยไทย ด้าน Green Universityที่มา : ประชาสัมพันธ์ มก. , 23 ธันวาคม 2554 

 

linenon ม. เกษตร ติดอันดับที่ 1 มหาวิทยาลัยไทย ด้าน Green University
Tags: , , , , , , , , ,

120 ปี สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

pic 120 ปี สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
120 ปี สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
และ
20 ปี รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล

วันนี้ (28 ธ.ค.) นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ศธ.เตรียมเสนอขอความเห็นชอบต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระสมัญญา “บิดาแห่งการอุดมศึกษาไทย” แด่ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ผู้มีพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นแก่การอุดมศึกษาของไทย เนื่องในโอกาสวันครบรอบ 120 ปี แห่งวันพระราชสมภพ (1 ม.ค. 2435) ในวันที่ 1 ม.ค.2555

สำหรับการน้อมเกล้าถวายพระสมัญญานี้ เป็นข้อเสนอของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และได้นำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ศธ.เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของ สกอ.ในการดำเนินการน้อมเกล้าฯ เพื่อขอพระราชทานถวายพระสมัญญา “บิดาแห่งการอุดมศึกษาไทย” แด่ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และก่อนหน้านี้ ที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) และคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้ให้ความเห็นชอบแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ศธ.ต้องนำเรื่องนี้เสนอขอความเห็นชอบจาก ครม.ก่อน โดยอาจเสนอเข้าสู่การพิจารณาของครม.ในการประชุมนัดแรกหลังปีใหม่

ทั้งนี้ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรฯ ทรงดำรงพระชนม์ชีพอันเป็นแบบอย่างของผู้ใฝ่ในการศึกษา ทรงเป็นหลักเริ่มต้นในการเจรจาความร่วมมือกับมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ นับเป็นประเด็นสำคัญที่ช่วยให้การอุดมศึกษาของไทยที่เริ่มก่อตั้งมาก่อนหน้านั้น ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนข้าราชการพลเรือน โรงเรียนราชแพทยาลัย ได้มีความเข้มแข็งในเชิงวิชาการ และมีความเป็นมาตรฐานในฐานะของมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพระดับสากล พระองค์ยังทรงเกี่ยวข้องกับวงการแพทย์ และวงการศึกษา รวมทั้งได้ประทานทรัพย์และทุนการศึกษาให้แก่วงการศึกษาเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเปี่ยมล้นด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู ทรงแสดงให้เห็นถึงหลักการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทรงดำริว่า “การศึกษาเป็นงานที่มีคนเป็นหัวใจ” ต้องเน้นคุณค่าของความเป็นครู ยึดคนเป็นหลัก โดยทรงมีความลึกซึ้งในปรัชญา และวิธีจัดการศึกษามหาวิทยาลัยในระดับสากล ทรงวางรูปแบบการบริหารจัดการในลักษณะที่เน้นการมีส่วนร่วม รวมทั้งได้นำเสนอหลักการ “ธรรมาภิบาล” ในการบริหารอุดมศึกษา และทรงมีความลึกซึ้งในงานวิจัย และการนำผลการวิจัยไปสู่การบริหารจัดการศึกษา

อย่างไรก็ตาม การถวายสมัญญานาม มิได้ขัดกับสมัญญานามด้านการศึกษาที่เคยมีผู้ถวายแด่พระองค์ ไม่ว่าจะเป็น “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนใหม่” “องค์บิดาแห่งการสาธารณสุขไทย” “บุคคลดีเด่นของโลกของยูเนสโก” แต่เป็นการเสริมเติมเต็มให้สมบูรณ์แบบ เพราะทั้งวิชาชีพแพทย์ และนักสาธารณสุขนั้น ล้วนเป็นผลสืบเนื่องจากการจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา และเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ของวงการอุดมศึกษาของไทยอย่างแท้จริง

ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9540000165525

No tags for this post.

เทศกาลโคนมแห่งชาติ 2555

11-17 มกราคม 2555

บริเวณเขาตาแป้น (ที่เดิมที่ จัดงานโคนมแห่งชาติทุกปี)

osk 300x145 เทศกาลโคนมแห่งชาติ 2555

ประวัติงานโคนมแห่งชาติ

เมื่อปี พ.ศ. ๒๕o๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในคราว เสด็จฯ ประพาสทวีปยุโรปได้เสด็จประทับแรม ณ ประเทศเดนมาร์ก ทรงสนพระทัยในกิจการฟาร์มโคนมของชาวเดนมาร์คเป็นอย่างมาก ด้วยทรงเห็นว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมน่าจะเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรและประเทศไทย หลังจากเสด็จฯ นิวัติประเทศไทย รัฐบาลเดนมาร์คได้ถวายโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมเป็นของขวัญแด่ล้นเกล้า ทั้งสองพระองค์ เพื่อให้ดำเนินโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมในประเทศไทยบรรลุตามเจตนารมณ์ ที่ตั้งไว้

ทั้งนี้ ได้มีการลงนามในสัญญาความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลเดนมาร์ค เมื่อวันที่ ๒o ตุลาคม ๒๕o๔ โดยได้ดำเนินการจัดตั้ง “ฟาร์มโคนม” และ “ศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย – เดนมาร์ค” ที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี โดยเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕o๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าเฟรดเดอริคที่ ๙ และสมเด็จพระบรมราชินี แห่งประเทศเดนมาร์คได้เสด็จพระราชดำเนิน ประกอบพิธีเปิดฟาร์มโคนม และศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย – เดนมาร์ค อย่างเป็นทางการ ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ รัฐบาลได้รับโอนกิจการฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย – เดนมาร์ค จากรัฐบาลเดนมาร์ค และได้ตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้ชื่อว่า “องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย” (อ.ส.ค.) จากประวัติศาสตร์การเลี้ยงโคนม จึงถือเอาวันที่ ๑๖ มกราคมของทุกปี เป็นวันโคนมแห่งชาติ และเพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำซ้อนกับวันครู รัฐบาลได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๒ธันวาคม ๒๕๓o ให้วันที่ ๑๗ มกราคมของทุกปีเป็นวันโคนมแห่งชาติ จึงถือเป็นวันสำคัญยิ่งต่ออาชีพการเลี้ยงโคนมในประเทศไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย อ.ส.ค. ได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ได้พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนม ให้แก่ ปวงชนชาวไทย ตลอดจนเป็นการพบปะสังสรรค์ของผู้ที่อยู่ในวงการนี้ ทั้งภาครัฐบาล ภาคเอกชน และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม

Tags: , , , , , , , , , , ,

แร่ Leonardite

Leonardite ของเราควบคุมอินทรีย์วัตถุไว้ที่ 45-50% ซึ่งเกินมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์เป็นเท่าตัว (ปุ๋ยอินทรีย์กำหนด 20%) และปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตจาก Leonardite ยังเต็มไปด้วยฮอร์โมนรวม และ Humic Acid เป็นจำนวนมาก ซึ่งต่างกับปุ๋ยอินทรีย์ทั่วไป ฮอร์โมน และ Humic Acid เป็นสารสำคัญที่ช่วยในการฟื้นต้น และซ่อมแซมส่วนที่เสียหายของพืช ฮอร์โมนหลายตัวช่วยเร่งการแตกราก และยอด เพิ่มการขยายเซล ซึ่งหมายถึงพืชจะมีอัตราแลกเปลี่ยนผลผลิตได้เต็มที่ และหมายถึงผลผลิตที่จะได้ย่อมมากกว่าปกติ

Leonardite ซึ่งปนอยู่กับหินลิกไนท์ เกิดจากซากพืชซากสัตว์ตายทับถมกันมานานเป็นล้านๆปี ลักษณะสีดำ ซึ่งเรียกว่า ฮิวมัส(Humus) มีองค์ประกอบเด่น ที่มีผลต่อพืชมี 3 ชนิด คือ 1.ฮิวมีน 2.ฮิวมิค แอซิด 3.ฟูลวิค แอซิด และมีอินทรียวัตถุอีกหลายชนิดมีลักษณะโครงสร้างโมเลกุลใหญ่ประโยชน์ของ HUMUS ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต
Humus มาจากมีการบีบอัดซากพืชซากสัตว์เป็นอินทรีย์ธรรมชาติ สลายตัวอยู่ใต้ดินนับล้านปี ซึ่งมีปริมาณกรดฮิวมิกสูง (กรดฮิวมิกเป็นหนึ่งในองค์ประกอบส่วนใหญ่คุณสมบัติทางชีวเคมีที่ใช้งานอยู่ในซากพืช) แร่ธาตุและธาตุที่มีอยู่ใน humusและในดินจะพร้อมที่จะส่งผ่านไปให้พืช ได้ใช้ประโยชน์สูงสุด เป็นการใช้ Humus คืนสมดุลของธรรมชาติในดินที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืชที่เหมาะสม

1.เพิ่มการเจริญเติบโตของราก
พืชผลที่สอดคล้องกันจากการทดสอบทั้งหมดเพิ่มขึ้นเจริญเติบโตของราก ความยาว, ความหนาแน่นและรัศมีของรากพืชเพิ่มขึ้นอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าการทดสอบความแข็งแรงของระบบรากมีความสำคัญต่อความสามารถในการดูดซึมสารอาหารของพืชรวมทั้งความสามารถของพืชเพื่อต่อสู้กับโรค นอกจากนี้จะเพิ่มเสถียรภาพของพืชและพืชสามารถดูดซับน้ำที่มีระบบรากในวงกว้างขึ้น

2.เพิ่มเนื้อเม็ดสี Chlorophyll
Humus สามารถเพิ่มปริมาณคลอโรฟิลในพืชทำให้การสังเคราะห์แสงดีขึ้นส่งผลเพิ่มการดูดธาตุอาหารให้พืชเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

3.การปรับปรุงคุณภาพพืช
Humus เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของสารอาหาร เช่นไนโตรเจน ฟอสฟอรัสโปตัสเซี่ยมและเหล็กตลอดจนธาตุที่จำเป็นสำหรับพืช ทั้งนี้เนื่องจากลักษณะการใช้งานคุณสมบัติทางชีวเคมีของกรดฮิวมิก และความสามารถในการฟอร์มละลายเชิงซ้อนในน้ำและไม่ละลายน้ำทั้งสองด้วยโลหะชนิดต่างๆ, แร่ธาตุและสารอินทรีย์ สารอาหารที่อยู่ในรูปแบบอิออนที่พืชสามารถรับเข้าสู่รากHumus สามารถปรับปรุงคุณภาพของผักผลไม้และดอกไม้โดยการปรับปรุงลักษณะทางกายภาพของพืชเช่น ขนาด สีสัน ผิวทั้งหมดนี้สามารถเพิ่มมูลค่าในตลาดได้อย่างดี

4.เสริมการป้องกันแบบธรรมชาติ
ลักษณะการใช้งานคุณสมบัติทางชีวเคมีของกรดฮิวมิก เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของพืชต่อสารพิษและโรค สารพิษจำนวนมากที่สามารถยับยั้งหรือทำให้เป็นกลางโดยการติดต่อประสานโดยตรงกับกรดฮิวมิค นอกจากนี้สารชีวภาพที่ใช้(เช่นยาปฏิชีวนะและกรดฟีนอล) ที่พบในซากพืชแข็งแรงพืชสามารถเพิ่มความต้านทานต่อโรคบางอย่าง ในที่สุดพืชที่มีสุขภาพดีและได้รับสารอาหารที่จำเป็นทั้งหมดของพวกเขาจะดีขึ้นสามารถต่อสู้กับโรคและศัตรูพืช

5.การปรับปรุงโครงสร้างของดิน
Humus รวมตัวกับแร่ธาตุดินในรูปแบบที่มีโครงสร้างเป็นหน่วยที่เรียกว่าการรวมตัว เหล่านี้ช่วยให้ดินอุ้มน้ำและเพิ่มการซึมผ่านในการแลกเปลี่ยนน้ำและก๊าซ นอกจากนี้รูปแบบของสิ่งมีชีวิต เช่นแบคทีเรียและไส้เดือนดิน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษาโครงสร้างของดิน การใช้ Humus สามารถป้องกันไม่ให้ดินมีโครงสร้างยึดเหนี่ยวกันเพื่อให้รากรับอากาศได้ดี

6.กักเก็บน้ำที่ดีขึ้น
Humus สามารถเก็บน้ำได้ถึง 20 เท่าน้ำหนักของดิน โดยเพิ่มความสามารถของดินที่จะเก็บน้ำไว้ใช้งาน Humus สามารถลดความจำเป็นเพื่อการชลประทานเพาะปลูก นี้ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นประโยชน์กับดินทราย

7.pH ของดินที่แตกต่างกัน
เนื่องจากการปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธะเคมีของกรดฮิวมิก, สามารถปรับค่าความเป็กรดเป็นด่างของดินให้อยู่ pH
6-7 ทำให้พืชนำสารอาหารไปใชได้อย่างรวดเร็ว

blackcal2 แร่ Leonardite

“แบล็คแคล”

อุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน
จุลธาตุ ฮอร์โมน และสารที่ให้ประโยชน์
ใช้รองก้นหลุม และใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีได้ดีเยี่ยม
เพิ่ม และปรับปรุงคุณภาพดิน
 แก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม ดินกรด ดินเค็ม
ละลายน้ำได้ดีเยี่ยม ไม่จับตัวแข็ง ต่างจากปูนชนิดอื่น

ใช้ได้ทุกช่วง โดยเฉพาะช่วงเตรียมดิน
ช่วงเพาะเมล็ด และช่วงให้ผลผลิต

ใช้ได้กับพืชทุกชนิด ทั้งผัก ผลไม้
พืชไร่ นาข้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมัน

“แบล็คแคล” ผลิตจาก “” แร่คุณภาพเยี่ยม
และ “ฮิวมัส” ธรรมชาติที่เกิดจากการทับถม ของซากพืชซากสัตว์
หลายล้านปีเป็นส่วนผสมหลัก

อุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน จุลธาตุ ฮอร์โมนจำนวนมาก
และสารที่ให้ประโยชน์ ปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิต และรักษาสิ่งแวดล้อม

ใส่ “แบล็คแคล” ในช่วงเตรียมดิน และช่่วงที่พืชต้องการมาก
เป็นพิเศษ เช่นข้าวตั้งท้อง ช่วงที่พืชออกดอก หรือกำลังให้ผลผลิต
ในอัตรา 25-100 กก.ต่อไร่ เพื่อเพิ่มเสริมธาตอาหารที่ต้องการ
รวมทั้งใช้ฟื้นฟู และปรับสภาพดินหลังการเก็บเกี่ยว

ใช้รองก้นหลุมปลูกพืช เช่นยางพารา และผลไม้ในอัตรา 1-2 กก.ต่อหลุม
ขนาด 50x50x50 ซม. ช่วยให้พืชตั้งตัวได้เร็ว อัตรารอดตายสูงกว่า

ใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีได้ดีเยี่ยม ละลายน้ำได้ดีมาก ใช้เพื่อปรับปรุงแก้ไข
สภาพดินเค็ม  และดินเปรี้ยว โดยเฉพาะดินเค็มได้เป็นอย่างดี

ไม่ทำให้ดินแข็ง และสามารถแทรกซึมลงสู่ดินชั้นล่าง
แทรกซึมถึงเขตรากพืชได้มากกว่า

“แบล็คแคล” ธรรมชาติ 100%

ท่านสามารถหาซื้อสินค้าได้ตามร้านเคมีเกษตรทั่วไป
ถ้าในพื้นที่ หาสินค้าไม่ได้ ติดต่อได้โดยตรงกับทางบริษัทที่

คุณธนากร 0811979878  หรือแนะนำร้านค้าที่ท่านใช้บริการ
ติดต่อมาที่เราได้เลย ทางเรายินดีใ้ห้บริการในทุก ๆ ด้าน
สำหรับท่านที่ต้องการข้อมูลทางวิชาการ หรือปรึกษาเกี่ยวกับการเกษตรสามารถติดต่อได้โดยตรงได้เช่นเดียวกัน ทางเรายินดีให้บริการด้วยความเต็มใจ

นโยบายการรักษาตัวแทนจำหน่าย

ร้านที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว
ทางบริษัทไม่มีนโยบายที่จะเปิดขายให้กับร้านค้าอื่น ๆ ใกล้เคียงโดยเด็ดขาด
เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ของตัวแทนการขายอย่างเต็มที่

ในจังหวัดที่ทางบริษัทยังไม่ได้แต่งตั้งตัวแทน
ทางบริษัทยินดีเข้าไปเสนอข้อเสนอพิเศษสุดสำหรับร้านค้า

ทุกร้านค้าที่มีสินค้าจำหน่าย
จะได้รับการบริการวิชาการ การทำตลาด จัดประชุมหน้าร้าน
ทำ Spot โฆษณา ลงหนังสือ และคำปรึกษาในทุก ๆ ด้านและทุก ๆ เรื่องเกี่ยวกับการเกษตร

 

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

ไคโตซาน และไคติน คือ อะไร

ไคติน เป็นโพลิเมอร์ธรรมชาติ โดยพบเป็นองค์ประกอบของเปลือกแข็งที่หุ้มเซลล์ของรา
ยีสต์ และจุลินทรีย์หลายชนิด หรือพบเป็นโครงสร้างแข็งของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง จำพวกแมลง กุ้ง ปู
ปลาหมึก เป็นต้น ไคตินมีปริมาณมากเป็นอันดับสอง รองจากเซลลูโลสที่เป็นส่วนประกอบของเนื้อไม้
ไคติน เป็นโพลิเมอร์สายยาวที่ประกอบ ขึ้นจากน้ำตาลหน่วยย่อย คือ N-acetyl-D-
glucosamine มาเรียงต่อกันเป็นสายลักษณะ เป็นของแข็งอันยรูป ละลายได้ในกรดอนินทรีย์ เช่น
กรดเกลือ กรดกำมะถัน กรดฟอสฟอริก และกรดฟอร์มิกที่ปราศจากน้ำ แต่ไม่ละลายในด่างเจือจาง
แอลกอฮอล์ และตัวทำละลายอินทรีย์อื่นๆ

ไคตินที่ได้จากแต่ละแหล่ง มีโครงสร้างและสมบัติแตกต่างกันโดยแบ่งตามลักษณะการ
เรียงตัวของเส้นใยได้ 3 กลุ่ม คือ

- แบบอัลฟา
มีการเรียงตัวของสายโซ่โมเลกุลในลักษณะสวนทางกัน มีความแข็งแรงสูง ได้แก่ ไคติน
จากเปลือกกุ้ง และกระดองปู

- แบบเบตา
มีการเรียงตัวของสายโซ่โมเลกุลในทิศทางเดียวกัน จึงจับกันได้ไม่ค่อยแข็งแรง มีความไว
ต่อปฏิกิริยาเคมีมากกว่าแบบอัลฟา ได้แก่ ไคตินจากแกนปลาหมึก

- แบบแกมมา
มีการเรียงตัวของสายโซ่โมเลกุลในลักษณะที่ไม่แน่นอน (สวนทางกันสลับทิศทางเดียวกัน)
มีความแข็งแรงรองจากแบบอัลฟา ได้แก่ ไคตินจากเห็ด รา และพืชชั้นต่ำ

ไคตินในธรรมชาติอยู่รวมกับโปรตีนและเกลือแร่ ต้องนำมากำจัดเกลือแร่ออก
(demineralization) โดยใช้กรดจะได้แผ่นเหนียวหนืดคล้ายพลาสติก แล้วนำไปกำจัดโปรตีนออก
(deproteinization) โดยใช้ด่างจะได้ไคติน หากเป็นไคตินที่ได้จากเปลือกกุ้งหรือปู จะมีสีส้มปนอยู่
นำไปแช่ในเอทานอลเพื่อละลายสีออก

ส่วนไคโตซาน คือ อนุพันธ์ของไคตินที่ตัดเอาหมู่ acetyl ของน้ำตาล N-acetyl-D-
glucosamine (เรียกว่า deacetylation คือ เปลี่ยนน้ำตาล N-acetyl-D-glucosamine เป็น glucosamine) ออกตั้งแต่ 50 % ขึ้นไป และมีสมบัติละลายได้ในกรดอ่อน

ปกติแล้ว ไคโตซานที่ได้จะมีส่วนผสมของ น้ำตาล N-acetyl-D-glucosamine และ
glucosamine อยู่ในสายโพลิเมอร์เดียวกัน ซึ่งระดับการกำจัดหมู่ acetyl (หรือเปอร์เซนต์การเกิด
deacetylation) นี้ มีผลต่อสมบัติและการทำงานของไคโตซาน นอกจากนี้ น้ำหนักโมเลกุลของ
ไคโตซานบอกถึงความยาวของสายไคโตซาน ซึ่งมีผลต่อความหนืด เช่น ไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุล
สูง จะมีสายยาวและสารละลายมีความหนืดมากกว่าไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ เป็นต้น ดังนั้น
การนำไคโตซานไปใช้ประโยชน์จะต้องพิจารณาทั้งเปอร์เซนต์การเกิด deacetylation และน้ำหนัก
โมเลกุล

ปัจจุบันมีการนำไคตินและไคโตซานมาประยุกต์ในด้านต่างๆ อาทิเช่น
1. ด้านอาหาร ไคโตซานมีสมบัติในการต่อต้านจุลินทรีย์และเชื้อราบางชนิด โดยมีกลไกคือ
ไคโตซานมีประจุบวก สามารถจับกับเซลล์เมมเบรนของจุลินทรีย์ที่มีประจุลบได้ ทำให้เกิดการรั่วไหล
ของโปรตีนและสารอื่นของเซลล์ ในหลายประเทศได้ขึ้นทะเบียนไคตินและไคโตซานให้เป็นสารที่ใช้
เติมในอาหารได้ โดยนำไปใช้เป็นสารกัดบูด สารช่วยรักษากลิ่น รส และสารให้ความข้น ใช้เป็นสาร
เคลือบอาหาร ผัก และผลไม้ เพื่อรักษาความสดหรือผลิตในรูปฟิล์มที่รับประทานได้ (edible film)
สำหรับบรรจุ

2. ด้านอาหารเสริม มีรายงานว่า ไคโตซานช่วยลดคอเลสเตอรอล และไขมันในเส้นเลือด
โดยไคโตซานไปจับกับคอเลสเตอรอล ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมไปใช้หรือดูดซึมได้น้อยลง จึงมี
การโฆษณาเป็นผลิตภัณท์ลดน้ำหนัก ทั้งนี้ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากไคโตซานสามารถจับ
วิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน (วิตามินเอ ดี อี เค) อาจทำให้ขาดวิตามินเหล่านี้ได้ นอกจากนี้ ทางการ
แพทย์ มีรายงานการนำ N-acetyl-D-glucosamine ไปใช้รักษาไขข้อเสื่อม โดยอธิบายว่า ข้อเสื่อม
เกิดเนื่องจากการสึกกร่อนของเนื้อเยื่ออ่อนที่เคลือบอยู่ระหว่างข้อกระดูก ซึ่ง glucosamine เป็นสาร
ตั้งต้นในการสังเคราะห์ proteoglycan และ matrix ของกระดูกอ่อน จึงช่วยทำให้เยื่อหุ้มกระดูกอ่อน
หนาขึ้น

3. ด้านการแพทย์ มีการวิจัยนำแผ่นไคโตซานมาใช้ปิดแผล ช่วยทำให้ไม่เป็นแผลเป็น โดย
ไคโตซานช่วยลดการ contraction ของ fibroblast ทำให้แผลเรียบ กระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซม
บาดแผลให้หายเร็วขึ้น

4. ด้านเภสัชกรรม มีรายงานการใช้ไคโตซานเพื่อควบคุมการปลดปล่อยตัวยาสำคัญ

5. ด้านการเกษตร เนื่องจากไคตินและไคโต-ซานมีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ ไนโตรเจน
จะถูกปลดปล่อยออกจากโมเลกุลอย่างช้าๆ รวมทั้งช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศและดิน จึงใช้เป็นปุ๋ย
ชีวภาพ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของพืช และกระตุ้นการนำแร่ธาตุไปใช้ ผลคือสามารถ
เพิ่มผลผลิตและคุณภาพการผลิตได้ ทำให้เกษตรกรมี ต้นทุนต่ำลง เนื่องจากลดการใช้ปุ๋ยและยา
ฆ่าแมลง

6. ด้านการปศุสัตว์ ใช้เป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และลดการติดเชื้อ
ทำให้น้ำหนักตัวของสัตว์เพิ่มขึ้น

7. ด้านการบำบัดน้ำเสีย โดยทั่วไป น้ำเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร มีสารแขวนลอยสูง
ไคโตซานมีประจุบวก สามารถจับกับโปรตีนและไขมันได้ดี ซึ่งโปรตีนที่ได้สามารถแยกนำไปใช้เป็น
อาหารสัตว์ต่อไป นอกจากนี้ ไคโตซานยังสามารถดูดซับอิออนของโลหะหนัก และจับสี (dye) ช่วยในการ
บำบัดน้ำเสีย

8. ด้านสิ่งทอ นำมาขึ้นรูปเป็นเส้นใย และใช้ในการทอร่วมหรือเคลือบกับเส้นใยอื่นๆ เพื่อให้
ได้คุณสมบัติการต้านจุลชีพ ลดการเกิดกลิ่นอับชื้น

เอกสารอ้างอิง

1. Maezaki Y., Tsuji K., Nakagawa Y. et al. Hypocholesterolemic effect of
chitosan in adult males. Biosc. Biotech. Biochem. 1993; 57(9): 1439 -1444.

2. Shahidi F., Arachchi J.K.V. and Jeon Y-J. Food applications of chitin and
chitosans. Trends in Food Sciences and Technology. 1999; 10: 37-51.

3. Chitin and Chitosan Biosorbents for Radionuclides and Heavy Metal.
Advances in Chitin Science Vol.II, Proceeding of the 7th International Conference
on Chitin Chitosan and Euchis’ 97. 1997: 858-863.

4. www.geocities.com/mnvrk/chitin. html.

5. www.purechitosan.com/en/

6. ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ เรื่องน่ารู้ ไคติน ไคโตซาน. 25

 

 

ขอขอบคุณ : http://www.gpo.or.th/rdi/html/chitin.html

Tags: , , , , , , , , , , , , , ,



เว็บไซต์เพื่อนบ้าน ทั้งหมด



ยินดีต้อนรับเพื่อนบ้าน

<a href="http://kasetonline.com/" target="_blank" ><img alt="All About Agriculture" src="http://kasetonline.com/images/banner88x31-kasetonline.gif" border="0" width="88" height="31"></a>

นำ code ของเราไปวาง
และส่ง code มาให้เราที่
webmaster@kasetonline.com

ถ้าสะดวกแลก banner ที่หน้าแรก
เรายินดีติดที่หน้าแรกเช่นกันครับ
ฟรี !!! ไม่เสียเงินครับ


• Thai Airline
    • Phuket Airline
    • Rc Hlicopter for sale
    • How to Control Helicopter
    • Cheapest Rc Hlicopter
    • Thailand Trends
    • Airline Jobs/career
    • Thai Movies
    • Study Abroad
    • Thailand Amulets
    • Thai Food
    • Thailand Photo
    • Thailand Travel
    • Agricultural in Thailand
    • All Seminar in Thialand
    • Hotels/Resorts News
    • Thailand Situation Updated
    • Thailand Real Estate
    • Thailand Network
    • Thailand Trees
Thailand Information
    • 7 Romantic Places In Bangkok
    • Accomodation
    • Activities
    • Candle Festival parade
    • Communication
    • DINNING
    • Entertainment
    • King of Thailand
    • MAP OF THAILAND
    • POLITIC
    • Real Time flight Schedules
    • Regions of Thailand
    • Retirement Visa in Thailand | Finance
    • Shopping
    • Special Interest
    • Sports
    • Thai Culture
    • THAI SOCIAL STRUCTURE
    • Thailand In Brief
    • Thailand’s Rainy Season
    • Transportation
    • Useful Information
    • Visas & Regulations
    • WEATHER
Markets & Money

    • credit card
    • Exchange Rate
Event & Festival
    • Buffalo Village in Thailand
    • Candle Festival parade
    • Dok Krachiao Blooming Festival
    • Flowers monks Festival.
    • Hua Hin Jazz Festival
    • Hua Hin Thailand | Thailand Travel Guide
    • Krabi Rock&Fire International Contest
    • LA F�TE 2010
    • Lee Pe Island Ship Buoying Festival
    • Mercedes Trophy Junior Golf Master Final
    • Phuket Music Festival
    • The Candle Festival
    • The Royal Ploughing Ceremony
    • Vesak 2010 (Visakha Bucha Day)
    • Yasothon Bun Bangfai Rocket Festival
Business In Thailand
    • Economic
    • Export
    • Important Contact
    • Regulations
    • Start Business in Thailand
    • Taxation
Thailand History
    • Ancient Civilizations
    • Ayutthaya
    • Classical Era
    • Democracy
    • End of Absolute Monarchy&Military rule
    • Initial states of Thailand
    • King of Thailand
    • Sukhothai and Lanna
    • Thonburi and Bangkok period
Other
    • Advertise
    • Events
    • Flight Reservation
    • Job
    • Link Exchange
    • Shopping
    • Weather
    • World Time
Travel Review
    • Ancient City
    • Buffalo Village in Thailand
    • Flowers monks Festival.
    • One Day Trip
    • The Erawan Museum